จำนวนผู้เข้าชม

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ตัวแทน BRN โผล่งานเสวนาออนไลน์ ยันส่ง ส.ส. เข้าสภาไทย.

 ตัวแทน BRN โผล่งานเสวนาออนไลน์ ยันส่ง ส.ส. เข้าสภาไทย.




เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2565 ‘เจ๊ะมูดอ บินเจ๊ะเตะ’ ตัวแทนขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani) “ขบวนการบีอาร์เอ็น” ผู้อาวุโสสูงสุดในคณะเจรจาของฝั่งขบวนการฯ บนโต๊ะพูดคุยสันติสุขเพื่อชายแดนใต้ ได้กล่าววิสัยทัศน์เป็นลำดับสุดท้ายเพื่อปิดงานเสวนาออนไลน์ “ภาพอนาคตปาตานี/ชายแดนใต้” (SCENARIO PATANI) ซึ่งสำนักข่าว The Motive



 จัดต่อเนื่อง 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน เพื่อนำร่องการเป็นพื้นที่ปรึกษาหารือสาธารณะ (Public consualtation) หนึ่งในสามข้อของกรอบ ‘หลักการพูดคุยทั่วไปว่าด้วยการพูดคุยสันติภาพ’ ที่คู่ขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยและขบวนการฯ ได้ตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา


เจ๊ะมูดอ บินเจ๊ะเตะ เปิดเผยว่า "สิ่งที่ขบวนการ BRN ต้องการคือ "เอกราช" เท่านั้น และยังกล่าวอีกว่า "ส.ส. ที่ทำงานในพื้นที่คือตัวแทนของชาวปาตานี มีภาระหน้าที่ในการสะท้อนเสียงของคนในพื้นที่ เมื่อเข้าไปในสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ต้องออกกฎหมายบางอย่างที่เป็นประโยชน์ ปลดปล่อยเงื่อนไขจากการถูกยึดครองจากรัฐไทย ถ้าคนปาตานีได้รับความเดือนร้อน จะต้องอยู่ข้างหน้าไม่ใช่อยู่ข้างหลัง เราไม่มีผู้นำแล้ว เพราะฉะนั้น ส.ส. ควรเป็นผู้นำของชาวปาตานีที่จะส่งเสียงความต้องการปาตานี แม้ในความเป็นจริงจะมี ส.ส.ไม่มากนัก แต่ก็ความมานะพยายามที่ต้องแบกรับไว้"


ในฐานะสื่อที่ไม่เห็นด้วยกับการเรียกร้องการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอถามผู้รู้ว่า "ใครคือ ส.ส. ที่ขบวนการ BRN ส่งไป"


อย่านิ่งเฉยกับการกระทำของ BRN จงเป็นส่วนหนึ่งในการต่อต้านการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ของ BRN


ทันข่าว ภาคใต้

กกต.เคาะแล้ว จำนวน ส.ส.แต่ละจังหวัด จาก 400 เขต

 กกต.เคาะแล้ว จำนวน ส.ส.แต่ละจังหวัด จาก 400 เขต

….

กกต. เปิดจำนวน ส.ส.เขต เลือกตั้งปี 66 ‘กทม.’ เพิ่มเยอะสุด 3 คน ‘โคราช-เชียงใหม่-ชลบุรี-บุรีรัมย์-นนท์’ บวก 2 คน อีก 37 จังหวัด เพิ่ม 1 คน

27 มิ.ย. 2565 – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งปี 2566 โดยคำนวณจากจำนวนราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค.2564 โดยจะมีจำนวน ส.ส.เขต ทั่วประเทศ 400 คน โดยจำนวน ส.ส. แต่ละจังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดที่มี ส.ส. 1 คน 4 จังหวัด จังหวัดที่มี ส.ส. 2 คน 10 จังหวัด จังหวัดที่มี ส.ส. 3 คน 19 จังหวัด จังหวัดที่มี ส.ส. 4 คน 12 จังหวัด จังหวัดที่มี ส.ส. 5 คน 7 จังหวัด จังหวัดที่มี ส.ส. 6 คน 5 จังหวัด จังหวัดที่มี ส.ส. 7 คน 4 จังหวัด จังหวัดที่มี ส.ส. 8 คน 5 จังหวัด จังหวัดที่มี ส.ส. 9 คน 4 จังหวัด จังหวัดที่มี ส.ส. 10 คน 2 จังหวัด จังหวัดที่มี ส.ส. 11. คน 2 จังหวัด จังหวัดที่มี ส.ส.16 คน 1 จังหวัด และจังหวัดที่มี ส.ส. 33 คน 1 จังหวัด


ทั้งนี้จากจำนวน ส.ส.ดังกล่าวส่งผลให้ภาคกลางมี ส.ส. รวม 122 คน จากเดิม 106 คน ภาคเหนือ 39 คน จากเดิม 33 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี ส.ส. 132 คน จาก 116 คน ภาคตะวันออกมี ส.ส. 29 คน จากเดิม 26 คน ภาคตะวันตกมี ส.ส. 20 คน จากเดิม 19 คน และภาคใต้มี ส.ส. 58 คน จากเดิม 50 คน


โดยมีจังหวัดที่มีการเพิ่มขึ้นของ ส.ส. 3 คน 1 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร ส.ส.เพิ่มขึ้น 2 คน 5 จังหวัด คือ นครราชสีมา, ชลบุรี, เชียงใหม่, บุรีรัมย์, นนทบุรี และจังหวัดที่ ส.ส.เพิ่ม 1 คน 37 จังหวัด ประกอบด้วย กระบี่, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, เชียงราย, ตรัง, ตาก, นครนายก, นครปฐม, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, บึงกาฬ, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, พังงา, เพชรบูรณ์, แพร่, ภูเก็ต, มหาสารคาม, แม่ฮ่องสอน, ร้อยเอ็ด, ระยอง, เลย, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สงขลา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, สระบุรี, สุโขทัย, สุพรรณบุรี, สุราษฎร์ธานี, สุรินทร์, อ่างทอง, อุดรธานี, อุตรดิตถ์ และ อุบลราชธานี

