โฆษณา

จำนวนผู้เข้าชม

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565

🚩@..ขอคุยเรื่อง​ @.. คุณพาติเมาะ​ ผวจ.ปัตตานีคนใหม่ด้วยคนนะ:....กับความมุมมองใหม่ จชต.

 🚩@..ขอคุยเรื่อง​ @.. คุณพาติเมาะ​ ผวจ.ปัตตานีคนใหม่ด้วยคนนะ:....กับความมุมมองใหม่ จชต.

ประพันธ์  ฤทธิวงศ์ บก.ปลายด้ามขวาน@ชายแดนใต้/รายงาน

   เราลองมาช่วยคิดกันหน่อยนะว่า​ ตอนนี้มุสลิมส่วนหนึ่งใน​ จชต.กำลังทำให้พวกเรามุสลิมใน​ จชต.ได้รับความเดือดร้อน​ ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิตประจำวันหรือไม่

    เรากำลังทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศรังเกียจความเป็นมุสลิม​ ดูแคลนศาสนาอิสลาม​ ด้วยมือของพวกเรากันเองหรือไม่



  เรากำลังตกเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุน​ กลุ่มเคร่งเครียดทางศาสนา​ หรือกลุ่มข้าราชการ​ กบุ่มนักการเมืองที่ทุจริตหรือไม่

   เพราะดูเหมือนไม่ว่าอะไรที่แปลกใหม่จะเกิดในพื้นที่​ จชต.​ เรามักจะตีความโดยหลักศาสนา​ ทั้งๆที่เรารู้กันอยู่ว่า​ ศาสนาของเรามุ่งให้ทุกคนมีชีวิตที่มีความสุข​ เรียบง่าย​ ยืดหยุ่น​ เป็นผู้ให้​ ผู้อภัย​ เราต้องปฏิบัติธรรมด้วยศรัทธาของตัวเราเอง

  แต่ในปัจจุบัน​ ดูเหมือนจะมีกลุ่มคนบางกลุ่ม​ เอาเรื่องศาสนามาเป็นปัญหาไปหมด อะไรๆก็ผิดหลักศาสนา​ จนแทบจะไม่ต้องกระดิกตัวทำอะไรกันแล้ว​ พวกเราทุกคนเครียด​หรือไม่



    เราไม่ได้กลัวผิดหลักศาสนา​ เพราะเรารู้เราเข้าใจ​ แต่เรากลัวความไม่ปลอดภัยที่พวกไม่รู้จริง​ พวกแอบอ้างศาสนาหาผลประโยชน์ต่างหาก​ ที่คอยจะมาสร้างปัญหาให้เรา

    เราจะแบ่งแยกประเทศไปทำไม​ ในเมื่อทรัพยากรเรามีพอกินพอใช้​

   ประเทศไทยให้ความสำคัญต่อศาสนาอิสลาม​ ให้มีความสัมพันธ์ไปทั่วโลก​ นักการศาสนาหรือนักการเมืองหรือกลุ่มอิทธิพลกันแน่ที่ต้องการอำนาจมาปกครองพวกเรา

   คุณพาติเม๊าะ​ เป็นไทยมุสลิมะ​ ที่ได้รับการยกย่องให้เกียรติในระดับประเทศถึงขนาดนี้​ พวกเราหลายๆคนยังแสดงความไม่ยอมรับ​ แล้วเราจะยอมรับใคร​ เราเลือกมากรู้มากจนไม่มีใคร​ในสังคมนี้ที่จะรู้เรื่องศาสนามากกว่าเรากันเลยงั้นหรือ

    เรารู้มากทำมากกันดูเหมือนจะทำให้คนไทยพุทธและไทยมุสลิมทั่วประเทศเริ่มเบื่อหน่ายมุสลิมใน​ จชต.กันแล้วนะ



   เด็กๆเยาวชน​ เขาได้ไปเรียนรู้ในสังคมโลกกว้าง​ ส่วนหนึ่งเขาเริ่มเบื่อความเป็นพวกเราแล้ว เขาหนีออกไปอยู่นอกพื้นที่กันมากแล้ว​ ถึงแม้เขาจะยังเป็นมุสลิม​ แต่เขาก็หนีทิ้งความเป็นมุสลิมที่มีแต่ความวุ่นวายแบบเราไป​ เขาไปอยู่ในสังคมกว้างที่เป็นมุสลิมสากลกันมากแล้วนะ



  ดังนั้น​ เราจึงควรมาทบทวนกันหน่อยนะว่า​ ในเมื่อสังคมไทย​ ให้เกียรติ​ ให้โอกาสเราถึงขนาดนี้​ ทั้งๆที่เราเป็นคนส่วนน้อยของประเทศ​ เราควรจะพอเพียง​แล้วยัง เราควรจะแสวงหาความสุจในชีวิตประจำวันของเรา​ เราควรปฏิบัติศาสนกิจของเราอย่างสันติ​ ไม่ควรมุ่งไปสู่การเอาเปรียบ​ การดูหมิ่น​ ความแตกแยกทางศาสนาและสังคมอื่นๆเลย

  เราควรมาสร้างคนของเราเพื่อสังคมโลกกว้าง​ ไม่ใช่สร้างแบบจำกัด​ ให้อยู่แต่ในความเป็นมุสลิม​  จชต. โดยไม่ยอมรับสังคมอื่นๆเลย​

        ด้วยรักและศรัทธา.

กรณี ผวจ.ปัตตานีคนใหม่ กับมุมใหม่ใน จชต. ขอเป็นกำลังใจ.. "นางพาตีเมาะ​ สะดียามู" ผวจ.ปัตตานี ขอเป็นกำลังใจ.. "นางพาตีเมาะ​ สะดียามู" ผวจ.ปัตตานี

 

กรณี ผวจ.ปัตตานีคนใหม่ กับมุมใหม่ใน จชต.  ขอเป็นกำลังใจ.. "นางพาตีเมาะ​ สะดียามู" ผวจ.ปัตตานี  ขอเป็นกำลังใจ.. "นางพาตีเมาะ​ สะดียามู" ผวจ.ปัตตานี   

 ประพันธ์  ฤทธิวงศ์ บก.ปลายด้ามขวาน@ชายแดนใต้/รายงาน



     🤗🤗 มุมมองสื่อออนไลน์ปลายด้ามขวาน@ชายแดนใต้

     ขอกล่าวถึง​ การวิจารณ์คุณพาตีเมาะ​ ผวจ.ปัตตานีคนใหม่​ กรณีท่านเข้าไปสวัสดีพระภิกษุสงฆ์ในพิธีทางพุทธศาสนา​ ซึ่งพอจะวิเคราะห์ได้ว่า

  1.คุณพาตีเมาะเป็นผู้ที่รู้และเข้าใจหลักการเมืองการปกครองและหลักศาสนาเป็นอย่างดี​ เพราะในฐานะนักปกครอง​ ท่านได้ให้เกียรติคนต่างศาสนา​ที่เป็นคนกลุ่มน้อยภายใต้การปกครองของท่านเป็นอย่างดี​ ซึ่งเป็นไปตามหลักบัญญัติของอิสลามอย่างถูกต้อง

