โฆษณา

จำนวนผู้เข้าชม

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565

“อำนวย นวลทอง”ขันอาสาเปลี่ยนการเมืองใน จ.ตรัง

 “อำนวย นวลทอง”ขันอาสาเปลี่ยนการเมืองใน จ.ตรัง

 




กล่าวถึง “อำนวย นวลทอง” พี่น้องชาวละมอ อ.นาโยง จ.ตรังคงรู้จักกันดี เพราะเขาถือกำเนิดบนผืนแผ่นดินแห่งนี้ โตที่นี้ และเรียนจบการศึกษาระดับมัธยมปลายจากโรงเรียนระดับจังหวัด

 

 การศึกษาระบบ “แพ้คัดออก” อำนวยสอบเข้ามหาวิทยาลัยเปิดไม่ได้ เขาจึงบ่ายหน้าเข้าเมืองหลวง เข้าสู่ระบบการศึกษา “ตลาดวิชา” เป็นลูกพ่อขุนในรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง

“ตั้งใจศึกษา บูชาพ่อขุน สนองคุณชาติ คือคำขวัญของมหาวิทยาลัย ที่ติดตาตรึงใจอำนวยตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่รั้วรามคำแหง เมื่อเดินทางเข้ากรุงก็มุ่งมั่น ตั้งใจศึกษา มีพ่อขุนเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

 

“ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความ” หอบความเขลาจากบ้านนอก เข้ามาหาความหมายในเมืองหลวง อำนวยพบว่า ยังมีปัญหาอีกมากมายที่สั่งสมบ่มเพาะอยู่ในสังคมไทย สังคมแห่งความเหลื่อมล้ำ สังคมแห่งการเอารัดเอาเปรียบ แม้แต่การศึกษาก็ยังไม่เท่าเทียมกัน

 

ระหว่างศึกษาอำนวยกระโดดเข้าสู่เวทีกิจกรรมนักศึกษา ทำกิจกรรมแนวบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และการเมือง ออกค่ายอาสา ร่วมเวทีเรียกร้องความเป็นธรรมในนามองค์กรนักศึกษา ชื่อเสียงของอำนวยเป็นที่รู้จักกันของระดับนำของนักศึกษากลุ่มหัวก้าวหน้าในระดับนำ

 

อำนวยเป็นนักศึกษากิจกรรมรุ่นเดียวกับ “นิพนธ์ บุญญามณี” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รุ่นเดียวกับ “วิสูตร สุจิรกุล” อดีตนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง สมชาย โล่สภาพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์

 

 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี อำนวยเข้าสู่ระบบราชการในกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมการจัดจำหน่ายน้ำตาลทราย จากนั้นได้ลาออกมาทำงานภาคเอกชนและทำธุรกิจส่วนตัว โดยเข้าไปทำงานในบริษัท หมากหอมเยาวราช ของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้มีโอกาสได้รู้จักกับ ดร.พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯกทม. “อำนวย” ยังเป็นหนึ่งในคณะทพงานรณรงค์หาเสียงให้กับเดโช สวนานนท์ ร.ท.เชาวลิต เตชะไพบูลย์ และ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร

 

“อำนวย”กระโดดเข้าสู่เวทีการเมืองในยุคที่สังคมกำลังเปิดทางให้กับคนรุ่นใหม่ อำนวยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ในช่วงวัยหนุ่ม ด้วยหวังว่า ตำแหน่งทางการเมืองจะช่วยแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ “อำนวย” ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานสภาเขตพญาไทถึงสองสมัย และเป็นคณะทำงานของกลุ่มยุวประชาธิปัตย์ เป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ สาขาพญาไท

     

อำนวยยังวาดฝันว่า วันหนึ่งจะก้าวสู่การเมืองระดับชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างการเมืองได้มากกว่าการเมืองท้องถิ่น แต่เมืองเหลียวซ้ายมองขวา บ้านเกิดของตัวเองก็ยังมีปัญหาอีกมากที่ควรได้รับการแก้ไข รวมถึงการปูทางไปสู่ความเป็นเมืองท่องเที่ยว สร้างสังคมอุดมธรรม สังคมสร้างสุข

       อำนวยตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้ง ทิ้งสิ่งที่สร้างและมีอยู่ในเมืองหลวง บอกภรรยาเก็บกระเป้ากลับละมอบ้านเกิด และเริ่มต้นทำในสิ่งที่ฝัน เดินตามพ่อ “เศรษฐกิจพอเพียง” กับที่ดินแปลงมรดก พร้อมขยายแนวคิดไปยังชาวบ้าน เดินหน้าสร้างความอยู่รอด และอยู่เย็นเป็นสุขในชุมชน

       การทำงานแบบปัจเจกก็มีข้อจำกัด “อำนวย”ฝันไกลไปกว่านั้น ฝันว่าเมื่อสนามการเมืองท้องถิ่นในบ้านเกิดเปิด “อำนวย”ลงชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลละมอ แต่การเมืองนอกระบบเข้ามาโจมตี ทำให้อำนวยพ่ายไปเพียงไม่กี่คะแนน

     

วันนี้ชายนักสู้ ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ประชาธิปไตย ล้นไปด้วยประสบการณ์ ผ่านการศึกษา เรียนรู้ ทั้งในระบบและนอกระบบ มาอย่างท่วมท้น พร้อมจะลงสู้ศึกชิงเก้าอี้ ส.ส.เขต 3 จ.ตรัง ศึกคนกันเองกำลังจะระเบิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งของคนประชาธิปัตย์ในจังหวัดตรัง

 

“ผมพร้อม ทีมงานพร้อม” อำนวยกล่าวอย่างมั่นใจในการเปิดศึกกับคนกันเอง แพ้-ชนะไปว่ากันในสนามเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นคนชี้ขาด แต่งานนี้ “อำนวย” สู้ไม่มีถอย

 #นายหัวไทร #การเมืองตรัง

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น