โฆษณา

จำนวนผู้เข้าชม

วิเคราะห์ เจาะลึก มุมมองการเมือง พบกับนายหัวไทรนักข่าวหัวเห็ด จาก ปลายด้ามขวานชายแดนใต้

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2567

” สรรเพชญ"แนะรัฐบาลแก้ไขปัญหาทุเรียน อย่ามัวแต่ให้ความสำคัญกับกลุ่มทุนกลางน้ำ ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อทุเรียนไทยที่ยั่งยืน

 สรรเพชญ” แนะรัฐบาลแก้ไขปัญหาทุเรียน อย่ามัวแต่ให้ความสำคัญกับกลุ่มทุนกลางน้ำ ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อทุเรียนไทยที่ยั่งยืน

          วันนี้ (21 เมษายน 67) นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้ความเห็นกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ผ่านร่างกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับหลักปฏิบัติในการตรวจสอบและรับผลทุเรียน สำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ (ล้ง) ซึ่งร่างกฎกระทรวงนี้จะเป็นมาตรฐานบังคับในการรองรับการแข่งขันและปกป้องการส่งออก “ทุเรียน” ให้มีคุณภาพ 


          โดยเนื้อหาสาระดังกล่าว เป็นการกำหนดมาตรการในการตรวจสอบคุณภาพของทุเรียน เช่น ความแก่ การคัดแยกทุเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ การห้ามนำเข้าหรือจำหน่าย อีกทั้งมีการตรวจวิเคราะห์น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียนที่จะต้องผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด รวมไปถึงการมีผู้ที่มีหน้าที่ในการตรวจวิเคราะห์หรือควบคุมการเก็บเกี่ยว จะต้องมีความรู้ความชำนาญและมีหลักฐานที่แสดงว่าได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี นายสรรเพชญกล่าวว่า การออกกฎกระทรวงในลักษณะนี้ถือเป็นสิ่งที่ดีที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณภาพของทุเรียนก่อนถึงมือผู้บริโภค


          นายสรรเพชญได้กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพทุเรียนมากกว่านี้ เนื่องจากทุเรียนเป็นสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกหลายแสนล้านบาท นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มาเที่ยวในประเทศไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนก็มักจะสั่งทุเรียนกลับไปที่ประเทศของตนเองครั้งละหลายหมื่นถึงหลายแสนบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของทุเรียนไทย ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การพัฒนาสายพันธุ์ทุเรียนต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งที่ท้าทายของรัฐบาลที่จะรักษาคุณภาพมาตรฐานไว้ให้ได้ ตนจึงรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับทุเรียนเท่าที่ควร เพราะรัฐบาลมุ่งแต่จะทำเรื่องกลางน้ำ และละเลยต้นน้ำ คือการให้ความสำคัญกับการเตรียมดิน เตรียมปุ๋ย เตรียมพื้นที่ของเกษตรกร ที่อาจจะถูกละเลยไป ดังนั้นรัฐบาลจะต้องมีการให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพทุเรียน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ คือ พ่อค้า การขนส่ง ปลายน้ำ คือ ผู้บริโภคทั้งภายในและนอกประเทศ เพื่อให้ทุเรียนไทยมีความยั่งยืนทั้งระบบครบวงจร สามารถรักษามาตรฐานของประเทศไว้ได้


          ทั้งนี้ นายสรรเพชญกล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2566 ตนได้ยื่นญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการส่งเสริม พัฒนา แก้ไขปัญหาทุเรียนอย่างยั่งยืนทั้งระบบ และยกร่างกฎหมายว่าด้วยทุเรียน ซึ่งขณะนี้ได้บรรจุในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว คาดว่าเมื่อเปิดสมัยการประชุมจะได้รับการพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาทุเรียนและให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนมีหลักประกันผ่านกองทุนทุเรียนไทยต่อไป 


///

วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2567

“ข่าวดัง” ศิลปิน “เรย์ ไบเล่ดำ พลังใจจากภาพจากเหตุการณ์จริง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ บันทึกภาพ โดย ประพันธ์ ฤทธิวงศ์ บรรณาธิการเว็ปไซต์ปลายด้ามขวานชายแดนใต้ สู่เส้นทางบันเทิงปลายด้ามขวานชายแดนใต้

