จำนวนผู้เข้าชม

วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564

สลดใจ โควิดพรากแม่วัย 37 ปี หลังคลอดลูกได้ 21 วัน ไปจากทารกน้อย ศพที่6 ของเบตงเด็กปลอดภัยไม่พบเชื้อ

  สลดใจ โควิดพรากแม่วัย 37 ปี หลังคลอดลูกได้ 21 วัน ไปจากทารกน้อย ศพที่6 ของเบตงเด็กปลอดภัยไม่พบเชื้อ




ยะลา โควิดพรากแม่วัย 37 ปี หลังคลอดลูกได้ 21 วัน หลังเข้ารับการรักษา แพทย์ผ่าคลอดทารกปลอดภัย แต่แม่เด็กอาการสุดยื้อจนเสียชีวิตเป็นศพแรกของอำเภอเบตง จนท.นำศพไปฝังกุโบร์ยะรมแล้ว

       เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่บ้านนายวิทยา ตาพ่วง เลขที่ 4/1 หมู่ที่ 8 บ้านบูเก็ตดาราเซ ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง พร้อมด้วย นางมุกดา ยังอภัย ณ สงขลา นายกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง จนท.ปค.ประจำตำบล จนท.สาธารณสุขอำเภอเบตง  จนท.รพ.สต.บ้านยะรม  จนท.อบต.ยะรม ลงพื้นที่บ้านนายวิทยา ตาพ่วงหลัง ภายหลังภรรยาได้ติดเชื้อโควิด-19 เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เบตงและได้เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 6 ของ อ.เบตง จ.ยะลาแล้ว คือ นางอาตีเกาะห์ ตาพ่วงอายุ 37 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่8 บ้านบูเก็ตดาราเซ ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา   โดยผู้ตายยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันโควิด


        โดยนายวิทยา ตาพ่วง สามี วัย 42 ปี ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปสแกนซื้อของที่ร้านในหมู่บ้านเมื่อวันที่ 1718 ก.ค.ที่ผ่านมาหลังจากไปซื้อของกลับมาที่บ้านก็นั่งคุยกันตามปกติ หลังจากนั้นประมาณวันที่ 19-20 ก.ค.ภรรยาก็เริ่มมีอาการเพลีย เมื่อย ไม่มีแรง ต่อมาวันที่ 21 ก.ค.ภรรยามีไข้พร้อมลูกสาวคนเล็กวัย 21 วัน และคนกลางวัย 3 ขวบ มีไข้โดยภรรยาก็เช็ดตัวอยู่ตลอด   

           โดยภรรยาเป็นคนเช็ดด้วยตัวเองและลูกสาว ประมาณ 3 วันลูกสาวก็หาย   แต่ภรรยาไม่หายไข้   ต่อมาอีก 2 วันลูกชายวัย 5 ขวบ ก็มาป่วยอีก ก็ได้เช็ดตัวประมาณ 3 วัน ก็หายเหมือนกัน  ส่วนลูกสาว 2 ขวบ และลูกชายวัย5 ขวบ คนเล็กที่พึ่งคลอดได้ 21 วันไม่ได้ติดเชื้อ (ภายหลังจากภรรยาเสียชีวิตแล้ว)  แต่ภรรยายังไม่หาย โดยลูกทั้ง 2 คนที่มีไข้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเบตงประมาณ 10 วันก็หายก็ได้มากักตัวอยู่ที่บ้านต่อจนครบ 14 วัน ก็ไม่มีอาการอะไร


         แต่ทางภรรยามีไข้ไม่ลดเลย ตั้งแต่ทำการ SWAB หาเขื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมาก็ยังมีไข้สูงอยู่คิดว่าน่าจะเกิน 38 องศา  ต่อมาเย็นวันที่ 25 ก.ค. รถฉุกเฉิน โรงพยาบาลเบตง ก็มารับที่บ้านก็รีบขึ้นรถกันฉุกละหุก เนื่องจากว่าเมื่อทางโรงพยาบาลเบตง รับแจ้งก็ได้มารับภรรยาทันทีที่บ้าน  ต่อมาเช้าวันที่ 26 ก.ค.หมอก็ได้ผ่าเอาเด็กออก หลังจากทำการผ่าคลอดเสร็จก็ได้ออกมาอยู่ห้องปกติประมาณ 2 วัน โดยได้วีดีโอคลออยู่ กับภรรยา แกก็บอกว่าอาการดีขึ้น แผลที่ผ่าคลอดก็แห้งดี ต่อมาวันที่ 3 ที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเบตง ภรรยาก็เริ่มมีอาการหายใจเหนื่อย


         ต่อมาหมอให้กลับเข้าไปรักษาในห้อง ICU อีกรอบหนึ่ง ตอนที่เข้าไปอยู่ในห้องICUก็ได้วีดีโอคลอ กันอยู่ 2 วัน จนมาวันที่ 3 ในการรักษาผลเอกซเรย์ ออกมาหมอบอกว่า ภรรยาไม่สามารถหายใจได้สะดวกถ้าไม่มีเครื่องช่วยหายใจ หมอจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและให้ยานอนหลับตลอด เพราะหากหายใจเองเขาจะเหนื่อยและจะต้านเครื่องช่วยหายใจ โดยที่หมอได้แจ้งอาการของภรรยามาตลอด จนมาวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลา 16.20  น.








        พยาบาลก็เอาโทรศัพท์มาตั้งบนหมอนที่ภรรยาหนุนอยู่โดยได้แนบโทรศัพท์ไว้ข้างหูและผม ได้บอกภรรยาว่าไม่ต้องเป็นห่วงลูก โดยที่พูดไปไม่มีเสียงตอบกลับจากภรรยา ซึ่งพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยก็ได้บอกว่าหัวใจเธอจะหยุดเต้นแล้ว โดยพยาบาลคอยบอกการเต้นของหัวใจเริ่มตั้งแต่ 302010 จนภรรยาสิ้นใจโดยสงบ

         โดยขณะนี้เด็กมีอาการปลอดภัยไม่พบเชื้อ แต่แม่เด็กแพทย์พบว่าเชื้อไวรัสลามไปถึงปอดแล้ว ทำให้อาการทรุดหนักและเสียชีวิตในที่สุดและได้การฝังศพที่กุโบร์บ้านยะรมเมื่อค่ำวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมาแล้ว โดยที่ยังไม่มีโอกาสได้เชยชมลูกเลย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมุสลิมเบตงได้นำร่างไปทำการฝังที่กุโบร์บ้านยะรมเมื่อ18.30 น.  ของวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมาแล้ว ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ท่ามกลางความโศกเศร้าของบรรดาญาติๆและเพื่อนของผู้ตาย.

ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย อ.เบตง จ.ยะลา  โทร.064-126-5593 080-036-27866 ของเบตงเด็กปลอดภัยไม่พบเชื้อ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น