เปิดปูม “ปลัดหนุ่ม-ไฟแรง” อดีตนักกิจกรรมนักศึกษา ลงชิง ส.ส.สตูล ในนามพรรคประชาธิปัตย์

 

เปิดปูม “ปลัดหนุ่ม-ไฟแรง” อดีตนักกิจกรรมนักศึกษา ลงชิง ส.ส.สตูล ในนามพรรคประชาธิปัตย์

 


       พลันที่นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัว “ปลัดหนุ่ม-ไฟแรง” จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สตูล ในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ได้เอ่ยนาม ทำให้สังคมเรียกหา และสอบถามว่า “ปลัดหนุ่ม-ไฟแรง” คนนั้นเป็นใคร

หลังจากนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัว “ปลัดหนุ่ม-ไฟแรง”ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สตูล พรรคประชาธิปัตย์ โดยไม่มีรายละเอียดมากนัก พร้อมฝากฝังกับคนสตข



       มีคนถามมายัง #นายหัวไทร จำนวนมาก จึงต้องไปสืบค้นข้อมูลว่า “ปลัดหนุ่ม-ไฟแรง”ที่ว่า เขาเป็นใคร ก็ได้ข้อคมาไม่มากนัก แต่ก็นำมาเรียนแจ้งให้ทราบกันครับ

      จากการสืบค้นพบว่า ปลัดหนุ่ม-ไฟแรงที่ว่า คือนายซอบรี หมัดหมัน ปัจจุบันปลัดอำเภอเมืองสตูล บุตรชาย อดีตรองประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล เจ้าของโรงเรียนดารุลอูลูม อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล





     เปิดประวัตินายซ๊อบรี หมัดหมัน ตำแหน่งปัจจุบัน  ปลัดอำเภอเมืองสตูล ( เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ)  จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6  โรงเรียนบ้านย่านซื่อ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนดารุลอูลูม

ได้รับทุนการศึกษาตามโครงการของกระทรวงมหาดไทย (ศิษย์นักศึกษาชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้)ปี 45

ปริญญาตรี (เอกรัฐศาสตร์การปกครอง) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (วิชาโท กฎหมายอิสลาม)

      หลังจากการศึกษาระดับปริญญาตรี สอบบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอ โดยบรรจุครั้งแรก

ปี พ.ศ.2549 ตำแหน่งปลัดอำเภอ อ.โคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

ปี พ.ศ.2553-ย้ายไปเป็นปลัดอำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล  บ้านเกิด

ปี พ.ศ.2555-ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอเมืองสตูล  ปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม

 

นายซ๊อบรี หมัดหมัน หรือปลัดซ๊อบรี ได้ตัดสินใจที่จะลงเล่นการเมือง เนื่องจากตลอดระยะเวลามาตั้งแต่เยาว์วัย ในทุกระดับชั้นการเรียน จะร่วมทำกิจกรรมทางการเมือง มาโดยตลอด ประกอบกับ ได้เคยช่วยงานนายสุริยา ปันจอร์ อดีต สว.สตูลในการช่วยหาเสียง หรือ การแนะนำ ตัวนายสุรียา ปันจอร์ เพราะนายสุรียา ปัจจอร์ นั้น เป็นเครือญาติของกันทำให้ต้องเข้าร่วมในการหาเสียง

 

ปลัดซ๊อบรี เปิดเผยว่าจุดเริ่มต้นในการก้าวเข้าสู่พรรคประชาธิปัตย์ มาจากนายธานินทร์ ใจสมุทร มาพบเจอ และมองว่า ตนเองน่าจะ เดินสายการเมืองได้ จึงได้ ทาบทาม ให้ตนเองลงสมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และได้ พาไปพบนายนิพนธ์ บุญญามณี (รมช มหาดไทยปัจจุบัน รองหัวหน้าพรรค)    จึงเป็นที่มาของการ ถูกทาบทาม ให้ลงสมัคร สส.ในอนาคตอันใกล้นี้ แต่จะใช้คำว่า ประกาศตัวลงสมัครในนามพรรคไม่ได้ เนื่องจากว่า ตนเองนั้น ขณะนี้ยังดำรงตำแหน่งปลัดอำเภออยู่

 

ปลัดซ๊อบรี กล่าวต่อไปว่า สำหรับสายการเมืองนั้น ตนเอง มีความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กว่า วันหนึ่งตนเองต้องได้ ลงสมัคร ส.ส. เพราะ ตนเองชื่นชอบ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ  อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ซึ่งถือว่าเป็นไอดอลมาตั้งแต่ที่ได้ รู้จักท่านและคิดว่าท่านเป็นคนที่มีความสามารถ และถือว่าเป็นบุคคลต้นแบบในระดับโลก ทำให้ตนเองอยากเดินตามรอย ดร.สุรินทร์ จึงได้เลือกเรียน รัฐศาสตร์และในช่วงที่เรียน ม. 6นั้น ตนเอง มีความตั้งใจอย่างมากในการที่จะเรียนสายศิลป์ เพื่อที่จะไปเดินในสายทางการเมืองซึ่งตนเองได้มีการวางแผนไว้แต่ต้นแล้ว และประกอบกับสอบได้ทุน ทุนการศึกษาตามโครงการของกระทรวงมหาดไทย (ศิษย์นักศึกษาชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้)ปี 45และเมื่อจบออกมาก็สอบเป็นปลัดอำเภอได้ โดยลงที่อำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กว่า 5 ปี และหลังจากนั้นได้ย้ายมาประจำที่สตูล จนปัจจุบันซึ่งอายุราชการที่ จ.สตูล นั้น กว่า 12 ปี ซึ่งตนเองได้วางเป้าหมายไว้แล้วว่า จะกลับมาทำงานการเมืองเพราะ มีเครือญาติ อย่างท่านสุริยา ปันจอร์ ที่เป็นอดีต สว.สตูล โดยตนเองได้ ลงพื้นที่ไปกับท่านตลอด ในตอนที่หาเสียง สว. โดยตนเองทำหน้าที่ เป็นคนขับรถให้ และถือว่าอยู่ในทีมการเมือง มาตลอด เมื่อสมัยที่ผ่านมาได้มีหลายพรรคลงมาทาบทามตนเองลงสมัคร ส.ส. แต่ตนเองคิดว่ายังไม่พร้อม ที่จะลง และรอบนี้ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ได้ขอให้ตนเองลง โดยให้อดีต ส.ส.สตูล นายธานินทร์ ใจสมุทร มาพูดคุยและทาบทามให้ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์เขต 1 สตูล ส่วนเขต 2 นั้น จะเป็น นายเกตุชาติ เกษา   