 “ข่าวดัง” ศิลปิน “เรย์ ไบเล่ดำ พลังใจจากภาพจากเหตุการณ์จริง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ บันทึกภาพ โดย ประพันธ์ ฤทธิวงศ์ บรรณาธิการเว็ปไซต์ปลายด้ามขวานชายแดนใต้   สู่เส้นทางบันเทิงปลายด้ามขวานชายแดนใต้  



“ข่าวดัง” สู่เส้นทางบันเทิงปลายด้ามขวานชายแดนใต้      ด้วยผลงาน ร.ต.อ.จเร  ทองลิ่ม (เรย์ ไบเล่ดำ) อดีตข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน  หัวหน้าวงดนตรี มวลชนสัมพันธ์ ตชด.ที่424 กองกำกับที่42












 ประพันธ์  ฤทธิวงศ์ บก.เว็ปไซต์ปลายด้ามขวาน@ชายแดนใต้/รายงาน

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2567

ยิ่งกว่าลิงแก้แห..โค้วโต๊ะหมงบอกว่า “ยุ่งตายห่า” แจกเงินดิจิทัล1 0,000 บาท เดิมจะดึงเงิน ธกส.แต่ส่อเค้าเกิดแรงต้าน หันไปมองเงินประกันสังคม

 ยิ่งกว่าลิงแก้แห..โค้วโต๊ะหมงบอกว่า “ยุ่งตายห่า” แจกเงินดิจิทัล1 0,000 บาท เดิมจะดึงเงิน ธกส.แต่ส่อเค้าเกิดแรงต้าน หันไปมองเงินประกันสังคม



ให้เลขาฯกฤษฎีกาออกมาแก้แทนว่า ไม่เคยพูด ไม่เคยหารือในที่ประชุมว่าจะใช้เงินจาก ธกส. แค่พูดเรื่องการใช้ ม.28 ตาม พรบ.วินัยการเงินมาใช้ ส่วนเอาเงินจากไหนเป็นเรื่องของกระทรวงการคลัง งงสิครับ วันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา นั่งกันพร้อมหน้าพร้อมตา นายกฯ /รมช.คลัง ปลัดคลัง ยืนยันแหล่งที่มาของเงิน 3 แนวทาง หนึ่งในสาม คือเงินจาก ธกส.1752000 ล้านบาท


การแถลงรายละเอียดหลักเกณฑ์ของโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต โดยหนึ่งในแหล่งเงินที่ใช้มาจากการยืมเงินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กว่า 1.7 แสนล้าน ปลัดกระทรวงการคลังยืนยันว่า ธ.ก.ส. มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการได้ และมีสภาพคล่องเพียงพอ ทว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ชี้ว่า นี่คือการ "ไต่เส้นตีความ" ที่อาจผิดวัตถุประสงค์การดำเนินงานของ ธ.ก.ส.

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการคลัง นำทีมเปิดแถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต โดยระบุหลักเกณฑ์และเงื่อนไข และที่มาของแหล่งเงินในการดำเนินโครงการวงเงิน 500,000 ล้านบาท ว่ามาจาก 3 ส่วน ได้แก่

ขยายกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 วงเงิน 175,000 ล้านบาท

การดำเนินการผ่านหน่วยงานรัฐ ซึ่งก็คือ ธ.ก.ส. วงเงิน 172,300 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะรับภาระใช้คืนงบประมาณในภายหลัง

บริหารจัดการเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 วงเงิน 175,000 ล้านบาท (ส่วนหนึ่งมาจากงบกลาง)

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแหล่งที่มาของเงินดิจิทัลวอลเล็ตที่มาเงินจาก ธ.ก.ส. วงเงิน 172,300 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรกว่า 17 ล้านคนเศษ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 มาตรา 28 ว่า มาจากในปีงบประมาณ 2568 พร้อมยืนยันว่า กระทรวงการคลังตรวจสอบแล้วว่า อำนาจหน้าที่ของ ธ.ก.ส. สามารถทำได้ และสภาพคล่องมีเพียงพอ แต่ต้องรอให้งบประมาณปี 2568 ผ่านก่อน

ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า การใช้เงินคืนให้กับ ธ.ก.ส. เป็นกระบวนการทางงบประมาณที่รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณเพื่อใช้คืนธนาคารของรัฐเป็นระยะ ๆ ซึ่งเป็นไปตามความเหมาะสมของงบประมาณในแต่ละปี


เลขาฯกฤษฎีกาโยนว่า นักข่าวคิดไปเอง เขียนไปเอง ยิ่งงงกันไปใหญ่ก็คลิปมียืนยันได้อยู่ มันไม่นานเกินจะลืมนะ


