จำนวนผู้เข้าชม

วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564

นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ถกเครือข่ายลดอุบัติเหตุทางถนน 17 จ.ภาคเหนือ พร้อมนำกรอบแนวทางของสากลมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม (ชมคลิป)

 นิพนธ์  บุญญามณี  รมช.มหาดไทย  ถกเครือข่ายลดอุบัติเหตุทางถนน 17 จ.ภาคเหนือ พร้อมนำกรอบแนวทางของสากลมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม (ชมคลิป)


นิพนธ์ ถกเครือข่ายลดอุบัติเหตุทางถนน 17 จ.ภาคเหนือ พร้อมนำกรอบแนวทางของสากลมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม กำชับ นายอำเภอ เร่งตั้งศปถ.ท้องถิ่นให้ครบทุกตำบล เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย"ตำบลขับขี่ปลอดภัย"

 


   เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2564  ที่ห้องประชุมชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 2 (17 จังหวัดภาคเหนือ)




 เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้แทนเทศบาล ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในการเปิดโครงการฯ

 


    นายนิพนธ์ กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนเป็นภัยคุกคามที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก โดยจากรายงานขององค์การอนามัยโลกพบว่า ในปี 2561 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั่วโลกประมาณ 1.35 ล้านราย เฉลี่ยวันละ 3,700 คนต่อวัน โดยครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์และผู้โดยสาร ผู้ใช้รถจักรยาน คนเดินเท้า เป็นสาเหตุลำดับต้นๆที่ก่อให้เกิดความพิการ

 

    สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ระหว่างเดือนมกราคม - ปัจจุบัน 2564 มีผู้เสียชีวิตสะสม 8,625 ราย และบาดเจ็บสะสม 559,404 คน ดังนั้นหากคำนวณเพื่อหาจำนวน  ผู้พิการซึ่งมีประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ ของผู้บาดเจ็บสาหัส จะพบว่า ผู้บาดเจ็บสาหัสมีโอกาสเป็นผู้พิการถึง 8,016คน เมื่อคำนวณมูลค่าความสูญเสียประเทศไทยเสียหายจากอุบัติเหตุทางถนน สถานบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) คำนวนมูลค่าความสูญเสียจ่กการเสียชีวิต พบว่าการเสียชีวิตมีมูลค่าเท่ากับ 10 ล้านบาทต่อราย


 โดยในปี 2563 มีผู้เสียชีวิต 17,831 คน คิดเป็นมูลค่า ประมาณ 178,310,000,000 บาท ดังนั้นอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียเพียงร่างกายและจิตใจเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการสร้างภาระค่าใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ ได้แก่ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยในกรณีที่ไม่สามารถทำงานได้ รวมถึงค่าชดเชยในกรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิต โดยสาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และเกิดบนถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นส่วนใหญ่

 

 


   ทั้งนี้ รัฐบาลโดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้นำกรอบแนวทางการดำเนินงานภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG) ปฏิญญาสตอกโฮล์ม และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์มาขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ให้เหลือ 12 คนต่อประชากรแสนคนภายในปี 2570 

ซึ่งหากบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้จำนวนผู้เสียชีวิตจะเหลืออยู่ประมาณ 7,940 คน และในปี พ.ศ.2565 ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตให้เหลือ12 คนต่อประชากรแสนคน ภายในอีก 6 ปีข้างหน้า



โดยให้ความสำคัญกับกลไกในการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ทุกระดับ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น โดยเพาะอย่างยิ่ง ให้นายอำเภอเร่งจัดตั้งศปถ.ท้องถิ่นให้ครบทุกตำบล เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับ อปท.และประชาชนในพื้นที่ สามารถขับเคลื่อนนโยบายตำบลขับขี่ปลอดภัยให้ประสบผลสัมฤทธิ์ ลดความสูญเสียและผลกระทบที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างแท้จริง ตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดเพื่อขับเคลื่อนมาตรการและแผนงานด้านความปลอดภัยทางถนน ไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้สามารถ ลดความสูญเสีย และผลกระทบ ที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนน ได้อย่างแท้จริง

 

////

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น