       ปลัดหนุ่ม บอกอีกว่าตั้งแต่สมัยที่เรียนมหาวิทยาลัยนั้น ตนก็ได้มีการทำกิจกรรมการเมืองมาบ้างแล้ว โดยได้ทำกิจกรรมมาตั้งแต่เรียน ปี 2 เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นรองประธานสภานักเรียน เป็นประธานชมรม เป็นหัวหน้าพรรคศรีตรังของ มอ.วิทยาเขตปัตตานีและเป็นคนหนึ่งที่ ได้ร่วมการคัดค้านท่อก๊าช ไทย-มาเลย์ หรือแม้กระทั้ง การสนับสนุนการเรียนนอกระบบของมหาวิทยาลัยซึ่งถือว่าอยู่ในสายกิจกรรมทางการเมืองมาตลอดและมีพรรคพวกเป็นอาจารย์รัฐศาสตร์ หลาย ๆ มหาวิทยาลัยและคิดว่า เมื่อถึงเวลาตนจะลาออกจากราชการ ซึ่งตอนนี้ถือว่าเป็นเพียงการทาบทามเท่านั้น

 #นายหัวไทร #สสสตูล #ปชปสตูล

“นิพนธ์” ปฏิเสธมีอิทธิพลในพรรคตามข้อกล่าวหาของ “อันวาร์” ยืนยันพรรคเป็นสถาบันการเมือง มีระบบระเบียบขั้นตอนการสรรหาผู้สมัคร ใครจะทำตามอำเภอใจไม่ได้

 

“นิพนธ์” ปฏิเสธมีอิทธิพลในพรรคตามข้อกล่าวหาของ “อันวาร์” ยืนยันพรรคเป็นสถาบันการเมือง มีระบบระเบียบขั้นตอนการสรรหาผู้สมัคร ใครจะทำตามอำเภอใจไม่ได้

…….


นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รองหัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวพาดพิงถึง กล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในพรรค และการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั้ง 4 เขตของปัตตานีในการเลือกตั้งครั้งหน้าเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่มีชื่อของนาย อันร์วา ว่า ไม่เป็นความจริง จะมีอิทธิพลอะไร ในพรรคประชาธิปัตย์เขามีระเบียบ ขั้นตอนในการคัดสรรผู้สมัคร มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ที่มีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา ผ่านจากคณะกรรมการสรรหาแล้ว ถึงจะเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค

     “พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งจะชี้เอาได้ ตัดสินใจเองได้ ทำตามอำเภอใจไม่ได้หรอก เรามีระเบียบมีธรรมเนียมปฏิบัติ พรรคอื่นจะทำอย่างเราหรือเปล่าไม่รู้ แต่เราประชาธิปัตย์ชัดเจน และปฏิบัติกันมายาวนาน”

     นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง อยู่คู่กับการเมืองไทยมาร่วม 80 ปี ตั้งแต่ยุคนายควง อภัยวงศ์ ผู้ก่อตั้งพรรค เรามีเจตนารมณ์ มีอุดมการณ์พรรคชัดเจน

      นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า จริงๆผมไม่อยากพูดถึง ไม่ได้ให้ราคา ความสำคัญกับนายอันวาร์มากนัก แต่เมื่อเขาพาดพิงถึง และนักข่าวมาถามก็ต้องให้ความกระจ่าง


     “ช่วงหลังนายอันวาร์ เปลี่ยนไปทำตัวมีปัญหากับพรรคมาตลอด ไม่ทำตามมติพรรคก็หลายครั้ง การที่พรรคจะไม่ดำเนินการใดๆ คงไม่ได้ พรรคก็ต้องหาทางออกที่ดีที่สุด พรรคให้โอกาสนายอันวาร์มาตลอด”

      นายนิพนธ์ ยืนยันว่า ตนดูแลนายอันวาร์มาตลอด ครั้งแรกที่ลงเลือกตั้งตนก็เป็นคนเสนอชื่อนายอันวาร์เอง สมัยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรค และตั้งแต่นั้นมานายอันวาร์ก็ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนมาตลอด

     นายนิพนธ์ กล่าวว่า เมื่อนายอันวาร์เปลี่ยนไปสถานการณ์เป็นอย่างนี้ พรรคก็ต้องหาทางออกที่ดีสุด นายอันวาร์เองก็จะได้ไปตามเส้นทางที่ชอบและแยกย้ายกันไม่มีอะไรโกรธเคืองต่อกัน

     นายนิพนธ์ กล่าวย้ำว่า สิ่งที่นายอันวาร์ให้กับพรรค คือ การกล่าวหา การใส่ร้ายพรรค ใส่ร้ายผู้บริหารพรรค พรรคจัดประชุม จัดสัมมนา นายอันวาร์ก็จะถือโอกาสแถลงสวนแนวทางของพรรคมาตลอด