มีข่าวว่า ถ้าเดินหน้าใช้เงิน ธกส.อาจจะผิด พรบ.การจัดตั้ง ธกส./ผิดวัตถุประสงค์ จึงต้องหาทางออก หาทางแก้ไข เพื่อเดินหน้าโครงการแจกเงิน 10000 ดิจิทัล ต่อไป โดยรัฐบาลเล็งไปที่เงินก้อนสุดท้าย “กองทุนประกันสังคม 2 ล้านล้าน


เพื่อไทยจึงต้องคิดแผนใหม่จะอาศัยการปรับครม. แลกโค้วต้ากับภูมิใจไทย โดยดึง“ไชยา พรหมมา” ที่ส่อว่าจะหลุดจาก รมช.เกษตรฯไปนั่งรมว.แรงงาน แทน “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ภายใต้เงื่อนไขว่า เพื่อหาช่องทางดึงเงินจากกองทุนประกันสังคมที่มีอยู่ 2,032,841 ล้านบาท มาใช้ตามโครงการแจกเงินหมื่น “ดิจิทัล วอลเล็ต”


ถามว่า บอร์ดประกันสังคม บอร์ดการลงทุนของกองทุนประกันสังคมจะยินยอมลงทุนให้รัฐบาลกู้ยืมหรือไม่ ซึ่งสำคัญต้องพิจารณาความเสี่ยง อย่าลืมว่าเงินกองทุนประกันสังคม คือเงินของผู้ใช้แรงงานที่สะสมไว้ใช้ในยามชราภาพ การให้รัฐบาลกู้ยืมมีความเสี่ยงหรือไม่ รัฐบาลของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ใช้เงินจาก ธกส.ตามโครงการจำนำข้าว ใช้เงินไป 900,000 กว่าล้านบาท รัฐบาล พล.อย่า.ประยุทธ จันทร์โอชา ต้องมาชดใช้แทนไปแล้ว 600,000 กว่าล้านบาท ยุงเหลือรัฐบาลค้างชำระ ธกส.อยู่อีก 200,000 กว่าล้านบาท


ประเด็นพิจารณา คือ ถ้ามองในมุมการเมือง บอร์ดประกันสังคมชุดปัจจุบันที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งเข้ามา เกือบทั้งหมดอยู่ภายใต้การสนับสนุนของพรรคส้ม และพรรคส้มส่งสัญญาณไม่เอาแจกเงินดิจิทัลมาโดยตลอด นี้คือประเด็นที่เพื่อไทยจะต้องตั้งสติขบคิด


การที่รัฐบาลส่อว่าจะไปเอาเงินจากกองทุนประกันสังคมมาใช้ จะมีหลักประกันอย่างไรว่าจะได้คืน ได้คืนเมื่อไหร่ มีดอกเบี้ยตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์

ในวงเสวนาบางวงคุยกันถึงอนาคตของกองทุนประกันสังคม ในภาวะที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู้สังคมผู้สูงอายุ ต้องใช้เงินจำนวนมากในการจ่ายตามโครงการชราภาพ และในกระทรวงแรงงานเองก็มีข้อกังวลว่า ในอีก 15-20 ปีข้างหน้า กองทุนประกันสังคมอาจจะขาดสภาพคล่อง และกำลังหามาตรการรองรับกันอยู่


ประสิทธื์ กาญจนวัฒน์ (โคว้โต๊ะหมง) เคยกล่าวไว้ว่า “ยุ่งตายห่า” แล้วแจกเงินดิจิทัล มันจะยุ่งตายห่าไหม

 #นายหัวไทร

 #ทำเฒ่าเรื่องเพื่อน

 #แจกเงินดิจิทัล

วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2567

วัดเวฬุวัน (บ้านป่าไผ่) อ.ศรีสาคร ทอดผ้าป่าสามัคคี จัดพิธีมหามงคลบรรจุพระสารีริกธาตุประดิษฐในพระเจดีย์ และทำบุญ ๑๐๐ วัน บรรจุอัฐิ พ่อท่านชาลี(มีคลิป)

 วัดเวฬุวัน (บ้านป่าไผ่) อ.ศรีสาคร ทอดผ้าป่าสามัคคี  จัดพิธีมหามงคลบรรจุพระสารีริกธาตุประดิษฐในพระเจดีย์ และทำบุญ ๑๐๐ วัน บรรจุอัฐิ พ่อท่านชาลี(มีคลิป)


