จำนวนผู้เข้าชม

วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564

บุพเพสันนิวาส ท่านเว๊าะ เจ้าอาวาส วัดเทพนิมิต ปัตตานี เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาด ไถ่ เก้าแสน สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย ชีวิตช้าง “พลายเพิ่มพูน” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ๑๒ สิงหาคม (คลิก) ติดตาม เรื่องเล่า เจ้าอาวาสคู่บ้านคู่เมืองช้าง บุพเพสันนิวาส

     บุพเพสันนิวาส ท่านเว๊าะ เจ้าอาวาส วัดเทพนิมิต ปัตตานี เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาด ไถ่ เก้าแสน สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย  ชีวิตช้าง  “พลายเพิ่มพูน” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ๑๒ สิงหาคม (คลิก) ติดตาม เรื่องเล่า เจ้าอาวาสคู่บ้านคู่เมืองช้าง บุพเพสันนิวาส



   ประพันธ์ ฤทธิวงศ์ บก.ศูนย์รวมข่าวสมาพันธ์ไทยพุทธชายแดนภาคใต้/รายงาน


           ช้าง คือสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเรามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และทุกวันที่ 13 มี.ค. ของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่รำลึกสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเรา ซึ่งเป็น "วันช้างไทย" และเป็นวันที่ประชาชนคนไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะช้างเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับบ้านเรามาตั้งแต่อดีตกาลนั้นเอง และอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าช้างเป็นสัตว์ใหญ่ที่อยู่คู่กับเมืองไทยมาเป็นเวลานาน



        ในโอกาสนี้ ผมในฐานะ บรรณาธิการศูนย์รวมข่าวสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้  ขอเป็นสะพานบุญ เป็นสื่อกลาง ร่วมบุญอนุโมทนา บอกบุญ ผ่านสื่อโลกโซเชียลมีเดีย  ที่ให้บุคคลคนทั่วไป มีส่วนร่วมไถ่ชีวิต ช้างพลายชื่อ “เพิ่มพูน” เพื่อถวายหลวงพ่อทวดหนอน และถวายเป็นพระราชกุศล  ๑๒   สิงหาคม  ๒๕๖๔

       เนื่องจาก ขณะนี้ สกานการณ์ โรคระบาดไวรัส โควิด- 19 สถานการณ์บ้านเมืองวุ่นวาย   จากหลายสาเหตุ ทำให้ประชาชน  เดือดร้อน  เป็นทุกข์

       ทั้งนี้ ท่านเว๊าะ  เจ้าอาวาส วัดเทพนิมิต  จึงมีความเห็นตามสูตร บรมครูเก่า  ที่เคยร่ำเรียนมา  จึงขอเชิญชวนท่านที่เชื่อในสูตรโบราณ  มาร่วมด้วยช่วยกัน   ไถ่ชีวิต ช้างไทย สัตว์ใหญ่  ช้างพลาย “เพิ่มพูน” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ๑๒  สิงหาคม๒๕๖๔

      ครับ  ติดตาม บทความ เรื่องราว..ความเป็นมา  ช้างพลาย  “เพิ่มพูน”  จาก..พระเรรัต ถิรสทโธ (ท่านเว๊าะ) เจ้าอาวาส  วัดเทพนิมิต (วัดบ้านกลาง)  อ.ปะนาเระ  จ.ปัตตานี  เจ้าอาวาสคู่บุญคู่เมืองช้าง บุพเพสันนิวาส



       ด้วยพระเรวัตร ถิรสัทโธ (ท่านเว๊าะ)เจ้าอาวาสวัดเทพนิมิต ตำบลบ้านกลาง อ.ปะราเระ จ.ปัตตานี

ได้ไปพบช้างชื่อพลายเพื่มพูน อายุ 52 ปี(เป็นช้างที่ท่านเว๊าะเคยเลี้ยงมาสมัยที่อยู่จังหวัดนราธิวาสซึ่งตอนนั้นยังเรียนที่วิทยาลัยเกษตรป่าไผ่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส) ตอนนั้นเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ได้ขายให้คนจังหวัดชุมพรนำไปเลี้ยงเพื่อใช้งาน



         ต่อมาเมื่อต้นเดือน กรกฎาคม 2564 ท่านเว๊าะได้เดินทางไปจังหวัดประจวบฯ เดินทางถึงจังหวัดชุมพร ทางราชการประกาศเคอร์ฟิวห้ามเดินทางจึงถูกกักที่จังหวัดขุมพรและได้อาศัยพักที่วัดซึ่งพระที่เป็นเพื่อนเป็นเจ้าอาวาส ในขณะที่พักพระเจ้าอาวาสได้แจ้งว่าจะซี้อช้างหมัยเพราะเจ้าของข้างแก่มากแล้วไม่สามารถจะเลี้ยงต่อไปได้ ซึ่งอยู่ที่หลังวัด พอรุ่งเช้าท่านเว๊าะจึงได้เดินทางไปดูช้างปรากฎว่าอยู่ห่างจากวัดที่พักไปประมาณ 20 กม. พอไปเจอช้างเชือกดังกล่าว ท่านจำได้ว่าลักษณะคล้ายช้างที่เคยเลี้ยงมา ซึ่งห่างกันมานานระยะ 40 ปี