      “เมื่อนายอันวาร์เห็นว่า แนวทางไปด้วยกันไม่ได้ พรรคก็เปิดโอกาสให้นายอันวาร์หาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตการเมืองของเขา เมื่อนายอันวาร์เปลี่ยนไป จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ตนไม่แปลกใจ มาถึงวันนี้เมื่อใกล้เลือกตั้ง พรรคก็เปิดโอกาสให้แต่ละคน เลือกอนาคตของตัวเองที่ดีที่สุด” นายนิพนธ์ กล่าว

     นายนิพนธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่าเมื่อนายอันวาร์ ได้ทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับพรรค กับคณะกรรมการบริหารพรรคมาโดยตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา และพยายามเสนอปรับโครงสร้างพรรค แต่ไม่ได้เสนออะไรที่เป็นรูปธรรมชัดเจน นายอันวาร์ก็ควรจะหาทางเดินใหม่ เลือกเส้นทางใหม่ที่คิดว่าดีที่สุด

     รายงานด้วยว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี ทั้ง 4 เขตที่มีการเปิดตัวนั้น ยังไม่มีการเผยแพร่ชื่อต่อสื่อมวลชน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร โดยผู้สมัครเก่าบางคนไม่ได้รับคัดเลือกให้ลงสมัคร และต้องการรอให้ นายจุรินทร์ หัวหน้าพรรค ลงมาเปิดตัวด้วยตนเอง

 

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 1 ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีชื่อ นายอันวาร์ สาและ ส.ส.เขต 1 ปัตตานีคนปัจจุบัน เนื่องจากมีปัญหาขัดแย้งกับผู้บริหารพรรคชุดนายจุรินทร์ และมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องการนำพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เมื่อปี 62 สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มี ส.ส.ได้ 11 คน พรรคประชาธิปัตย์ได้มาเพียง 1 คน คือนายอันวาร์ สาและ ชนะที่เขต 1 ปัตตานี แต่ครั้งนี้ไม่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์

 

สำหรับการเลือกตั้งในพื้นที่ปัตตานีเขต 1 ซึ่งเป็นเขตเมือง ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถือว่าเป็นศึกใหญ่ เพราะต้องรอลุ้นว่า นายอันวาร์ สาและ จะย้ายไปสังกัดพรรคใด ซึ่งก็ยังถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว นอกจากนั้นยังมี พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ลูกสาวของ นายเด่น โต๊ะมีนา อดีต รมช.มหาดไทย และอดีต ส.ว.ปัตตานี ข้ามจากปาร์ตี้ลิสต์พรรคภูมิใจไทย มาลงสมัครที่เขต 1 ปัตตานีด้วย

     รายงานด้วยว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี ทั้ง 4 เขตของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังไม่มีการเผยแพร่ชื่อต่อสื่อมวลชน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร โดยผู้สมัครเก่าบางคนไม่ได้รับคัดเลือกให้ลงสมัคร และต้องการรอให้ นายจุรินทร์ หัวหน้าพรรค ลงมาเปิดตัวด้วยตนเอง

 #นายหัวไทร #นิพนธ์ #อันวาร์ #ปชป

นิพนธ์ ปลุกแกนนำปชป.สตูล หนุน ผู้สมัครคนรุ่นใหม่อาสามารับใช้พี่น้องประชาชน เผย สตูล และ ยะลา ลงตัวแล้ว(ชมคลิป)

 

 

นิพนธ์ ปลุกแกนนำปชป.สตูล หนุน ผู้สมัครคนรุ่นใหม่อาสามารับใช้พี่น้องประชาชน เผย สตูล และ ยะลา ลงตัวแล้ว(ชมคลิป)

   

                        







  







   เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2565 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปร่วมเสวนากับกลุ่มตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดสตูล ณ ห้องประชุม โรงเรียนดารุลอูลูม ตำบลย่านซื่อ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล โดยมีผู้แทนหัวหน้าพรรค ปชป. อดีตสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กำนัน ผู้ใหญ่บ้านผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และแกนนำพรรคปชป.เข้าร่วมประชุมเสวนา

      


 

   รองหน.พรรคปชป. ได้กล่าวแสดงความยินดี ที่วันนี้เราได้พบเพชรเม็ดงามของจังหวัดสตูล ในการอาสามาลงสมัครผู้แทนราษฎร ในนามพรรคปชป. ถึงแม้จะมีตำแหน่งที่กำลังเจริญก้าวหน้าในอาชีพรับราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอก็ตาม  จึงถือเป็นคนหนุ่มที่มีไฟแรง และมีความตั้งใจที่จะขันอาสามารับใช้พี่น้องประชาชน ลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคปชป.  ซึ่งตนได้เล็งเห็นถึงความตั้งใจและมุ่งมั่นจริง ดังนั้นจึงขอฝากพี่น้องประชาชนในจังหวัดสตูลให้ช่วยกันสานฝันให้ปลัดหนุ่มคนนี้ได้เป็นผู้แทนในนามของพรรค ปชป.ของพี่น้องในจังหวัดสตูลในอนาคตให้ได้

   



  วันนี้จึงรู้สึกดีใจที่เราได้ผู้ที่จะลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรคปชป.อย่างลงตัวใน 2 จังหวัด คือที่จังหวัดสตูลและจังหวัดยะลา ซึ่งผู้สมัครแต่ละท่านก็มีความตั้งใจและมั่นใจในพรรคปชป.ด้วยเช่นกัน

 


   จากนั้น รองหน.พรรคปชป. เดินทางไปเปิดการแข่งขันฟุตบอล DEMOCRATย่านซื่อ คัพ 2022 ณ สนาม อบต.ย่านซื่อ โดยมีปลัดจังหวัดสตูล นายอำเภอเมืองสตูล นายซ๊อบรี หมัดหมัน ปลัดอำเภอเมืองสตูล(ประธานจัดงาน) แลัผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ชมรมคนรักกีฬาจังหวัดสตูล ให้การต้อนรับ