 (คลิปชมประมวลภาพ)   https://www.facebook.com/share/p/PDveaehPPFjVbmsw/?mibextid=oFDknk

 เมื่อวันที่ 7 เมษายน  2567  ที่ผ่านมา วัดเวฬูวัน (บ้านป่าไผ่) หมู่ที่ 2 ตำบลกาหลง  อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ทอดผ้าป่าสามัคคี  โดยมี พระสิริจริยาลังการ (รองเจ้าคณะภาค ๑๘) เจ้าอาวาสวัดตานีสโมสร จ.ปัตตานี  นายนพ  พ่วงแจงงาม (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกาหลง ประธานฝ่ายฆราวาส





























โดยมี นายไพโรจน์ จริยงาม อดีตรองผู้ว่าราชการยังหวัดนราธิวาส นายกิจจา  จันทสโร นายกพุทธสมาคมจังหวัดนราธิวาส  น.ต.ปรีชา  ภูมิวิเศษ  ข้าราชการบำนาญ  พ.อ. ภาณุวัฒน์  สุคชเดช ผบ.ฉก.ทพ.ที่๔๙  พ.ต.อ.ภัควัฒน์  วันสนุก  ผกก.สภ.รือเสาะ และพร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีดังกล่าวเพื่อร่วมกันส่งเสริมพระพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยมี พระมนู  มนุญโญ  รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน(บ้านไผ่) ให้การต้อนรับ









ทั้งนี้  โดย จัดพิธีมหามงคลบรรจุพระสารีริกธาตุประดิษฐในพระเจดีย์ไว้เป็นที่สัหหารพบูชากราบไหว้แก่บรรดาญาติ โยมพุทธบริษัท ทั้งหลาย เพื่อสนองเจตนารมณ์ของหลวงพ่อชาลี และทำบุญ ๑๐๐ วัน บรรจุอัฐิ พ่อท่านชาลี (พระครูเวฬุวันพิทักษ์) อดีตเจ้าอาวาส วัดเวฬุวัน(บ้านป่าไผ่) ในรูปเหมือน และร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี ในการก่อสร้างเมรุ ศาลาฌาปนสถาน เตาเผา และห้องน้ำ เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์ในการบำเพ็ญศาสกิจในบวรพระพุทธศาสนา

ภาพข่าวโดย ประพันธ์  ฤทธิวงศ์ บก.เว็ปไซต์ปลายด้ามขวานชายแดนใต้

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2567

สงขลา จัดงานพิธีเปิดเทศกาลไหว้เทียมดา​เมืองสงขลา​ ครั้งที่​ 3​ ปี​ 2567​ " ณ​ลานวัฒนธรรมชุมชนบ่อศรีหนุ้ย​ บ้านเหล้า​

 

 สงขลา จัดงานพิธีเปิดเทศกาลไหว้เทียมดา​เมืองสงขลา​ ครั้งที่​ 3​ ปี​ 2567​ " ณ​ลานวัฒนธรรมชุมชนบ่อศรีหนุ้ย​ บ้านเหล้า​ (มีคลิป)





สงขลา จัดงานพิธีเปิดเทศกาลไหว้เทียมดา​ เมืองสงขลา​ ครั้งที่​ 3​ ปี​ 2567​ " ณ​ ลานวัฒนธรรมชุมชนบ่อศรีหนุ้ย​ บ้านเหล้า​  ม.6​ ต.เขารูปช้าง​ อ.เมือง​ จ.สงขลา​ เมื่อวันอาทิตย์​ที่​ 14​ เมษายน​ 2567​



    ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก​ อบจ.สงขลา​ และ​ ทม.เขารูปช้าง​ ช่วยอำนวยความสะดวก​

   วันจันทร์ที่​ 4​ มีนาคม​ 2567​ ประชุมนายกเทศมนตรี/กำนัน/ประธานสภา​ วธ/ผ้บริหารสถานศึกษา/คณะทำงานจากทุกตำบลที่​ ทม.เขารูปช้าง​ จำนวน 120​ คน

   วันอังคารที่​ 19​ มีนาคม​ 2567​ ประชุมสัมนากลุ่มจิตอาสาจากทุกตำบล  เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเขาเทียมดา​ จำนวน 100​ คน

   วันอาทิตย์​ 24​ มีนาคม​ 2567​ นำคณะขึ้นสำรวจสภาพธรรมชาติบนยอดเทียมดา​ ประมาณ​ 100​ คน

