จำนวนผู้เข้าชม

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ไม่กล้าฟันธง “ไพร” จะปักธงให้ภูมิใจไทยสงขลา : นายหัวไทร

 ไม่กล้าฟันธง “ไพร” จะปักธงให้ภูมิใจไทยสงขลา : นายหัวไทร



       ผมเองคงไม่กล้าฟันธงว่า “ไพร พัฒโน” อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ จะได้รับการเลือกตั้ง หลังเปิดตัวลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย เพราะการเมืองมีหลายเหตุปัจจัย

       แต่ “สุขุม นวลสกุล” อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง นักรัฐศาสตร์ ได้ฟันธงไปแล้วว่า ไพรจะปักธงให้พรรคภูมิใจไทยอีก 1 เขตในจังหวัดสงขลา เข้าใจได้ในเหตุผลว่า ไพร คือลูกของไสว พัฒโน อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 

      เข้าใจได้ว่า ไพร คืออดีต ส.ส.ในเขตนี้ 4 สมัย ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เข้าใจได้ว่า ไพรคืออดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ผู้ล้ม “เคร่ง สุวรรณวงศ์” ที่อยู่ในตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่มา 20 กว่าปี เข้าใจว่าไพร มีญาติเยอะ มีเพื่อนฝูงมาก อันอาจจะทำให้ไพรชนะการเลือกตั้งได้

     หรือแม้กระทั่งการกล่าวถึงภาคใต้ต้องขายการท่องเที่ยว และพรรคภูมิใจไทยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ จะเป็นเหตุผลปัจจัยสนับสนุน หรือลมใต้ปีกให้ไพรได้ แต่เหตุปัจจัยแค่นี้ไม่ใช่ดัชนีบ่งชี้ให้ฟันธงได้ว่าไพรจะปักธงให้พรรคภูมิใจไทยได้อย่างง่าย โดยไม่คำนึงถึงเหตุปัจจัยอื่น หรือไม่กล่าวถึงพรรคคู่แข่งเลย

     ถ้ากล่าวถึงเขตเลือกตั้งที่ 3 ของสงขลา คือโซนไข่แดงของเมืองหาดใหญ่ ที่ปัจจุบันมี “พยม พรหมเพชร” จากพรรคพลังประชารัฐ เป็น สส.อยู่ พยม พรหมเพชร ก็ไม่ใช่ว่าจะชนะมาด้วยกระแสพลังประชารัฐ กระแส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงด้านเดียว พยมเป็นโฆษกงานวัดที่ใครๆก็รู้จัก รักใคร่มานาน เพียงแต่มีปืนกระบอกเล็ก สู้ปืนใหญ่ลำบาก อาจจะต้องใช้กลยุทธ์แบบ “ซุ่มยิง”

      ไม่ควรมองข้ามพรรคเจ้าถิ่นเดิมอย่างประชาธิปัตย์ ที่ในจังหวัดสงขลา มีรองหัวหน้าพรรคอยู่ถึงสองคน คือ “นิพนธ์ บุญญามณี” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ “เดชอิศม์ ขาวทอง” หรือนายกชาย ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้าตัดสินใจส่ง “สมยศ พลายด้วง” หรือในวงการผู้รับเหมาจะรู้จักเขาในนามเสี่ยถึก พูดได้ว่ากว้างขวางในวงการรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของหาดใหญ่ เสี่ยถึกหลังจากตัดสินใจลงเล่นการเมือง ก็เดินสายพบปะชาวหาดใหญ่ไม่เว้นวัน จัดกิจกรรมประชุม สัมมนาแกนนำมาตลอด โดยมีนิพนธ์ บุญญามณี ให้การสนับสนุนเต็มที่ แถมยังมีนายกฯชาย เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนอีกแรง ก็ไม่ง่ายนักกับการเปิดตัววันแรกแล้วจะฟันธงว่า ไพรจะชนะแบบง่ายๆ

     ทั้งนิพนธ์ และนายกฯชาย จะต้องออกแรงมาก เพราะนิพนธ์ ก็ยังมี “สรรเพชญ บุญญามณี” ลูกชายลงสมัครด้วย แม้ครั้งที่แล้วจะแพ้ให้กับ “วันชัย ปริญญาศิริ” จากพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังคงเดินพบปะชาวบ้านย่านชุมชนอย่างต่อเนื่อง ช่วงโควิด 19 ระบาดหนักๆ ก็แจกข้าวกล่อง แจกปลากระป๋อง บรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้านไปไม่น้อย “นิพนธ์”ก็คงจะหมายมั่นปั่นลูกชายให้แจ้งเกิดทางการเมือง เช่นเดียวกับนายกฯชาย นอกจากตัวเขาเองแล้วยังมีภรรยา และลูกชายลงสมัครด้วย และการที่นายกฯชายในฐานะรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ประกาศว่า ภาคใต้จะต้องได้ 35 ที่นั่ง คงบวกรวมสงขลาได้ด้วยอย่างน้อย 5-6 คน