 



   สำหรับฟุตบอล DEMOCRATย่านซื่อ คัพ 2022

มีทีมฟุตบอลในพื้นที่ให้ความสนใจสมัครเข้าแข่งขันจำนวนมาก เพื่อชิงถ้วยเกียรติยศจาก นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  และถ้วยรางวัลรองชนะเลิศ จากนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และถ้วยรางวัลรองชนะเลิศ 2 และ 3 จากนายอำเภอเมืองสตูล และนายอำเภอควนโดน โดยมีวัตถุประสงค์ให้พี่น้องชาวสตูลได้มีความสุข หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายลง และเพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรง และยังเป็นการเชื่อมความรักความสามัคคีได้อีกด้วย

 

////

นิพนธ์ ชู ประชาธิปัตย์อุดมการณ์ทันสมัย ทำได้ไว ทำได้จริง ยก นโยบายประกันรายได้เกษตรกรได้รับประโยชน์มาก ปลื้ม แฟนคลับปชป.นครศรียังเหนียวแน่น เวที"ราชิต ตั้งใจ ใกล้ชิด ติดดิน"

 

นิพนธ์ ชู ประชาธิปัตย์อุดมการณ์ทันสมัย ทำได้ไว ทำได้จริง ยก นโยบายประกันรายได้เกษตรกรได้รับประโยชน์มาก ปลื้ม แฟนคลับปชป.นครศรียังเหนียวแน่น เวที"ราชิต ตั้งใจ ใกล้ชิด ติดดิน"

 



    เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2565 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาพบปะกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ในการประชุมรับฟังนโยบายการทำงานของนายราชิต สุดพุ่ม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นครศรีธรรมราช ในหัวข้อ ประชาธิปัตย์  "ตั้งใจ ใกล้..ชิต ติดดิน ประชาธิปัตย์ เมืองนคร ณ โรงแรมตะมาลี& สวนอาหารน้ำชุบ จังหวัดนครศรีธรรมราช  โดยมีนายราชิต สุดพุ่ม อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคปชป.เขต 1  นครศรีธรรมราช  กรรมการสาขาพรรค แกนนำและสมาชิกพรรคปชป.เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก

 


  โดยก่อนหน้านี้ นายราชิต สุดพุ่ม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคปชป. เขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวแนะนำตัวและประวัติการทำงานที่ผ่านมา กับสมาชิกพรรคปชป.และแกนนำของพรรคที่เข้ามารับฟัง โดยกล่าวถึงนโยบายการทำงานของพรรคปชป.ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และเหตุผลที่มาลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรคปชป. เขต 1 นครศรีธรรมราช โดยอาศัยประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาตลอดเวลา ทำให้ตนได้ทราบถึงวิถีชีวิต ความต้องการ และปัญหาของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนถึงการสร้างเครือข่าย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในพื้นที่เฉพาะอำเภอเมืองนครฯกล่าวได้ว่ากว่า 90  เปอร์เซ็นต์เป็นคนเดิม ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนในพื้นที่ ที่เรายังสามารถทำงานร่วมกันได้ รวมถึงจิตอาสาที่มาร่วมคิด ร่วมทำ จึงตั้งใจมาทำงานให้ประชาชนในจังหวัดนคร  จึงมั่นใจได้ว่า มีความตั้งใจที่จะทำงานทางการเมือง เพราะตนมีความตั้งใจ ใกล้..ชิต ติดดิน " ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงได้

 



   ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาตนทำงานร่วมกับบุคคลในพรรคปชป.มานาน และมองว่าพรรคปชป.เป็นสถาบันทางการเมือง ไม่มีใครเป็นหัวหน้า ตนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และปชป.ยังถือเป็นขวัญใจของคนใต้ คนนครฯ ตนในฐานะคนของปชป.จึงมีความตั้งใจที่จะทวงความเป็นปชป.กลับคืนมา จึงอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมทางในการพัฒนานครฯบ้านของเรา ว่าเราจะทำอะไรได้มากกว่านี้ เพราะสมัยก่อนที่ตนรับราชการถือเป็นการทำงานคนละมิติ กับทางการเมือง ดังนั้นเพื่อจังหวัดนครศรีธรรมราชบ้านเรา ตนจึงมีความเชื่อมั่นว่าเราทุกคนเป็นพี่เป็นน้อง และทุกท่านจะเป็นแกนนำให้กับตน เพื่อทวงคืนที่นั่ง ส.ส.ในเขต 1 กลับมาเป็นของพรรคปชป.อีกครั้งหนึ่ง

 

    จากนั้นนายนิพนธ์ รองหัวหน้าพรรคปชป. ได้ขึ้นเวทีกล่าวพบปะกับแกนนำพรรคปชป.ว่า รู้สึกดีใจที่เห็นพวกเรามาร่วมทำกิจกรรมทางการเมือง สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญของการทำการเมือง โดยเฉพาะของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 77 ของการทำการเมือง ซึ่งวันเริ่มต้นทำการเมืองของพรรคคือวันที่ 6 เมษา 2489 เป็นวันที่คนกลุ่มหนึ่งมารวมตัวทำการเมืองที่เรียกว่า พรรค"ประชาธิปัตย์ " จึงเป็นสถาบันการเมืองที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน ฉะนั้นจึงให้พวกเราสบายใจว่า พวกเราอยู่ได้ทุกคนเพราะมีสมาชิกพรรค และเรามีอุดมการณ์ 10 ข้อ หนึ่งในนั้นคือ เราเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ และอุดมการณ์ข้อ 5 คือการกระจายอำนาจ สมัยท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ตั้ง อบจ. เทศบาล และ อบต.เป็นการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค จนถึงพรรคจัดที่ทำกินให้กับพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์ต้องทำ เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง

 


   ในส่วนของนโยบายพรรคปชป.สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการประกันสุขภาพประชาชน ได้จัดทำนโยบายเรื่องสิทธิ์รักษาฟรีมาตลอด นอกจากนี้ยังนำงบ 600 ล้านบาทเพื่อให้ลูกหลานทุกคนได้ดื่มนมโรงเรียนฟรีทั้งประเทศ จนถึงปัจจุบันนี้ นี่คือนโยบายพรรคปชป.ของท่านชวน หลีกภัย จนถึงนโยบายอาหารกลางวันในโรงเรียนเพื่อเด็กนักเรียน ก็เป็นหนึ่งในนโยบายพรรคปชป.มาตลอดจนถึงท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงเบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยตอบแทนของ อสม.สมัยท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีคือสิ่งที่เริ่มมาจากพรรค ปชป. นี่คือสิ่งที่เป็นนโยบายที่คิดขึ้นมาทั้งสิ้นในการสร้างคน จนมาถึงเรื่องของการสร้างถนนสี่เลนทั่วประเทศ ก็ยังเป็นนโยบายของพรรคปชป. ในสมัยท่านชวน หลีกภัย   ดังนั้นที่ผ่านมา ปชป.จึงคิดสร้างคน โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นนโยบาบเพื่อลูกหลานในอยาคต

 

  อุดมการณ์ทันสมัย ทำได้ไวทำได้จริง เป็นนโยบายของพรรค ปชป.ที่เข้าร่วมรัฐบาล วันนี้ปชป.ได้ดำเนินนโยบายการประกันรายได้ ในเรื่องของสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญ 5 ชนิด ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าว มันสำปะหล้ง ข้าวโพดอาหารสัตว์   ซึ่งเป็นนโยบายประกันรายได้ของพรรคปชป. เพราะปัจจุบันราคาพืชผลทั้ง 5 ชนิดรวมทั้งพืชผลทางการเกษตรตัวอื่นก็มีราคาที่สูงขึ้น ซึ่งเกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างมาก นี่คือผลพวงของการประกันรายได้โอกาสหน้า พรรคปชป.มีความคาดหวัง จะทำให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของกิจการของตนเอง โดยการขายสินค้าออนไลน์  ซึ่งท่านจุรินทร์หัวหน้าพรรค ปชป.ให้มีการส่งเสริมผู้ค้าสินค้าออนไลน์ทุกรูปแบบ ตลอดจนถึงการแพคกิ้งค์สินค้าให้ดูดี และเพิ่มมูลค่ารายได้ของสินค้า นี่คือในอนาคตที่พรรคจะทำ โดยการจัดอบรมสมาชิกพรรคจากกระทรวงพาณิชย์ นี่คือสิ่งที่เราคิดในเรื่องปากท้องของ ประชาชน ดังนั้นจึงอยากให้พวกเรามาช่วยกันทำในเรื่องเหล่านี้

 

  ผมมีความสนใจในตัวผู้ว่าราชิต ด้วยมีความตั้งใจในการทำงานตลอดเวลาที่ผมได้รู้จัก จึงชวนมาลงผู้แทนในนามพรรคปชป. เพื่อที่จะได้ทำงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ซึ่งผมชอบสโลแกนของท่านที่ว่า "ใกล้ชิด ติดดิน" วันนี้เราจึงได้คนดีคนเก่งมาเป็นผู้แทน ในการเสนอตัวมาเป็นตัวแทนประชาชน ดังนั้นพวกเราจึงต้องช่วยท่าน ราชิต ให้เป็นผู้แทนของประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช 

  

////

63.4% เชื่อมั่น "นิพนธ์" ไม่ต้องรับผิดชอบ-ไม่ต้องลาออก

 

63.4% เชื่อมั่น "นิพนธ์" ไม่ต้องรับผิดชอบ-ไม่ต้องลาออก

 


เพจดัง “สงขลาโฟกัส” ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชน กรณีที่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชาวจังหวัดสงขลา ที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีสั่งไม่ให้อบจ.สงขลา จ่ายเงินให้บริษัทผู้ชนะประมูลรถส่งบำรุงทาง ตามที่ปรากฎเป็นข่าวผ่านสื่อทุกแขนงในห้วงสัปดาห์ก่อน

 

ทั้งนี้ ผู้ตอบคำถามได้แสดงความเห็นว่า อยากฟังความทั้ง 3 ฝ่ายคือ นายนิพนธ์ บุญญามณี, เจ้าของบริษัทเอกชนคู่กรณี และประชาชน ทั้งยังคิดว่า นายนิพนธ์ บุญญามณี ปฎิบัติงานถูกต้องแล้ว เพราะนายนิพนธ์ไม่ได้โกงเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง แต่รักษาผลประโยชน์ให้กับราชการ ถ้าตัดสินให้นายนิพนธ์ผิด ต่อไปเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือคนอื่น ๆ

เมื่อเห็นบางอย่างผิดปกติ จะไม่กล้าขัดแย้ง รักษาผลประโยชน์ให้ประเทศ

      “กรณีนี้ นายนิพนธ์ไม่จำเป็นต้องลาออก เพราะทำตามหน้าที่ เป็นการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ”

 