   วันอาทิตย์​ที่​ 7​ เมษายน​ 2567​ นำคณะขึ้นสักการะทวดลานไทร​ ทวดป่าแก่​ บนยอดเขาเทียมดา​ ประมาณ​ 80​ คน​  นำโดย​

 









































                                                                    

      -​นายสุรัตน์​ ลายจันทร์​ นายอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา      -​ นายธีระยุทธ์​ วานิชชัง​ อดีต​ ผู้ช่วยรัฐมนตรีการคลัง      -​ นายไพโรจน์​ รัตนภิรมย์​ ประธานจัดงาน​      -​ คณะสื่อมวลชน​ ฯลฯ

   วันอาทิตย์ที่​ 14​ เมษายน​ 2567​ จัดงานพิธีเปิดเทศกาลไหว้เทียมดาฯ

      -​ เวลา​ 10.00​ น.พิธีทำบุญกลางบ้านเดือน​ 5​  ที่บ่อศรีหน้ย​ โดย​ นายนราเดช​ คำทัปภ์  นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง​ เป็นประธาน​ มีชาวบ้านและเครือญาติร่วมประมาณ​ 300 คน

   มีการแสดงโนราโบราณ​ โดยคณะ​ อ.วินัส​ ทองรักษ์ในเครือ​โนรามรดกโลก

   เวลา​ 15.30​ น.มีเวทีเสวนา​ " ผู้เฒ่าเล่าเรื่องการไหว้เทียมดาและเขาเทียมดาในอดีต" โดย ลุงม่าว​ (อายุ​  92 ปี)​  และ​ลุงวิน​ (อายุ​ 82 ปี)

   เวลา​ 17.00​ น.เคลื่อนขบวนแห่​ ธงสามชายและศาลไหว้เทียมดาจำลอง​ โดยชาวบ้านและคณะผู้แสดงจาก​ ม.ราชภัฏ​ สข.ประมาณ​ 500​ คน

   เวลา​ 18.00​ น.โดย

   -​ นาย​อำนวย​ พิณสุวรรณ​ รอง​ ผวจ.สข.

   -​ นายไพเจน​ มากสุวรรณ​ นายก​ อบจ.สข.

   -​ นายสุรัตน์​ ลายจันทร์​ นอภ.เมือง​ สข.

   -​ นายนราเดช​ คำทัปภ์​ นายก​ ทม.เขารูปช้าง

   -​ นายไพโรจน์​ รัตนภิรมย์​ ประธานคณะ​ กก.จัดงาน

   -​ นายพิเชษฐ์​ พัฒนโชติ​ อดีตรองประธานวุฒิสมาชิก

   -​ นายรังษี​ รัตนปราการ​ ปธ.ภาคีสงขลาสมาคม​ โครงการสงขลาสู่มรดกโลก

   -​ อ.บรรจง​ ทองสร้าง​ ผอ.สน.ศิลปะและวัฒนธรรม​ ม.ราชภัฏ

   อ.​เทพรัตน์​ จันทพันธุ์ รก.ผอ.สถาบันทักษิณคดี​ ม.ทักษิณ

     -​ ผู้แทน​ วัฒนธรรม​ จ.สงขลา

   -​ ผู้แทน​ สภาวัฒนธรรม​  จ.สข.

   -​ ปธ.สภาวัฒนธรรมทุกตำบล​

   -​ ผญบ.และตัวแทนหน่วยงานต่างๆ​ รวมถึงผู้มีเกียรติและชาวบ้านรวมประมาณ​ 600​ คน

   ในงานมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้านจากชุมชนเชิงเขาเทียมดา  จำนวน​ 6​ ราย

   ดำเนินพิธีกรรมโดย นายสมใจ​  นิลโมทย์​ หมอชาวบ้าน

   เสร็จพิธีประมาณ​ 19.30​ น.มีการแสดงหนังตะลุงคณะคุณบ๊อก  บ้านสามกอง​

    ขอขอบคุณทุกท่าน​ ทุกภาคส่วน​ ที่ได้ให้ความร่วมมือรวมใจสนับสนุน​ ทั้งทางตรงและทางอ้อม​ จนประสพความสำเร็จด้วยดี

  กล่าวได้ว่า​ เราได้ช่วยกันริเริ่ม​ ฟื้นฟู​ อนุรักษ์และพัฒนามรดกทางประเพณีวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ​ ไว้ให้คนรุ่นใหม่​ไว้ได้​ และใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไปแล้ว

       สัญญา​ วัชรพันธุ์

          15​ เม.ย.2567