"นิพนธ์ บุญญามณี" นำคณะเยือน China Unicom ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมจีน เจาะลึกการใช้ AI พลิกโฉมอุตสาหกรรมจีน สู่การยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
.เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 ณ นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน นายนิพนธ์ บุญญามณี อุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะของสมาคมฯ เยี่ยมชมห้องนิทรรศการเศรษฐกิจดิจิทัลและประชุมแลกเปลี่ยนกับคณะผู้บริหารบริษัท China Unicom สาขามณฑลยูนนาน หนึ่งในผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีน
.คณะได้ศึกษาการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลิกโฉมภาคส่วนต่างๆ ของจีน ทั้งอุตสาหกรรม การแพทย์ การศึกษา รัฐบาลดิจิทัล และการท่องเที่ยว รวมถึงโครงสร้างและแนวคิดการออกแบบระบบในเชิงลึก ซึ่งวางเป็นลำดับชั้นตั้งแต่โครงข่าย คลาวด์ แพลตฟอร์มข้อมูล จนถึงการใช้งานจริง ตัวอย่างที่นำเสนอ ได้แก่ โรงงานที่ใช้เครือข่าย 5G เฉพาะองค์กรเชื่อมต่อสายการผลิต ระบบขนส่งอัตโนมัติ และการตรวจสอบคุณภาพด้วย AI และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อย สินค้าเกษตรท้องถิ่น และการท่องเที่ยวของยูนนานเข้าถึงตลาดทั่วประเทศจีน
ผู้บริหาร China Unicom ระบุว่า ยูนนานได้เปรียบทั้งด้านที่ตั้งซึ่งเป็นประตูสู่เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และด้านพลังงานสีเขียว บริษัทจึงพัฒนาคุนหมิงเป็นศูนย์กลางโทรคมนาคมและศูนย์ประมวลผลอัจฉริยะระหว่างประเทศ พร้อมวางโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงภาคพื้นดินเชื่อมสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ทดแทนเส้นทางเดิมที่ต้องอ้อมทางทะเล ทำให้การรับส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพ เสถียร และมีความหน่วงต่ำ (Low Latency) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของบริการ AI และคลาวด์
.China Unicom ยังนำเสนอแนวทางความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัลไทย-จีน 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลข้ามพรมแดน การสร้างแพลตฟอร์มนวัตกรรมและถ่ายทอดผลงานวิจัย การเปิดช่องทางการค้าและบริการดิจิทัล และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า ความร่วมมือดังกล่าวต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายและกลไกความร่วมมือระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ
.คณะฯ ยังได้แลกเปลี่ยนประเด็นการเชื่อมโยงโครงข่ายกับภาคใต้ของไทย โดยเห็นว่า โครงข่ายใยแก้วนำแสงทางบกจากคุนหมิงพาดผ่านภาคใต้ของไทยสู่มาเลเซียและสิงคโปร์ ขณะที่จังหวัดสงขลามีสถานีเคเบิลใต้น้ำชลี 2 ซึ่งเป็นจุดขึ้นบกของเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงไปยังหลายประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป ดังนั้น สงขลาจึงเป็นจุดตัดของเส้นทางสื่อสารทั้งทางบกและทางทะเล และมีศักยภาพรองรับการพัฒนาด้านโครงข่ายการสื่อสาร ปัญญาประดิษฐ์(AI) และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะช่วยสร้างงานและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดสงขลาและภาคใต้
.
การแลกเปลี่ยนครั้งนี้สะท้อนว่า การเชื่อมโยงไทย-จีนในวันนี้ไม่ได้มีเพียงทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ หากรวมถึงการเชื่อมต่อทางดิจิทัล ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย และเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันบนเวทีโลกต่อไป