     เข้าใจได้ว่าวันนี้กระแสพรรคภูมิใจไทยค่อนข้างดีในภาคใต้ในเวลานี้ แต่การเมืองไม่ได้ตัดสินกันในวันนี้ ยังมีเวลาอีก 6 เดือนถึงจะเลือกตั้ง (ถ้าสภาอยู่ครบวาระ) การเมืองอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ คงจำกันได้กับคำพูดคำเดียวของ พิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าประชาธิปัตย์ กับคำว่า “สินค้าแบกะดิน” อันเป็นการกล่าวถึง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงชิงเก้าผู้ว่าฯ กทม.ครั้งแรก ซึ่ง “ชนะ รุ่งแสง” ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ และเสียงตอบรับดีมาก แต่การปราศรัยเชิงเปรียบเทียบว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็แค่สินค้าแบกะดิน คะแนนนิยมพลิกจากชนะ รุ่งแสง ไปอยู่กับ พล.ต.จำลอง เพียงชั่วข้ามคืน และ พล.ต.จำลอง ก็คว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ไปนั่ง

     หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์พลาดกับวลีสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่ออกคลิปว่า “ไม่เอาประยุทธ์ เป็นนายกฯ กระแสพลิก ทำให้ประชาธิปัตย์สูญพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร และทั่วประเทศได้มาแค่ 50 กว่าที่นั่ง เพราะคะแนนนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ในช่วงนั้นยังดีอยู่

     นี้ยังไม่นับรวมพรรคเล็ก พรรคน้อยที่จะมาแย่งคะแนนจากพรรคใหญ่ไปอีก โดยเฉพาะคะแนนจากคนรุ่นใหม่ ที่อาจจะตัดสินใจเลือกพรรคที่มีแนวคิดสอดคล้องกับความต้องการของพวกเขา เหมือนอย่างการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา (62) ใครจะคิดว่าคะแนนของพรรคอนาคตใหม่จะมาเยอะขนาดนั้น เยอะขนาดทำให้พรรคอนาคตใหม่มี สส.มากถึง 60 กว่าคน ทั้งๆที่เป็นพรรคการเมืองใหม่เอี่ยมอ่อง

      เรื่องการท่องเที่ยว ก็ไม่ใช่จะเป็นดัชนีนี้ว่าจะทำให้เศรษฐกิจของหาดใหญ่ฟื้นตัวขึ้นมาได้โดยเร็ว สถานการณ์เปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยน โควิด 19 ได้เข่นฆ่าเศรษฐกิจหาดใหญ่ย่อยยับไปแล้ว ตึกแถวมีแต่ติดประกาศขาย เซ้ง เลิกกิจการ โรงแรมประกาศปิดตัว ขายกิจการ เพราะไม่อาจแบกรับต้นทุนต่อไปได้ และยังไม่เห็นอนาคตการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวหาดใหญ่ หรือหาดใหญ่อาจจะเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่เมืองเป้าหมายการท่องเที่ยวแล้ว ค่านิยมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปแล้ว

      ภาคใต้นอกจากการท่องเที่ยวแล้วยังจะต้องมีนโยบายอื่นๆ ที่สนองตอบต่อสังคมคนใต้ วิถีของคนใต้ ยางพาราจะทำอย่างไรให้ราคามีเสถียรภาพ เช่นเดียวกับปาล์ม หรืออาชีพประมงจะส่งเสริมสนับสนุนอย่างไร จุดไหนอย่างไรที่ควรจะเป็นคลังอาหารของภาคใต้ ยังไม่พูดถึงแม็กกะโปรเจ็คจะทำอะไรบ้าง ถนนคู่ขนานกับถนนเอเชีย คลองไทย แลนด์บริดจ์ หรือ SEC จะปักหมุดอย่างไร ตรงไหน นโยบายกระจายอำนาจจะไปในทิศทางไหน จะเปิดองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษไหม จะมีจังหวัดจัดการตนเองขึ้นมาหรือเปล่า เหล่านี้ต่างหากคือปัจจัยประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือก หรือไม่เลือกใคร

      การเมืองมองกันยาวๆไกลๆ ไม่ควรเอาสถานการณ์วันนี้ไปชี้วัดอนาคตวันหน้าอีกยาวไกล แม้ปี่กลองจะกระหึ่มดังก้องแล้วก็ตาม ประเพณีชักพระทางใต้ ใช้เวลาในคุมโพนกันหลายเดือนในช่วงเข้าพรรษา #นายหัวไทร

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น