อีกส่วนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก อบจ.ต้องจ่ายค่าดอกเบี้ย นายนิพนธ์ต้องรับผิดชอบจ่าย รัฐบาลสมควรที่จะมีคำสั่งหรือประชุม ครม ในเรื่องนี้ เพราะนายนิพนธ์ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรีอีกเเล้ว อีกทั้ง นายนิพนธ์ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ไม่เหมาะสม เช่น เรื่องที่โดนกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้สิ้นสุดในการเป็นนายก อบจ. รัฐบาลควรที่จะปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อที่จะสร้างบรรทัดฐานทางสังคม เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มากๆ เป็นภาพลักษณ์ของรัฐบาลรวมทั้งพรรค ปชป.ควรที่จะออกมาเเสดงความรับผิดชอบด้วย โดยให้นายนิพนธ์ลาออกจากรองหัวหน้าพรรค เพื่อเเสดงความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งตรวจสอบเรื่องอื่นๆ ของนายนิพนธ์ด้วย เพื่อให้คนในสังคมได้เข้าใจ เพราะนายนิพนธ์เป็นนักการเมืองกินภาษีประชาชนเป็นเงินเดือน จึงต้องให้นายนิพนธ์ลาออก เพื่อสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองและจริยธรรมนักการเมือง

“นิพนธ์”สวน “อันวาร์” พรรคมีระบบขั้นตอนการสรรหาผู้สมัคร ไม่ใช่ใครคนเดียวทำอะไรได้ เผยเปิดให้เลือกทางเดินที่ดีที่สุด ย้ำชัดชวนอันวาร์มาลงสมัครเอง ดูแลมาตลอด

 

“นิพนธ์”สวน “อันวาร์” พรรคมีระบบขั้นตอนการสรรหาผู้สมัคร ไม่ใช่ใครคนเดียวทำอะไรได้ เผยเปิดให้เลือกทางเดินที่ดีที่สุด ย้ำชัดชวนอันวาร์มาลงสมัครเอง ดูแลมาตลอด

 


นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวพาดพิงถึง ทำนองลงพื้นที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั้ง 4 เขตในการเลือกตั้งครั้งหน้าเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่มีชื่อของนายอันร์วา และถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการนายอันร์วาอีกต่อไป ทั้งที่เป็นส.ส.ของพรรคเพียงคนเดียวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า  ตนไม่แปลกใจอะไรต่อท่าทีของนายอันวาร์ และเข้าใจนายอันวาร์มาตลอด

     “ช่วงหลังนายอันวาร์ เปลี่ยนไปทำตัวมีปัญหากับพรรคมาตลอด ไม่ทำตามมติพรรคก็หลายครั้ง การที่พรรคจะไม่ดำเนินการใดๆ คงไม่ได้ พรรคก็ต้องหาทางออกที่ดีที่สุด พรรคให้โอกาสนายอันวาร์มาตลอด”

      นายนิพนธ์ ยืนยันว่า ตนดูแลนายอันวาร์มาตลอด ครั้งแรกที้ลงเลือกตั้งตนก็เป็นคนเสนอชื่อนายอันวาร์เอง สมัยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรค และตั้งแต่นั้นมานายอันวาร์ก็ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนมาตลอด

     “ถ้านายอันวาร์ความจำไม่สั้น เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา อันวาร์คงรู้ว่า ใครสนับสนุน ดูแลอันวาร์ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมของนายอันวาร์เปลี่ยนไปเยอะ จะเป็นเพราะเหตุอะไรตนไม่ทราบ กล่าวให้ร้ายพรรคมาตลอด”

      นายนิพนธ์ กล่าวว่า เมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้ พรรคก็ต้องหาทางออกที่ดีสุด อันวาร์เองก็จะได้ไปตามเส้นทางที่ชอบๆ และไม่มีอะไรโกรธเคืองต่อกัน

     “ในการสรรหาตัวผู้สมัคร พรรคประชาธิปัตย์เขามีขั้นมีตอน มีระบบอยู่แล้ว ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งจะทำอะไรตามอำเภอใจใจได้ โดยไม่ผ่านระบบของพรรค เป็นไปไม่ได้”

      นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่นายอันวาร์ให้กับพรรค คือการใส่ร้ายพรรค ใส่ร้ายผู้บริหารพรรค พรรคจัดประชุม จัดสัมมนา นายอันวาร์ก็จะถือโอกาสแถลงสวนแนวทางของพรรคมาตลอด

      “เมื่อนายอันวาร์เห็นว่า แนวทางไปด้วยกันไม่ได้ พรรคก็เปิดโอกาสให้นายอันวาร์หาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตการเมืองของเขา เมื่อนายอันวาร์เปลี่ยนไป จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ตนไม่แปลกใจ มาถึงวันนี้เมื่อใกล้เลือกตั้ง พรรคก็เปิดโอกาสให้แต่ละคน เลือกอนาคตของตัวเองที่ดีที่สุด” นายนิพนธ์ กล่าว

     ทั้งนี้นายอันวาร์ ได้ทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับพรรค กับคณะกรรมการบริหารพรรคมาโดยตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา และพยายามเสนอปรับโครงสร้างพรรค แต่ไม่ได้เสนออะไรที่เป็นรูปธรรมชัดเจน

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565

สุดปัง...ร้านรัตนาอาหารตามสั่ง ตู่ ตาหวาน (เชิญยิ้ม) ขายปลาช่อน/ปลาดุก/ปลาสลิดแดดเดียว&ปลาร้าปลาช่อน แห่ง จ.สิงห์บุรี (มีคลิป)

 สุดปัง...ร้านรัตนาอาหารตามสั่ง ตู่ ตาหวาน (เชิญยิ้ม) ขายปลาช่อน/ปลาดุก/ปลาสลิดแดดเดียว&ปลาร้าปลาช่อน แห่ง จ.สิงห์บุรี (มีคลิป)






   ศิลปินตลกดัง”ตู่ ตาหวาน เชิญยิ้ม” เจ้าของเพลงกระเจียวเดือนห้า เพลงไหนว่าจะไม่ทิ้งกัน กับเพลงซิงเกิ้ลใหม่ เพลงคนรักตอแหล  คำร้อง-ทำนอง โดย อ.รุ่ง ทานตะวัน ล่าสุดตู่ ตาหวาน เปิดร้านรัตนา อาหารตามสั่ง ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี สุดขายปลาช่อน/ปลาดุก/ปลาสลิดแดดเดียว ปลาร้าปลาช่อน  สูตรหมักโบราณแห่งจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อนพ้องน้องพี่ ตู่ ตาหวาน