  2.การที่มีผู้มองตามรูปว่า​ ท่านกราบพระ​ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นแค่การไหว้ทักทายสวัสดี​ ตามวัฒนธรรมไทยนั้น​

   นับเป็นเสมือนการเจตนาดูแคลน​ หรือมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ต่อความเป็นผู้นำผู้ปกครอง​ และความเป็นมุสลิมะของท่าน​ ผวจ.เป็นอย่างยิ่ง​

   เพราะการที่ท่าน​ ผวจ.จะได้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้นั้น​ ท่านย่อมเรียนรู้​ ผ่านการทดสอบทั้งจากประชาชน​ ภาครัฐและผู้นำศาสนามามากพอสมควรแล้ว​

    ขอให้​ ผู้ไม่รู้จริง​ ผู้เห็นต่าง​ ผู้หวังทำลายท่านหรือผู้หวังสร้างความแตกแยก​ กรุณาอย่ายกเอาประเด็นนี้มาเป็นเครื่องมือทำลายความสันติสุขของพวกเราชาว  จชต.อีกเลย



  3.ท่านที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับกรณีนี้​ เราไม่เข้าใจว่า​ ท่านไม่รู้ไม่เข้าใจจริงๆหรือท่านเจตนาเพียงเพื่ออยากพูดแบบหรอยๆ​ หรือท่านไม่ประสงค์ให้เกิดความสันติสุขสมานฉันท์ใน​ จชต.กันแน่​ เพราะเรื่องนี้ไม่มีส่วนใดที่ผิดหลักศาสนาเลย​ เป็นแค่มารยาททางสังคมและเป็นประเพณีวัฒนธรรมที่เรายอมรับและต้องอยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม

  4.นับเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ร่วมกันทบทวน​ วิเคราะห์สังคมเราว่า​ ที่เราคิดว่า​ ปัจจุบันศาสนาของเราเจริญรุ่งเรื่องนั้นจริงหรือไม่​ ในเมื่อสิ่งก่อสร้างทางวัตถุเรามีมากมายสวยงาม​ แต่ศาสนิกของเรายังไม่เข้าใจหลักการของศาสนาให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างแท้จริง​ ยังมองสังคมในแง่ลบ​ ยังคิดหวังสร้างความแตกแยก​ ยังคิดทำลายศาสนิก(มุสลิมะ)​ของเรา​เอง​ ทั้งๆที่เขาได้รับเกียรติยศสูงสุด​ โดยประเทศไทยและสังคมไทยได้ให้เกียรติแก่เขาและความเป็นมุสลิมของเราแล้ว​อย่างแท้จริง

   ซึ่งนับเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้นำท้องถิ่นและผู้นำศาสนา​ ต้องนำมาทบทวน​ คิด​  วิเคราะห์  แก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมกันต่อไป



   เราขอสนับสนุน​และให้กำลังใจ​ คุณพาติเม๊าะ​ ผวจ.ปัตตานีคนใหม่..  พหุวัฒนธรรม​ สมานฉันท์



  มุมมอง.. สื่อออนไลน์​ ปลายด้ามขวาน@ชายแดนใต้

     6​ธันวาคม​2565

“อารี”โวกวาด 3 เก้าอี้ส.ส.เมืองคอน หลังเรียก 8 ว่าที่ผู้สมัครติวเข้ม

 “อารี”โวกวาด 3 เก้าอี้ส.ส.เมืองคอน หลังเรียก 8 ว่าที่ผู้สมัครติวเข้ม

  



พรรคภูมิใจไทย เปิดตัว 8 ว่าที่ผู้สมัคร สส.เมืองคอน

 ”อารี ไกรนรา” เป็นพี่เลี้ยง เรียก 8 ว่าที่ผู้สมัครติวเข้มลั่นมั่นใจปักธง 3 ที่นั่งใน จ.นครศรีธรรมราช

วันที่ 4 ธ.ค.65 ที่โรงแรมราวดี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายอารี ไกรนรา เดินทางมาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่บรรดา 8 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ของพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 8 เขตเลือกตั้ง ของ จ.นครศรีธรรมราช โดยนายอารี กล่าวให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ทางพรรคภูมิใจไทย ซึ่งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทยของ จ.นครศรีธรรมราช เขาได้ติดต่อผมไปว่า วันนี้เขาจะมีการสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร ซึ่งตอนนี้ทางพรรคภูมิใจไทย ค่อนข้างจะแน่ใจแล้วว่า ได้คัดสรรผู้สมัครได้ 8 เขต ของ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งขาดเพียง 1เขต เท่านั้น และอยู่ระหว่างการคัดสรรกันอยู่ ไม่เกิน 20 ธันวาคมจะได้ครบทุกเขต วันนี้เรานัดหมายซักซ้อมทำความเข้าใจว่า จะต้องทำอะไรกันบ้าง หลังจากเป็นผู้สมัครแล้วในอนาคต ซึ่งเขาติดต่อผมมาเป็นวิทยากรในการจัดประชุมครั้งนี้ และมาให้กำลังใจว่าที่ผู้สมัครทั้ง 8  เ ขต ซึ่งตนก็ยินดีที่จะมาในงานวันนี้


ตามที่สื่อมวลชน ทราบแล้วว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไป ผมได้ย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย แต่ตอนนี้ยังมาไม่เต็มตัว เพราะยังอยู่อีกพรรคหนึ่ง วันนี้ก็ทำได้เท่าที่ข้อกฎหมายกำหนด แต่จากการพูดคุยกับว่าที่ผู้สมัครทั้ง 8 เขต เขามีความพร้อมทุกเขต โอกาสที่เขาจะได้เป็น ส.ส.มีโอกาส ซึ่งผู้สมัคร จ.นครศรีธรรมราช มีครบทุกวงการ ทั้งนักการเมืองท้องถิ่น,นายธนาคารบ้าง ,นักธุรกิจบ้าง ซึ่งต่างคนต่างคิดที่จะพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง เท่าที่สัมผัสแล้วใน จ.นครศรีธรรมราช ทางพรรคภูมิใจไทย น่าจะปักธงได้ อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 เขต “

นายอารี ให้สัมภาษณ์อีกว่า เท่าที่ตนสัมผัสกับชาวนครศรีธรรมราช พบว่าชาวนครศรีธรรมราช ต้องการเปลี่ยนแปลงบ้าง ซึ่งพรรคภูมิใจไทย สามารถตอบโจทก์ของคนใต้ได้เป็นอย่างดี เป็นพรรคที่มีความพร้อม เป็นพรรคที่มีเอกภาพ เป็นพรรคที่ไม่ทะเลาะกับใคร สามารถเข้ากับทุกพรรคได้ สามารถร่วมงานร่วมรัฐบาลกับทุกพรรคการเมืองได้ในสมัยหน้า หลายจังหวัด ที่มี ส.

