ยกแรกเขต 2 นครศรีฯ กำนันยาวพา “กล้าธรรม”ก้าวนำ “หมอผึ้ง”ภูมิใจไทย
ถ้าเอ่ยชื่อถึง “เจริญ ชินวงศ์” คนนครศรีธรรมราช จะรู้จักกันในนาม“กำนันยาว”มากกว่า เพราะเขาสร้างชื่อเสียงมาจากการเป็นนักปกครองท้องที่ เป็นกำนันตำบลปากแพรก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช บวกกับตระกูล “ชินวงศ์” จึงถือว่าไม่ธรรมดา เป็นตระกูลใหญ่ของเมืองคอน และเป็นเชื้อสายเดียวกับ “น้ำ-วาริน ชิณวงศ์” แม้จะเขียนไม่เหมือนกัน แต่เป็นเทือกเขาเหล่ากอเดียวกัน
วันนี้ “กำนันยาว” ตัดสินใจเดินเข้าสู่เวทีการเมืองระดับชาติ ด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.เขต 2 นครศรีธรรมราช ในนามพรรคกล้าธรรม ที่มี รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นหัวเรือใหญ่ ในถึงพึ่งได้
เดิมกำนันยาวจะลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย แต่ด้วยความไม่ลงตัวบางอย่าง ทั้งเรื่องเขตเลือกตั้งที่เปลี่ยนไปจากการลดลงของ สส. ทำให้เกิดการซ้ำซ้อนของคนที่จะลงสมัคร และบุคคลที่ไม่ลงตัว กำนันยาวจึงบ่ายหน้าไปกล้าธรรม
พื้นที่เขต 2 จังหวัดนครศรีธรรมราช จะประกอบด้วย อ.พระพรหม อ.เมือง (บางตำบล) อ.ปากพนัง (บางตำบล) เขต 2 เดิม ”ทรงศักดิ์ มุสิกอง (นายกฯหนึ่ง) เป็น สส.ในนามประชาธิปัตย์อยู่ แต่คราวนี้ สส.หนึ่งของย้ายไปลงเขต 1 เท่ากับว่า เขต 2 ไม่มีแชมป์เก่าอยู่ ทุกคนที่ลงสมัครใหม่หมด “ง่ายๆว่า ใครดีคนนั้นได้”
กำนันยาวเมื่อตัดสินใจกระโดดเข้าสู่การเข้าสู่การเมืองระดับชาติ ก็มุ่งมั่นตั้งใจสูงมาก ตัดสินใจทิ้งเก้าอี้กำนัน เดินหน้าจัดกิจกรรมทางการเมือง ตั้งแต่ตั้งลำที่พรรคภูมิใจไทย การก้าวเดินทำกิจกรรมทางการเมืองของ #กำนันยาว หรือเจริญ ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเขาเป็นคนกว้างขวางในแวดวงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงนักปกครองท้องถิ่น (เทศกาล / อบต.) เมื่อปลาวาฬขยับตัว แผ่นดินมันก็สั่น
เสทือนบ้างเป็นธรรมดา ประกอบกับเป็นคนใจถึง คำไหนคำนั้น เขาจึงเป็นที่ยอมรับของคนในแวดวงเดียวกัน
แนวคิดและนโยบาย ภาพรวมจากการหาเสียง แหล่งข่าวระบุว่า “กำนันยาว” เน้นการนำเสนอนโยบายด้านการพัฒนา พื้นที่ท้องถิ่นของนครศรีธรรมราช ให้เข้ากับแนวทางของพรรคกล้าธรรม ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก การเพิ่มโอกาสให้ชุมชน และการสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น
พรรคกล้าธรรมชูแนวทาง “ทำมากกว่าพูด” ที่ประกาศเป็นนโยบายชัดเจนจะเน้นการเกษตร เช่น ปลดหนี้เกษตรกร ธกส.ต้องลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงมาอีก ไม่ควรหวังผลกำไรจากการขูดรีดจากเกษตรกร ที่ลืมตาอ้าปากไม่ขึ้นอยู่แล้ว
สำหรับคู่แข่งสำคัญ มีสองคนคือ “หมอผึ้ง-นันทวัน วิเชียร” จากพรรคภูมิใจไทย กับแนวทางของพรรคคือ “พูดแล้วทำ” ต่อมาก็พูดแล้วทำ พลัส“ สำหรับเลือกตั้งครั้งนี้ มีนโยบายหลายด้าน เติมคำว่า ”พลัส“ เข้าไป ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษว่า ”Plus” แปลว่า มากกว่า เช่น คนละครึ่งพลัส เป็นต้น
กล่าวถึงหมอผึ้ง ปี 2566 เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเขต 8 (ท่าศาลา นพพิตำ พระพรหม) แต่แพ้ให้กับ “อวยพรศรี เชาวลิตร” จากพรรคประชาธิปัตย์ คราวนี้ย้ายพรรคมาอยู่ภูมิใจไทย หมอผึ้งจะมีคะแนนนิยมหน้าแน่นอยู่ย่านพระพรหม และเมืองบางส่วน เพราะทำพื้นที่มาร่วมสองปี แต่เมื่อเขตเลือกตั้งรวมปากพนังไปด้วย ก็น่าจะมีความยุ่งยากใจอยู่ไม่น้อย แม้จะมีตัวช่วยที่ทรงพลังก็ตาม
เชาวน์วัศ เสนพงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ตำแหน่งนี้อาจจะเป็นข้อด้อยของเชาวน์วัศด้วยซ้ำ เพราะผลงานไม่เป็นที่ประทับใจมากนัก เมื่อประชาธิปัตย์เปิดชื่อมา คนนครต่างส่งเสียงดังส่งสัญญาณถึงประชาธิปัตย์แล้ว
เชาววัศ เป็นพี่ชายของเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.หลายสมัยของนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แต่คราวนี้เทพไทไม่ได้ลงสมัคร เนื่องจากยังถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง กว่าจะพ้นยังมีอีกหลายปี จึงผันตัวเองไปเป็นนักวิเคราะห์ทางการเมืองไปแล้ว
กล่าวถึงพรรคกล้าธรรมมีพื้นที่คาดหวังอยู่ 3 เขต คือเขต 7 บิ๊กโอ-กองเกียรติ์ เกตสมบัติ เขต 2 กำนันยาว และเขต 4 ยุทธการ รัตนมาศ
กล่าวโดยสรุปเขต 2 จะสู้กันระหว่าง “กำนันยาว กับหมอผึ้ง” ส่วนใครจะเข้าเส้นชัย อำนาจอยู่ในมือประชาชน 11 กุมภาพันธ์รู้ผล
#นายหัวไทร
#ทำเฒ่าเรื่องเพื่อน
#การเมืองนคร