 รับประกันความอาร่อย ชอบแน่นอน ปลาช่อนแดดเดียวปลาดุกแดดเดียวปลาสลิดแดดเดียว แพ็คละครึ่งกิโลกรัมราคา 150 บาท สั่ง 4 แพ็คขึ้นไปค่าส่งฟรี ปลาร้าปลาช่อน แพ็คละครึ่งกิโลกรัม ราคา200บาท สั่ง4แพ็คขึ้นไป ค่าส่งฟรี 

ติดต่อสอบถาม 

0925147424  ไอดีไลน์ Touu2510  เฟซบุ๊ค ตู่ ตาหวาน

เลขบัญชี  1594211920 ธงชัย งามจันทร์ ธ.กรุงเทพฯ











สนใจสั่งแล้ว อย่าลืมพิมพ์ชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ให้ชัดเจนส่งมาด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ ปลาช่อน-ปลาดุกแดดเดียว ทอดเป็นกับข้าว แกล้มนั่งวงต้องกิน ตู่ ตาหวานเชิญยิ้มทำให้มีพลังที่จะทำมาหากิน เพิ่มกิจการขายปลาในบ้านเมืองสิงห์บุรี แบบเอาจริงเอาจัง ถ้ารอ งานแสดงตลก ก็คงเงียบให้แสดง





สาเหตุเพราะโรคไวรัส โควิด-19 ทำพิษ ต้องทำธุรกิจเพิ่มขยายตามความประสงค์ภรรยาที่เสียชีวิตจากเขาไปไม่มีวันกลับ ให้แรงบันดาลใจ  ขอกำลังใจพี่ๆน้องๆประชาชน ช่วยส่งเสริมสนับสนุน ตลกลูกกตัญญูรู้คุณ ตู่ ตาหวาน(เชิญยิ้ม)นะครับ

ภาพ/ข่าว พ.เมืองเพชร รายงาน



วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565

สุดปลาบปลื้มปิติ.. เป็นเกียรติ.แห่งวงศ์ตระกูล อย่างหาที่สุดมิได้ เส้นทางชีวิต.. "ประพันธ์ ฤทธิวงศ์" ปลายด้ามขวานชายแดนใต้

 สุดปลาบปลื้มปิติ.. เป็นเกียรติ.แห่งวงศ์ตระกูล อย่างหาที่สุดมิได้ เส้นทางชีวิต.. "ประพันธ์  ฤทธิวงศ์"  ปลายด้ามขวานชายแดนใต้

ส่วนหนึ่งของภาพ






   
  เส้นทางชีวิต..ด้วยภารกิจ..ชายแดนใต้  ผมเริ่มเล่นกล้องฟิมส์มาตั้งแต่อายุ 20 ปี  ต่อมา  นับตั้งแต่ปี 2528 ได้มีโอกาสถ่ายภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์  ทุกพระองศ์ที่ได้เสด็จมาประทับ ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศ จ.นราธิวาส  และได้ติดตามถ่ายภาพ ที่พระองศ์ ่ทรงเสด็จฯ เยี่ยมราษฏรในพื้นที่อำเภอรือเสาะ และอำเภอใกล้เคียง  สร้างความปลาบปลื้มปิติเป็นเกียรติแห่งวงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้     

  

   หลังจากนั้น..ยุดดิจิทัล  โลกเปลี่ยน..คนก็เปลี่ยน  เลยมีความมุ่งมั่นศึกษหาความรู้เรียนศึกษาด้วยตนเอง ลองผิดลองผิดถูก  ศึกษาการใข้กล้องดิจิตอล  และเทคโนโลยี่ การใช้คอมพิวเตอร์ การใช้โปรแกรมต่างๆ ตัดต่อวีดีโอ  หลักการเขียนข่าว..เพื่อนำสู่โลกโซเซียล  
























                         


                               

        

       





     ด้วยระยะเวลาและความมุ่งมั่น วลาคือการลงทุน  ประสบการณ์คือ..กำไร ทำให้ชีวิตผกผันก้าวสู่อาชีพนักข่าว บนเส้นทางชีวิตกว่า 50 ปี  เริ่มต้นด้วยประโยดที่ว่า "ใจรักที่จะทำ" ไ ม่สู้..ก็ไม่ก้าว    ลิขิตหรือจะสุ้มานะแห่งตน งานที่เรารัก  งานที่เราถนัด ความสำเร็จ..ที่ยิ่งใหญ่  อยู่ที่พรแสวง  ไม่ใช่แค่มีพรสวรรค์   ถ้าเรามีเป้าหมายของตนเองแล้ว  ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปสนใจเป้าหมายของคนอื่น.เพราะถ้ามัวแต่สนใจเป้าหมายของคนอื่น  เราก็ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นไปตลอดชีวิต...



 















        


รางวัลด้วยผลงาน สาขาสื่อมวลชน








     ครับ..ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมา..เมื่อมาถึงวันนี้  ได้นำความภาคภูมิใจที่มีโอกาสได้รับใช้  เข้ามามีส่วนร่วม การสื่อสาร สู่โลกโซเซียล  ขอยึดมั่นด้วยอุดมการณ์  "สร้างสุข  สนุกกับงาน  สร้างต้นทุนทางสังคม  ด้วยคุณธรรม  จริยธรรม" ความศรัทธา นำมาสู่คุณค่าแห่งชีวิต

                  คุณค่ากาลเวลา..ครบรอบ 2 ปีวัยเกษียณจากเทศบาลตำบลรือเสาะ..สู่สังคม(ชมคลิป) 

                                    
   ประพันธ์  ฤทธิวงศ์  บก.สื่อออนไลน์เว็ปไซต์ปลายด้ามขวาน@ชายแดนใต้

                                                                     23  เมษายน  2565