     ท่านจึงเรียกชื่อช้างเชือกดังกล่าวว่า "เพิ่มพูน " ปรากฎว่าช้างเชือกดังกล่าวจำได้และได้หันมาหา  และทำท่าทักทายกับท่านเว๊าะและแสดงความคิดถึงกันระหว่างพระกับช้าง ช้างพลายเพิ่มพูนเป็นช้างที่มีงายาวสวยงามมาก จึงอยากจะนำกลับมาเลี้ยงไว้ที่วัดเทพนิมิต ต.บ้างกลาง  อ.ปะนาเระ จังหวัดปัตตานี




      เพื่อเป็นสิริมงคล และจะทำให้สถานการณ์ต่างๆคลี่คลายไปในทางที่ดีได้เพราะเป็นสัตว์ใหญ่ เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย จึงได้ต่อรองราคาขอซื้อจากเจ้าของ จากเลข 7 หลัก ลดเหลือ  6 หลัก และท่านเว๊าะจึงได้มีโครงการไถ่ "ชิวิตช้าง"เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

        เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔



         จึงเรียนบอกบุญมายังพี่น้องพุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธาร่วมไถ่ชีวิตช้าง"พลายเพิ่มพูน"เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯในครั้งนี้โดยพร้อมเพรียงกันตามแรงศรัทธาครับ สะดวกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขา ถนนหนองจิก   เลขที่บัญชี   604-024540-6 ชื่อบัญชี พระเรวัต  เชาวทอง   (เบอร์โทรท่านเว๊าะ 08-9293-3531)





ตำนาน ช้างไทย สัตว์คู่บ้านคู่เมืองไทย

        ช้าง คือสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเรามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และทุกวันที่ 13 มี.ค. ของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่รำลึกสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเรา ซึ่งเป็น "วันช้างไทย" และเป็นวันที่ประชาชนคนไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะช้างเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับบ้านเรามาตั้งแต่อดีตกาลนั้นเอง และอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าช้างเป็นสัตว์ใหญ่ที่อยู่คู่กับเมืองไทยมาเป็นเวลานาน

          นอกจากนี้คนในอดีตให้ความสำคัญกับช้างเป็นอย่างมากในทุกๆ ด้านเช่น ด้านเศรษฐกิจ ด้านศาสนา และด้านพระมหากษัตริย์ ช้างไทยถือเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมีบทบาทสำคัญที่ช่วยกอบกู้เอกราชของชาติไทยนั้นเอง ช้างจึงเป็นสัตว์ที่คนไทยให้ความสำคัญนั้นเอง ถือว่าช้างคือทหารกล้าที่อยู่เคียงข้างพระมหากษัตริย์เลยก็ว่าได้

           ช้างเสมือนสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์อีกด้วย และในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ คนในสมัยนั้นเชื่อกันว่าช้างเผือกคือสัตว์ที่เสมือนเจ้านายชั้นฟ้าอีกด้วย และที่สำคัญคนไทยยังเชื่อกันว่าหากได้รอดใต้ท้องช้างจะช่วยให้พ้นเคราะห์นั้นเอง และในปัจจุบันช้างก็คงยังเป็นสัตว์ที่อยู่คู่บ้านเมืองเรา

           และได้ค้นพบจาลึกในอดีต ข้างคือสัตว์ที่สามารถป้องและกู้เอกราชของไทยให้กลับคือมา ช้างเป็นสัตว์ที่มีขนานใหญ่ และในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงนำช้างออกรบและสามารถกู้เอกราชกลับคือมาได้ และได้ประกาศเอกราชบนหลังช้างอีกด้วย ช้างถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของไทยเลยก็ว่าได้ โดยในอดีตช้างถือเป็นสัตว์ที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับพระมหากษัตริย์เลยก็ว่าได้

           ในปัจจุบันนี้ช้างก็ยังคงเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเรา และยังคงมีการจัดแสดงช้างอยู่ไม่น้อย และที่สำคัญช้างคือสัตว์ที่มีความฉลาดมากอีกด้วย โดยช้างไทยเราควรอนุรักษ์ไว้เพราะช้างไทยคือสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเรานั้นเอง

           นี่คือตำนานช้างไทยสัตว์ที่อยู่คู่บ้าคู่เมืองของเรามาอย่างยาวนาน ที่เราคนไทยควรอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้ช้างไทยเป็นสัตว์ประจำบ้านเมืองของเรา และยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอีกด้วย และในปัจจุบันก็มีหลายสถานที่ที่มีการจัดการแสดงต่างๆ อีกด้วย

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น