ส.ภูมิใจไทย พบว่ามีการพัฒนาไปเยอะ นโยบายพรรคภูมิใจไทยคงจะลงพื้นที่อธิบายพี่น้องประชาชนว่า พรรคมีนโยบายอะไรที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนโยบายกัญชาที่เป็นยาเสพติดเอามาเป็นกัญชาทางการแพทย์ซึ่งก็ได้ผลและอีกหลายนโยบายของพรรคที่สัมผัสได้

 

ทั้งนี้นายอารีได้เปิดตัวสักระยะหนึ่งแล้วว่าจะย้ายไปสังกัดจากพรรคเพื่อชาติไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า และทางพรรคได้มอบหมายให้อารีในฐานะคนนครศรีธรรมราช มาดูแลสนามเลือกตั้งนครศรีธรรมราชทั้งจังหวัด 9 เขตเลือกตั้ง

 

นายอารี กล่าวยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 400 เขต และสู้เต็มที่ในทุกเขตเลือกตั้ง

นิพนธ์ฯ รับปากช่วยร้านอาหารต้มยำกุ้ง หลังประธานเครือข่ายฯทั่วประเทศมาเลเซีย ยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือเรื่องชีวิตความเป็นอยู่และปัญหาเอกสารที่เกี่ยวเนื่องกับเอกสารราชการ (มีคลิป)

    นิพนธ์ฯ รับปากช่วยร้านอาหารต้มยำกุ้ง หลังประธานเครือข่ายฯทั่วประเทศมาเลเซีย ยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือเรื่องชีวิตความเป็นอยู่และปัญหาเอกสารที่เกี่ยวเนื่องกับเอกสารราชการ (มีคลิป)

 






    เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างการเดินทางเพื่อเยี่ยมเยียนและร่วมพบปะกับกลุ่มเครือข่ายร้านอาหารต้มยำกุ้ง ในประเทศมาเลเซีย ของนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และคณะ ระหว่างวันที่ 2-5 ธ.ค. โดยนายนิพนธ์ รองหน.พรรคปชป. ได้เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกันกับประธานชมรม Ukhuwah Mr. Johari Bin Ahmad และกลุ่มเครือข่ายร้านอาหารต้มยำกุ้งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ฯว่า ปัจจุบันการมาทำงานในประเทศมาเลเซียของกลุ่มคนไทยนั้นมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องการให้รัฐบาลไทยได้เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขเร่งด่วนเนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานและการใช้ชีวิตของกลุ่มคนไทยที่มาทำงานฯที่นี่ โดยทางกลุ่มฯได้ร้องขอให้ช่วยเหลือในเรื่อง

   - การแจ้งเกิด-แจ้งตายที่ปัจจุบันมีรายละเอียดและขั้นตอนการทํางานที่ยุ่งยาก และหลายขั้นตอน

   - การอํานวยความสะดวกในการออกใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศมาเลเซีย

   - การอำนวยความสะดวกในการออกหนังสือเดินทาง(Passport) ให้กับคนไทยที่เดินทางมาทํางาน ให้สามารถต่ออายุ/ทำใหม่ได้ที่สถานทูตฯ

   - การกำหนดรายละเอียดการออกใบอนุญาตให้เข้ามาทํางานในประเทศมาเลเซีย (Work Permit) โดยกำหนดประเภทแรงงาน/ราคา

   - การส่งเสริมกิจกรรมการแข่งขันกีฬา และกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ของคนไทยที่เดินทางมาทํางานในประเทศมาเลเซีย

   - การจัดหาครูผู้สอนและสื่อการเรียนการสอนภาษาไทยให้กับเด็กที่ครอบครัวพามาพักอาศัย หรือ ที่แม่คนไทยคลอดในประเทศมาเลเซียด้วย ซึ่งปัจจุบันเด็กที่เดินทางมากับผู้ปกครองนั้นไม่สามารถสื่อสารและใช้ภาษาไทยได้

 

    นายนิพนธ์ กล่าวว่า การร้องขอความช่วยเหลือดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขเพราะกลุ่มคนที่ร้องขอมานั้นก็ถือเป็นคนไทยเช่นเดียวกัน โดยรายละเอียดต่างๆนั้น โดยส่วนตัวคิดว่าบางอย่างสามารถดำเนินการได้ทันที อย่างการจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์นั้นก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้คนไทยในต่างแดนได้รู้จักกันมากขึ้น สามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ในเรื่องต่างๆ 






ส่วนในเรื่องพาสปอร์ต และใบอนุญาตการทำงานต้องมีการประสานกับกระทรวงต่างประเทศ และทางการมาเลเซีย ต่อไป ซึ่งจะรับไปดำเนินการต่อรวมทั้งประเด็นอื่นๆตามที่กลุ่มฯได้ร้องขอมา ซึ่งต้องถือว่ากลุ่มคนเหล่านี้ได้ทำรายได้เข้าประเทศและหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนใต้ของเราส่วนหนึ่งด้วย

 

///

'ภูมิใจไทย' จองหมดแล้ว ส.ส.จังหวัดภูเก็ต 3 เขต

 'ภูมิใจไทย' จองหมดแล้ว ส.ส.จังหวัดภูเก็ต 3 เขต

 



3 ธ.ค.2565 - ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่ายืนยันและมั่นใจว่าจะปักธง 3 ส.ส ของจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย นายนิพนธ์ เอกวานิช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นายวิวัฒน์ จินดาพล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 และนายวงศกร ชนะกิจ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3

 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่าเพราะภูเก็ตเป็นจังหวัดที่พรรคภูมิใจไทย พัฒนาไว้เยอะ ที่มีรัฐมนตรีของพรรคทั้งรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา รมว.คมนาคมและรมว.สาธารณสุขที่ทำงานเต็มที่ จนใช้เป็น "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ประสบความสำเร็จอย่างมากมายทำให้เราเปิดประเทศได้จนถึงทุกวันนี้ และภูเก็ตจะเป็นสถานที่จัด เวิลด์เอ็กซ์โปรสเปเชียล 2028 ก็ได้เข้าสู่รอบสุดท้ายแล้ว จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบขนส่งมวลชนอีกมากมาย พรรคภูมิใจไทยจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด หวังว่าประชาชนคงจะเห็นความทุ่มเทนี้

 

นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะเดีนวกันได้พัฒนาเชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทยให้เป็นเซาท์เทิร์น แลนด์บีชและขอยืนยันว่า3ผู้สมัครของ จ.ภูเก็ต อาจจะเป็นหน้าใหม่ทางการเมืองแต่ไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับคนภูเก็ตแน่น่อนเพราะเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า พื้นที่อื่นๆในภาคใต้หลายพรรคการเมืองต่างประกาศจะคว้าเก้าอี้นั้น ภูมิใจไทยตั้งเป้า ส.ส.เท่าไหร่จากจำนวน 58 เขต นายอนุทิน หัวเราะพร้อมบอกว่า “ทำเต็มที่ มีเท่าไหร่เอาเท่านั้น”

