จำนวนผู้เข้าชม

วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

บาดแผลประชาธิปัตย์ตรังร้าวลึก “โกหน่อ-สาทิตย์” ร่ายดาบฟาดฟันกันหนัก

 บาดแผลประชาธิปัตย์ตรังร้าวลึก “โกหน่อ-สาทิตย์” ร่ายดาบฟาดฟันกันหนัก

…..


     บาดแผลจากการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ยังไม่ตกสะเก็ด แถมลามมาถึงการเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน

      บาดแผลที่ว่าเกิดจากการที่ “บุนเล้ง โล่สถาพรพิพิธ พี่ชายของอดีต ส.ส.สมชาย โล่สถาพรพิพิธ พรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัคร เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง หลัง “ครูกิจ หลีกภัย” ล้างมือทางการเมือง โดยมีสาทร วงศ์หนองเตย น้องชายของสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ลงชิงแบบ “คนบ้านเดียวกัน”

       บาดแผลครั้งนั้นบาดลึกในใจของสมชาย (โกหน่อ) แม้บุนเล้งจะชนะ แต่ทำให้ต้องทำงานหนักขึ้น ต้องควักมากขึ้น เชื่อเข้ากระแสเลือด ปรากฏการณ์ “ล้มสาทิตย์” จึงเกิดขึ้นในสมองของสมชาย แม้จะไม่ได้เป็น ส.ส.เพราะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง โดยเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา “สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ” ลูกสาวโกหน่อ นิติศาสตร์บัณฑิตหมาดๆลงสมัครแทน และได้รับเลือกตั้งด้วย

     จากแผนมาสู่ปฏิบัติการล้มสาทิตย์ ก็เกิดขึ้น มีการจัดงาน “ระดมพลคนไม่เอาสาทิตย์” เกิดขึ้นมาแล้วถึง 3 ครั้ง ในเขตเลือกที่ 2 เขตของสาทิตย์ พร้อมกับออกโรงสนับสนุน “ทวี สุรบาล” อดีต ส.ส.ตรัง ที่เคยลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ แบบเชียร์ข้ามพรรค ว่างั้นเถอะ

      โกหน่อยังมีผลจะจัดงานระดมพลคนไม่เอาสาทิตย์ในเขตเลือกตั้งที่ 2 อีกหลายครั้งจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง และที่ลึกกว่านั้น คือแผนดึงทวี สุรบาล มาลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์แทนสาทิตย์ โดนดันสาทิตย์ไปสมัครบัญชีรายชื่อ

      โกหน่อ จับมือเหนียวแน่นกับครูกิจ หลีกภัย พี่ชายนายหัวชวน หลีกภัย และระลึก หลีกภัย น้องชายนายหัวชวน เปิดบ้านนายหัวชวนแถลงข่าวเรื่องนี้เลยทีเดียว และมีกระแสข่าวกระซิบมาว่า ช่วงหลังสาทิตย์กับนายหัวชวนต้องรักษาระยะห่างกัน แม้สาทิตย์จะสนับสนุนให้ “สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล” เด็กนายหัวชวนลงสมัคร ส.ส.เขต 4 (เขตเลือกตั้งใหม่ย่านกันตัง) ในขณะที่โกหน่อดันเด็กใหม่ ส.ท.กาญจน์ ตั้งปอง เด็กหนุ่ม-ไฟแรง แห่งเมืองกันตังลงสมัคร และพร้อมให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เข้ามาทำโพลล์

     เขตเลือกตั้งที่ 4 ของจังหวัดตรัง กลายเป็นปมขัดแย้งต่อมาของ “โกหน่อ-สาทิตย์” ที่ยากจะประสานแล้ว เพราะนายหัวชวนก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรกับการจัดงานรวมพลคนไม่เอาสาทิตย์ แต่ตัวสาทิตย์เองก็ต้องยอมรับว่าเสียงยังแน่น เกาะติดพื้นที่เหนียวแน่น ยากที่ใครจะมาล้มแบบง่ายๆ เพียงแต่ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์นี้ลุกลามและบานปลายออกไปมากกว่านี้ ลุกลามไปถึงขั้นให้สองฝ่ายฟาดฟัน ห่ำหั่นกันแบบเอาเป็นเอาตาย อันจะไม่เป็นผลดีต่อพรรค

      ยิ่งเกิดปรากฏการณ์ “นายพลปฏิวัติ” ออกมาแฉเรื่องบ่อนบ้านทรงไทย และอ้างถึงว่า อดีต ส.ส.ก็เคยถูกจับคาบ่อนแห่งนี้ แม้ไม่เอ่ยชื่อ แต่คนตรังรู้กันทั้งบางว่าคือใคร ปรากฏการณ์บ่อนบ้านทรงไทย ถูกมองว่า มีคนอยู่เบื้องหลังให้ข้อมูลนายพลปฏิวัติ และคนให้ข้อมูลต้องเป็นฝ่ายตรงข้ามโกหน่อแน่นอน

     กล่าวสำหรับสนามเลือกตั้งจังหวัดตรัง เลือกตั้งครั้งหน้าจะมี ส.ส.เพิ่มขึ้นจาก 3 คน เป็น 4 คน เขต 1 หมอสุกิจ อัตโถปกรณ์ อดีต ส.ส.ลั่นวาจาไปแล้วว่าเลิกเล่นการเมือง โกหน่อ จึงไปทาบทาม “หมอตุลย์กานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลตรัง โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดตรัง เคยช่วยงาน อบจ.ตรังมานาน

ซึ่งสาทิตย์ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร

     ส่วนเขต 4 สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.ในโซนนี้ ประสงค์จะลงสมัคร และสาทิตย์ก็สนับสนุน แต่โกหน่อ ต้องการหาคนใหม่มาลงแทน เพราะมองว่า เขตนี้ยังเป็นหลุมดำของประชาธิปัตย์ในจังหวัดตรัง อ้างว่า สมบูรณ์ลงพื้นที่น้อย ใช้เวลาทำงานที่รัฐสภาเป็นส่วนใหญ่ในฐานะเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฏร สมชายหวังจะให้ สท.กาญจน์ ตั้งปอง มาลงสมัครรับเลือกตั้งแทน และยินดีเข้าสู่ขบวนการของพรรคในทุกขั้นตอน

      จนถึงวันนี้ปมเหล่านี้ยังคาราคาซังอยู่ ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคก็ยังนิ่งเฉยกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะที่ข้าศึกก็เบียดเข้ามาประชิดเมืองเข้ามาเรื่อยๆ ฤา…จะปล่อยให้แม่ทัพนายกองร่ายดาบออกฟาดฟันกันจนบอบช้ำแล้วค่อยเยียวยารักษา ระวังจะสายเกินแก้นะนายกฯชาย

 #นายหัวไทร #สนามตรัง

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น