นิพนธ์ นำทีม ปชป.เยี่ยมเครือข่ายร้านอาหารต้มยำกุ้ง ในประเทศมาเลเซีย เตรียมขยายผล “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร” พร้อมหนุนพื้นที่ชายแดนใต้ เป็น”ศูนย์ฮาลาลของเอเชีย”(มีคลิป)

    นิพนธ์ นำทีม ปชป.เยี่ยมเครือข่ายร้านอาหารต้มยำกุ้ง ในประเทศมาเลเซีย เตรียมขยายผล “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร” พร้อมหนุนพื้นที่ชายแดนใต้  เป็น”ศูนย์ฮาลาลของเอเชีย” (มีคลิป) 

 



   (3 ธ.ค. 65) นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมด้วยทีมยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร ชายแดนใต้ เดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อเยี่ยมเยียนและประสานการแก้ไขปัญหาจากการทำงานในต่างประเทศของเครือข่ายต้มยำกุ้งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ที่มีจำนวนกว่า 5,000 ร้าน และมีคนไทยที่มาทำงานในเครือข่ายต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซียกว่า 150,000 คน โดยได้พบปะตัวแทนเครือข่ายฯ ได้แก่ นายโจฮารี ประธานชมรม Ukhuwah (เป็น เครือข่ายต้มยำกุ้งเครือข่ายใหญ่) และเครือข่ายต้มยำกุ้งในมาเลเซีย พร้อมทั้งมีการพูดคุยและสร้างความเข้าใจในยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศ

 

   นายนิพนธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการเดินทางมาเยี่ยมเยียนเครือข่ายต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนไทยที่เดินทางมาทำงานหารายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว เป็นการนำรายได้เข้าประเทศในแง่ของตัวเลข GNP ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ติดตามการเคลื่อนไหวภาคเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้มาตลอดและได้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการทำงานของคนไทยในประเทศมาเลเซีย ซึ่งหลักๆภาครัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหาในเรื่องของการอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน เช่น การออก passport การออก work permit เพื่อการประกอบธุรกิจในประเทศมาเลเซียและแรงงานที่เดินทางไปทํางานในร้านอาหาร เป็นต้น โดยในแต่ละปีคนไทยที่มาทำงานที่นี่สามารถส่งรายได้กลับไปยังครอบครัวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยปีละหลายพันล้านบาท ก่อเกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจต่อจังหวัดชายแดนภาคใต้และประเทศจำนวนมาก

 

   นายนิพนธ์ กล่าวต่ออีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศยุทธศาสตร์ “ความมั่นคงด้านอาหาร” ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งยุทธศาสตร์นี้จะนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆและยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชนในพื้นที่ อย่างในเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ นั้นสามารถนำไปต่อยอดขยายผลป้อนเข้าสู่ตลาดชาวมุสลิมในอาเซียนและเอเชียที่มีหลายล้านคน โดยต้องเร่งส่งเสริมการผลิตที่ตรงตามความต้องการของตลาดที่มีความแตกต่างกันและสิ่งสำคัญคือยกระดับคุณภาพการผลิตที่ได้มาตรฐานฮาลาลจริงๆและตั้งเป้าให้สามจังหวัดชายแดนใต้เป็นศูนย์ฮาลาลของเอเชียให้ได้



 และสำหรับเครือข่ายต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซียนี้ถือเป็นกลุ่มคนไทยที่มีสำคัญที่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ประกาศยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหารไปแล้วต้องสร้างความเข้าใจ และทำให้ทุกคนเห็นช่องทางของการต่อยอดในเชิงธุรกิจที่คนไทยทุกกลุ่มจะได้ประโยชน์จากยุทธศาสตร์ดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันประเทศมาเลเซียยังพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น อาหารทะเล พืช ผลไม้ จากประเทศไทย รวมทั้ง เครือข่ายต้มยำกุ้ง ยังต้องการวัตถุดิบในการประกอบอาหารจากประเทศไทยอีกจำนวนมาก และอย่างน้อยก็ทำให้คนในพื้นที่ชายแดนใต้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพที่เพิ่มมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    สำหรับ การเดินทางของรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะ จะมีการเยี่ยมเยียนคนไทยกลุ่มอื่นๆพร้อมทั้งร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ในประเทศมาเลเซียระหว่างวันที่ 2-5 ธ.ค.นี้

 

///

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565

สลด!!สาวกตัญญูนำข้าวเที่ยงไปส่งพ่อทำสวนขับรถเลี้ยวย้อนศรตัดหน้ารถเก่งชนดับ อนาถคาที่ (มีคลิป)

 สลด!!สาวกตัญญูนำข้าวเที่ยงไปส่งพ่อทำสวนขับรถเลี้ยวย้อนศรตัดหน้ารถเก่งชนดับ อนาถคาที่ (มีคลิป)




เมื่อวันที่28พฤศจิกายน 2565 สมาคมวีอาร์กู้ภัยปลายพระยา รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์บริเวณยูเทิร์นถนน southern หมู่ที่ 7 ตำบลปลายพระยา อ.ปลายพระยาจึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ต.สายัน นุชฉิม ร้อยเวร สภ.ปลายพระยาพร้อมเเพทย์



เมื่อถึงที่ เกิดเหตุจุดยูเทิร์นมุ่งหน้าจังหวัดสุราษฎร์ธานีพบรถจักรยานยนต์ Honda Wave สีดำ ป้ายทะเบียน 1 กก 4229 กระบี่ ลักษณะโดนเฉี่ยวชนที่ด้านท้าย ทางออกไปประมาณ 200 เมตรพบรถยนต์เก่งยี่ห้อ Honda รุ่น City สีดำ ป้ายทะเบียน กง 9447 พังงา จอดอยู่สภาพด้านหน้าฝั่งซ้ายมือพบร่องรอยเฉี่ยวชนสภาพพังยับกระจกด้านหน้าแตกห่างออกไป ประมาณ 50 เมตรพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อ

น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ พุดทรา อายุ 17 ปี  ที่อยู่ตามบัตร  93 ม.7 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีฯ สภาพนอนหงายเสียชีวิตมีข้อเท้าด้านขวาขาดและบริเวณที่ท้องมีแผลฉีกขาดเสียชีวิตที่เกิดเหตุ สวนคนขับรถยนต์เก๋ง Honda City ได้เข้าไปมอบตัวที่สถานีตำรวจสภ.ปลายพระยาแล้ว 

สอบถามคนงานตัดปาล์มที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุเล่าว่าผู้ตายอยู่บริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุช่วงเที่ยงจะนำกล่องข้าวห่อไปส่งบิดาซึ่งทำสวนอยู่บริเวณป่ายางเชิงเขาฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุไม่ไกล และตายมักจะขับย้อนศรตรงช่วงยูเทิร์นเพื่อไปยังฝั่งตรงข้ามเป็นประจำวันนี้เคราะห์ร้ายช่วงเกิดเหตุมีรถเก๋งคันดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็วได้ชนเข้าอย่างจังจนทำให้เกิดเหตุสลดใจนี้ขึ้น หลังจากร้อยเวรได้ทำแผนที่เกิดเหตุแล้วเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่โรงพยาบาลปลายพระยาอีกครั้งก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป...

กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน

ไข้กาฬหลังแอ่น ระบาดในโรงเรียนปอเนาะ ที่ จ.กระบี่ พบเสียชีวิตแล้ว 1 ราย เข้าข่ายติดเชื้อแรก ราย สสจ.กระบี่ ระบุคุมโรค ได้แล้ว (มีคลิป)

 ไข้กาฬหลังแอ่น ระบาดในโรงเรียนปอเนาะ ที่ จ.กระบี่ พบเสียชีวิตแล้ว 1 ราย เข้าข่ายติดเชื้อแรก ราย สสจ.กระบี่ ระบุคุมโรค ได้แล้ว (มีคลิป)    

         


 



เมื่อวันที่ 25พฤศจิกายน  65  กระบี่พบผู้ต้องสงสัยไข้กาฬหลังแอ่น ในโรงปอเนาะ(สถานบำบัดยาเสพติด)แห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา นายแพทย์สมบูรณ์ บุญกิตติชัยพันธ์ รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.กระบี่ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนโรคพบผู้ติดเชื้อเข้าข่าย จำนวน 6 ราย เสียชีวิต 1 ราย อีก 5 ราย อยู่ในระยะปลอดภัย สำหรับในการสอบสวนโรค ทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สอบสวนโรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาผู้ใกล้ชิดและต้องสงสัยป่วยด้วยโรคไข้กาฬหลังแอ่น เบื้องต้นยังไม่พบผู้ป่วยเข้าข่ายเพิ่ม 


สำหรับผู้ป่วยเข้าข่าย ทางเจ้าหน้าก็จะทำการตรวจหาเชื้อบริเวณลำคอ ในกลุ่มนักเรียนทั้ง 400 กว่าคน เบื้องต้นก็ได้ให้ยาฆ่าเชื้อในการป้องกันโรคทั้งหมด พน้อมกับแนะนำในการป้องกันโรคให้กับโรงเรียน ทั้งการให้สวมหน้ากากอนามัย ความสะอาด และลดความแออัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น


สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมโรคไว้ได้ แล้ว เนื่องจากเป็นสถานที่ปิด และขณะเดียวกันทีมสอบสวนโรคได้ลงพื้นที่สอบสวนโรค ตั้งแต่ทราบเรื่อง  พร้อมกับมีการให้ยาและคำแนะนำในการปฎิบัติตัว สำหรับโรคนี้ไม่พบบ่อย แต่หากว่าติดเชื้อก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ และขอฝากไปยังทุกคน ที่มีอาการเจ็บป่วย ไอจาม หากรักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์ 


สำหรับการปฎิบัติตนในช่วงนี้มีการระบาดของไวรัสโควิด 19 อยู่ด้วย ขอให้มีการสวมหน้ากาก ล้างมือ จะช่วยให้ปลอดโรคได้ และว่าไม่ควรตื่นตระหนก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ ได้ตั้งด่านบริเวณถนนทางเข้า เพื่อป้องกันเฝ้าระวัง บุคคลเข้าออก เกรงว่าจะนำเชื่อออกมาสู่ภายนอกได้...

กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน

การค้าชายแดน 10เดือนปี 65 โต4.50% ลาวคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย

 การค้าชายแดน 10เดือนปี 65 โต4.50% ลาวคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย

  


การค้าชายแดน10เดือนโต4.50% อานิสงส์เงินบาทสามารถแข่งขันได้ราคาดี ด่านชายแดนเปิดมากขึ้นล่าสุดเปิดแล้ว97แห่ง ลาวคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยแซงหน้ามาเลเซีย ที่ติดลบ21%

 

 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

เผยว่าการส่งออกชายแดนยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 คิดเป็นมูลค่า 54,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.50% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แต่การส่งออกผ่านแดนปรับตัวลดลงเนื่องจากผู้ส่งออกหันกลับไปขนส่งสินค้าทางเรือและทางอากาศเพิ่มขึ้นจากค่าระวางเรือที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องดังนั้นการค้าผ่านแดนและการค้าชายแดนมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,450,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.74% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 855,839 ล้านบาท ลดลง 0.66% และการนำเข้ามูลค่า 594,471 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.41% โดยไทยได้ดุลการค้าในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2565 ทั้งสิ้น 261,368 ล้านบาท

 

 

 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

ส่วนการค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนตุลาคม 2565 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 144,477ล้านบาท ลดลง 2.92% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 81,937 ล้านบาท ลดลง 0.17% และการนำเข้ามูลค่า 62,540 ล้านบาท ลดลง 6.31% โดยไทยได้ดุลการค้าในเดือนตุลาคม 2565 ทั้งสิ้น 19,397 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ไทยการค้าชายแดนกับ 4 ประเทศ (มาเลเซีย กัมพูชา เมียนมา และสปป.ลาว)   ซึ่งเดือนตุลาคม 2565 มีมูลค่าการค้ารวม 87,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.59% โดยการส่งออกไปกัมพูชาและ สปป.ลาว ยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา และการส่งอกไปเมียนมากลับมาขยายตัวอีกครั้ง ดังนี้

สปป.ลาว มูลค่าส่งออก 15,168 ล้านบาท (+43.67%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป น้ำมันดีเซล และน้ำตาลทราย

มาเลเซีย มูลค่าส่งออก 14,713 ล้านบาท (-21.72%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ รถยนต์และส่วนประกอบและยางพารา

 เมียนมา มูลค่าส่งออก 11,200 ล้านบาท (+6.16%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ และเครื่องสำอาง เครื่องหอมและสบู่

กัมพูชา มูลค่าส่งออก 13,563 ล้านบาท (+9.49%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ

 ค้าชายแดน 10เดือนโต4.50% ลาวคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย

 

ส่วนการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม (จีน เวียดนาม สิงคโปร์และประเทศอื่นๆ) เดือนตุลาคม 2565 มีมูลค่ารวม 57,180 ล้านบาท ลดลง 11.42% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 27,293 ล้านบาท ลดลง 8.36% และการนำเข้ามูลค่า 29,887 ล้านบาท ลดลง 14.04% โดยการส่งออกผ่านแดนไปเวียดนามยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา ดังนี้

จีน มูลค่าส่งออก 9,580 ล้านบาท (-8.92%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ

เวียดนาม มูลค่าส่งออก 4,370 ล้านบาท (+17.51%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อุปกรณ์กึ่งตัวนำฯ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และสินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ

 สิงคโปร์ มูลค่าส่งออก 3,522 ล้านบาท (-2.91%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และแผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

ประเทศอื่น ๆ (เช่น ฮ่องกง สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ) มูลค่าส่งออก 9,821 ล้านบาท (-17.60%)

“ปัจจัยสนับสนุนการส่งออก เงินบาทยังคงอ่อนค่า ช่วยให้สินค้าไทยยังสามารถแข่งขันด้านราคาได้ ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศเพื่อนบ้านยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงของไปยังสปป.ลาว และเมียนมา ขยายตัวรวมถึงผลักดันการเปิดจุดผ่านแดนเพื่อขนส่งสินค้าล่าสุด โดยล่าสุดมีด่านเปิดให้บริการแล้ว97แห่ง เป็นจุดผ่านแดนไทย71แห่ง และด่านประเทศเพื่อนบ้าน63แห่ง"

รู้จัก “สุนทร ปานแสงทอง” รัฐมนตรีป้ายแดงให้มากขึ้น

 รู้จัก “สุนทร ปานแสงทอง” รัฐมนตรีป้ายแดงให้มากขึ้น


“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้ง นายสุนทร ปานแสงทอง เป็นรัฐมนตรีช่วย (รมช.) ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่ามกลางเสียงถามอื้ออึงว่า “แล้วสุนทร ปานแสงทอง” เป็นใคร มาจากไหน


หลังนายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณปรับ ครม.ก็มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า กลุ่มปากน้ำได้โควต้ารัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง และส่งชื่อไปให้นายกรัฐมนตรีแล้ว “เป็นผู้ชาย และเป็นคนนอก”

 

รัฐมนตรีใหม่ป้ายแดงคนนี้ มีตำแห่นงทางการเมืองก่อนหน้านี้ เป็น รองนายก อบจ.สมุทรปราการ ที่มี “ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย” เป็นนายกฯ อบจ. ภายใต้การสนับสนุนของ “ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม” บ้านใหญ่ปากน้ำ


ตามประวัติไม่เคยผ่านการเป็น ส.ส.มาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ข้องแวะเพียงแค่การเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 สมุทรปราการ เมื่อปี 2548 ให้กับ “พรรคมหาชน” และเป็นผู้สมัครเขต 4 สมุทรปราการ ในนามพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งปี 2562 เท่านั้น


ในทางการเมือง ถือเป็นคนที่มีโปรไฟล์ชัด มาจากบ้านใหญ่ อัศวเหม 


ซึ่งเรื่องนี้ สอดคล้องกับที่เจ้าตัวออกมาขอบคุณ หลังได้รับโปรดเกล้าฯ


“ขอบคุณกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ที่นำโดย นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ที่สนับสนุนการทำงานและผลักดัน ให้รับหน้าที่ในตำแหน่ง” 



ดังนั้น เมื่อ นายชนม์สวัสดิ์ สนับสนุน โควต้านี้ก็ถือเป็นของพรรคพลังประชารัฐ ตามที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ์ เคยรับปากกับ “กลุ่มปากน้ำ” ไว้


ทั้งนี้ หากจำกันได้ การรับปากดังกล่าว เกิดขึ้นจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจในรอบที่ผ่านมา ที่ ส.ส.กลุ่มปากน้ำไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย


6 ส.ส.กลุ่มปากน้ำ อันประกอบด้วย  นายต่อศักดิ์ อัศวเหม ส.ส.บัญชีรายชื่อ กับอีก 5 ส.ส.สมุทรปราการ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก, นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ, น.ส.ภริม พูลเจริญ, นายยงยุทธ สุวรรณบุตร, นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ออกมาเขย่าเก้าอี้ “มท.1” ของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ให้เสียวสันหลังวาบ

ด้วยการโหวตสวนมติพรรคตัวเอง ลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ พร้อมๆ กับการเรียกร้องให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค มานั่งในตำแหน่ง มท.1 แทนด้วย


โดย นายกรุงศรีวิไล เรียกการโหวตสวนในคราวนั้นว่า เป็นการกระตุกหนวดเสือ

“รมว.มหาดไทย ที่เป็นแม่บ้านรัฐบาลและเคยสัญญาว่าในพื้นที่สมุทรปราการ มีอะไรให้แจ้ง แต่พอแจ้งกับเจ้าตัว กลับไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะกระทรวงไม่ส่งมาที่จังหวัด ทำอะไรไม่ได้ นี่เรียกว่ากระตุกหนวดเสือ เสือหลับจึงเรียกให้ตื่น มาดูลูกๆ บ้างว่าเป็นยังไง” 


อย่างไรก็ตาม การออกมางัดข้อของกลุ่มปากน้ำในคราวนั้น ทำให้หลังจากจบศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ “บิ๊กป้อม” ต้องรุดไปถึงปากน้ำ เพื่อเคลียร์ใจ


จนเกิดภาพฮือฮาว่อนโซเซียล นายกรุงศรีวิไลล้มกราบเท้าบิ๊กป้อม กระทั่งขึ้นหน้า 1 เช้าวันรุ่นขึ้นทุกฉบับ


ผลจากการปิดห้องเคลียร์ใจวันนั้น แทนที่จะถูกคาดโทษหมายหัวที่ทำให้น้องป๊อกของพี่ใหญ่เสียหน้า เหมือนๆกับที่ “ก๊วนธรรมนัส” เคยก่อหวอด

แต่ผลกลับตาลปัตร นอกจากไม่เอาผิดที่โหวตสวนมติพรรคแล้ว ตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ของ นายสุนทร คือสิ่งที่บิ๊กป้อมรับปากในวันนั้น และมอบให้ในวันนี้


แม้จะผ่านมาหลายเดือน แต่ทั้งหมดนี้คือ เส้นทางการเมืองของ นายสุนทร ปานแสงทอง จาก “รองนายกฯอบจ. สู่เก้าอี้รัฐมนตรี

 #นายหัวไทร

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

เบื้องหลัง นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ ได้เข้ารับตำแหน่ง นอภ.เมืองสงขลา ท่ามกลางกระแสคัดค้านทางโซเซียล

 เบื้องหลัง นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ ได้เข้ารับตำแหน่ง นอภ.เมืองสงขลา ท่ามกลางกระแสคัดค้านทางโซเซียล 



    (ชมคลิป) ผอ.สัญญา  วัชรพันธุ์ เครือข่ายภาคประชาชนคนสงขลา/ที่ปรึกษาสมาพันธ์ไทยพุทธ จชต.ให้สัมภาษณ์กรณี นายอำเภอวิชาญรับตำแหน่ง นายอำเภอเมืองสงขลา ท่ามกลางกระแสคัดค้านทางโซเซี่ยล


      ประพันธ์  ฤทธิวงศ์ บก.ปลายด้ามขวาน@ ชายแดนใต้/รายงาน  

 

  เมื่อวันที่26 พฤศจิกายน 2565 ภายหลังมีการเผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายของกระทรวงมหาดไทยที่ 2899/2565 ลงวันที่ 15 พ.ย. 65 โดยมีสาระสำคัญให้ "นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์" นายอำเภอ (ผู้อำนวยการสูง) อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รักษาการในตำแหน่งนายอำเภอ (ผู้อำนวยการสูง) อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ดำรงตำแหน่ง นายอำเภอ (ผู้อำนวยการสูง) อ.เมือง จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 65 เป็นต้นไปนั้น  ท่ามกลางกระแสคัดค้านทางโซเซียล 

     ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวถูกส่งต่อๆ กันในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มไลน์ และเฟซบุ๊กต่างๆ ของคนสงขลา ส่งผลให้หลายภาคส่วนในจังหวัดมีความรู้สึกไม่ดีนัก และไม่ตอบรับคำสั่งย้ายครั้งนี้ เนื่องจากหลายคนทราบดีว่า นายวิชาญ เคยถูกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำศาสนาใน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ร้องเรียนถึงพฤติกรรมบางอย่าง และเรียกร้องให้ย้ายออกจากพื้นที่ ในช่วงเดือน เม.ย. 65 ซึ่งทางอธิบดีกรมการปกครอง ก็มีคำสั่งย้ายไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง

 


      อย่างไรก็ตาม ต่อมาเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 65 อธิบดีกรมการปกครองมีคำสั่งให้ไปรับตำแหน่งนายอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส เช่นกัน แต่ถูกต่อต้านจากคนในพื้นที่อีกครั้ง และมีกระแสเรียกร้องให้โยกย้ายออกนอกสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้มีการชะลอคำสั่งที่ให้ไปรับตำแหน่งนายอำเภอสุไหงปาดีเอาไว้ก่อน

 



         กระทั่งล่าสุดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้ไปรับตำแหน่งใหม่เป็นอำเภอเมือง จ.สงขลา ในวันที่ 28 พ.ย. 65   ส่งผลให้ประชาชนและข้าราชการในพื้นที่ต่างมีความรู้สึกและแสดงออกร่วมกันในมุมที่ไม่พอใจอย่างชัดเจน พร้อมทั้งได้มีการแสดงความคิดเห็นขับไล่ในโซเซียลมีเดีย เพื่อคัดค้านนายอำเภอคนใหม่

 

         ขณะเดียวกัน   คนสงขลายินดีต้อนรับ​ นายวิชาญ​ ชัยเศรษฐสัมพันธ์​ เป็นนายอำเภอคนใหม่​ คนสงขลายินดีต้อนรับ​ นายวิชาญ​ ชัยเศรษฐสัมพันธ์​ เป็นนายอำเภอคนใหม่​

   ในฐานะคนสงขลาและในนามเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน​ จ.สงขลา​ ได้ตรวจสอบประวัติและผลการทำงานของ  นายวิชาญ​ ชัยเศรษฐสัมพันธ์​ ผู้ที่จะไปดำรงตำแหน่ง​ นอภ.เมือง​ จ.สงขลา​ คนใหม่​  ในวันที่​ 28​ พฤศจิกายน​ 2565​ นี้แล้ว​ สรุปได้ว่า

   1.เป็นคนดี​ มีความร้​​ู​ มีความสามารถ​ เคยมีผลงานดีเด่นระดับจังหวัดและระดับประเทศ​ มีความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดี​

   2.การที่เคยถูกร้องเรียนสมัยที่เป็น​ นอภ.รือเสาะนั้น​ กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบมีข้อยุติแล้ว​ สรุปว่า​ ไม่มีความผิด

  3.การที่ถูกย้ายด่วนออกจากพื้นที่​ อ.รือเสาะ​นั้น เป็นเพียงเพื่อการแก้ปัญหาป้องกันเหตุร้ายรุนแรงเฉพาะกิจ​ ตามระเบียบของทางราชการ

  4.เรื่องที่ถูกร้องเรียนนั้น​ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความเห็นต่างของผู้นำศาสนาอิสลามและการเมืองในท้องถิ่น​บางส่วน เพราะมีส่วนหนึ่งที่เคยไปแสดงความชื่นชมยินดี​ และมีอีกส่วนหนึ่งที่ไม่พึงพอใจ​ จึงได้รวมรายชื่อร้องเรียน​ ซึ่งทางราชการได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกันไปแล้ว

  5.คนดั้งเดิมในพื้นที่​ อ.เมือง​ จ.สงขลา​ ไม่เคยมีปรากฏความคิดต่างหรือขัดแย้งทางศาสนาพุทธและอิสลามหรือทุกศาสนา​ ทุกคนอยู่ร่วมกันมาแบบญาติพี่น้องอย่างสันติสุข​ จึงเห็นควรเปิดโอกาสให้​ข้าราชการ (นอภ.)​ ซึ่งเป็นคนหนุ่มที่มีความรู้ความสามารถได้เข้ามาทำงาน​  เปลี่ยนจากการที่เมืองสงขลารอรองรับแต่ข้าราชการสูงอายุหรือมาตามเส้นสาย

   6.ในฐานะที่เมืองสงขลาเป็นบ้านเกิดของ​ พล.อ.เปรม​ ติณสูลานนท์อดีตประธานองคมตรีและรัฐบุรุษ​ และท่านอาศิส  พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี​ ผู้เป็นปูชนียบุคคลสำคัญของเมืองสงขลาและประเทศไทย  ซึ่งเสมือนแสดงถึงสัญลักษณ์แห่งความมีคุณธรรมของเมืองสงขลา​

    ประกอบกับเมืองสงขลาเป็นเมืองที่มีประชากรทั้งไทยพุทธและไทย​มุสลิม​อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข​

   ในฐานะที่นายวิชาญ​ ชัยเศรษฐสัมพันธ์​ เป็นผู้ถือกำเนิดใน​ จ.นราธิวาสและเป็นผู้นับถือศาสนาพุทธ​โดยกำเนิด เป็นผู้รับราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอด​ และถูกร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม​ ซึ่งได้มีการสอบสวนและดำเนินการตามระเบียบราชการไปเรียบร้อยแล้ว​ จึงเห็นควรอย่างยิ่งที่ได้รับพิจารณาให้ไปดำรงตำแหน่งที่อำเภอเมืองสงขลา​  ซึ่งเป็นเมืองที่มีความเป็นกลางและเป็นเมืองหลักที่สำคัญของทางราชการ​ การเมือง​ การศาสนาและอื่นๆ​ เพื่อแก้ไขและป้องกันภาพลักษณ์ของความแตกแยกหรือขัดแย้งทุกประการ

   ในส่วนประเด็นความขัดแย้งทางศาสนา​ ในฐานะคนสงขลา​ ได้มองถึงประเด็นนี้ว่า​

 ... หลักศาสนาทุกศาสนาไม่ได้มีความขัดแย้งกัน​ แต่ผู้นำหรือผู้ที่คิดว่ารู้​ หรือผู้สอน​ หรือผู้ที่นับถือศาสนา​ และผู้ที่ไม่รู้จริงต่างหาก​ ที่นำเอาหลักศาสนามาตีความให้ขัดแย้ง​ สร้างความวุ่นวายกันในสังคม

    ความขัดแย้งทางศาสนาและการเมือง(การเลือกตั้ง)​ย่อมเกิดจาก​ ความไม่รู้จริง​ ความไม่ใช่เป็นนักการศาสนาหรือนักการเมืองที่แท้จริง​ หรือผู้หวังผลประโยชน์ อิทธิพลหรือบารมี​ส่วนตนต่างหาก โดยอาศัยหลักศาสนา​ ที่ทำให้เกิดการขัดแย้ง​ แตกแยก​


  เพราะทุกศาสนา​ ย่อมสอนให้ดูที่เจตนา​ มีเหตุผล​ และให้อภัย​ ไม่มีให้เข่นฆ่า​ ให้ทุกคนปฏิบัติตนเป็นคนดี​ ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข​ สันติ​ และส่งเสริมคนดีในสังคม

   ด้วยเหตุดังกล่าวโดยสรุปข้างต้น​ ในฐ​านะคนสงขลา​ จึงขอแสดงความยินดีต้อนรับและให้โอกาสแก่​ นายวิชาญ​ ชัยเศรษฐสัมพันธ์​ ได้ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็น นอภ.เมืองสงขลา​ ตามคำสั่งของทางราชการ

    ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน​ กรุณาอย่าใช้พื้นที่เมืองสงขลา​ เป็นพื้นที่แอบอ้างหรือแสวงหาผลประโยชน์​หรืออิทธิพล​ สร้างความขัดแย้งที่มิชอบด้วยคุณธรรมและกฏหมาย​

   เพราะเมืองสงขลาและคนสงขลา​ มีความยึดมั่นในศักดิ์ศรีและเกียรติประวัติที่เกี่ยวข้องกับการก่อตั้งราชอาณาจักรและราชวงศ์แห่งสยาม​ เป็นเมืองหลักของทางศาสนา​ และเคยเป็นเมืองหลักที่สำคัญหลายๆด้านของภาคใต้มาตั้งแต่อดีต​

   ขอขอบคุณในความร่วมมือ​ เรามาร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาคนและสังคมให้มีความสุข​ เจริญ​ ก้าวหน้าและมั่นคงกันต่อไป

  และในโอกาสนี้​ ขออนุญาตอวยพรให้​ นอภ.เมืองสงขลาคนเก่า​ ที่ย้ายไปเป็นปลัด​ จ.ปัตตานี​ จงประสพแต่ความสุข​ สำเร็จ​ ปลอดภัย​ สุขภาพแข็งแรงตลอดไปด้วยนะครับ​ ขอบคุณครับ

         นายสัญญา​ วัชรพันธุ์

   -  ในฐานะคนสงขลาและเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน​ จ.สงขลา

                      27​ พฤศจิกายน​ 2565

                       


         ทั้งนี้     นายสัญญา วัชรพันธุ์    -  ในฐานะคนสงขลาและเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน จ.สงขลา และที่ปรึกษาสมาพันธ์ไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้  ขอบคุณพื่สุริยาที่กรุณาตั้งประเด็นถาม

  ผมขออนุญาตแจ้งเหตุผลกรณีการแสดงความต้อนรับ​ นอภ.เมืองสงขลาคนใหม่​ ทั้งๆที่มีกระแสโซเขี่ยลคัดค้าน​ และเคยมีเรื่องถูกร้องเรียนให้ออกจากอำเภอท้องที่เดิม

  ผมไม่ได้รู้จักส่วนตัวกับ​ นอภ.วิชาญ​ ที่ไปรับตำแหน่ง​ นอภ.เมืองสงขลาคนใหม่​

   แต่ผมและคณะทำงาน.​มีเหตุผลในการที่นำเสนอความคิดเห็นมาเป็นข้อความในกลุ่มไลน์ดังนี้

  1.ข้าราชการที่ทำงานแล้วถูกร้องเรียน​ เมื่อมีการสอบสวนแล้วไม่ปรากฏความผิด​ เราต้องคืนศักดิ์ศรีและอำนาจหน้าที่ให้แก่เขา

  2.เรื่องที่ถูกร้องเรียนที่​ อ.รือเสาะ​ เป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนา​ เมื่อตรวจสอบแล้ว​ ไม่ปรากฏความผิด​ แต่มีกำนัน​ ผญบ.ราว​ 10​ คน  จากทั้งหมด​ 75  กว่าหมู่บ้าน​ และเคยมีผู้นำศาสนากว่า​ 30​ คน​ ได้ไปแสดงความขอบคุณ​ที่​ นอภ.ได้ผลักดันให้มีการพัฒนาเกี่ยวกับศาสนาอิสลามในพื้นที่​

  4.หลังจากสอบสวนแล้วกรมการปกครองมีคำสั่งให้ลงตำแหน่งที่  อ.สุไหงปาดี​ กลุ่มเดิมก็คัดค้าน​ ไม่ให้ลงในพื้นที่​ จขต.

  ถ้าหากกรมการปกครอง​ ไม่สามารถส่ง​ นอภ.ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติราชการได้​ แม้แต่จะมาลงใน​ อ.เมืองสงขลา  ย่อมนับเป็นความเสียหายที่ใหญ่หลวงของประเทศ​

  5.นอภ.ท่านนี้เป็นคนไทยพุทธที่เกิดใน​ จ.นราธิวาส​ ปฏิบัติราชการใน​ จขต.มานาน​ แล้วถูกร้องเรียนเรื่องอิสลาม​ และสอบสวนแล้วไม่ปรากฏความผิด​ และกลุ่มเดิมยังขยายบทบาทเสมือนเป็นอิทธิพลทางศาสนา​ คัดค้านไปทั่วทุกพื้นที่​ จะเป็นการเพิ่มสร้างรอยร้าวทางศาสนามากยิ่งขึ้น​ เสมือนยิ่งสร้างความกดดันให้คนไทยพุทธขัดแย้งกับมุสลิมกว้างขวางออกไปทั่วประเทศ

   ผมและคณะทำงาน​ จึงมีความเห็นร่วมกันว่า

  ".. เราควรยึดถือคำปณิธานของ​ พล.อ.เปรมที่ว่า​ "เราต้องช่วยกันสร้างความเป็นไท​ และเป็นธรรมให้กับสังคม.. "

  และต้องช่วยกันผดุงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของเมืองสงขลาไว้ให้ได้.​ไม่ควรปปล่อยให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง​ และต้องให้โอกาส​ เป็นที่ยืนข​องคนดี​ ให้เขาได้มีสถานที่พิสูจน์ตัวเอง

  นี่คือ​ เหตุผลที่มาของการแสดงความยินดี​ ต้อนรับนายวิชาญ​ นอภ.เมืองสงขลา.​คนใหม่      

   นายสัญญา วัชรพันธุ์    -  ในฐานะคนสงขลาและเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน จ.สงขลา และที่ปรึกษาสมาพันธ์ไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้  ได้กล่าวทิ้งทาย