จำนวนผู้เข้าชม

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2564

ขอเชิญผู้ประกอบการทุกธุรกิจ ทุกสาขาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานและประวัติ เข้าร่วมประกวดงานประกวดรางวัล BEST AWARDS ASEAN BRAND 2019 รางวัลผลิตภัณฑ์ไทยสู่มาตราฐานสากล ด้วยยอดการันตีที่ยอดเยี่ยมตลอดปี

ขอเชิญผู้ประกอบการทุกธุรกิจ ทุกสาขาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานและประวัติ เข้าร่วมประกวดงานประกวดรางวัล BEST AWARDS ASEAN BRAND 2019  รางวัลผลิตภัณฑ์ไทยสู่มาตราฐานสากล ด้วยยอดการันตีที่ยอดเยี่ยมตลอดปี






ขอเชิญผู้ประกอบการทุกธุรกิจ ทุกสาขาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานและประวัติ เข้าร่วมประกวด


งานประกวดรางวัล BEST AWARDS  ASEAN BRAND 2019


รางวัลผลิตภัณฑ์ไทยสู่มาตราฐานสากล ด้วยยอดการันตีที่ยอดเยี่ยมตลอดปี  รางวัลเกียรติยศสูงสุด ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ 




การรับรองจากภาครัฐบาลและเอกชน และสามารถนำมาการันตีสร้าง ความเชื่อมั่นไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้นที่ผ่านมายังเป็นมาตรฐานที่สามารถนำไปใช้ในระดับสากลได้ 



รางวัลธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน เป็นที่ยอมรับของกลุ่มประเทศอาเซียนที่โดดเด่นเป็นเวทีในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและ SMEs ที่โดดเด่นซึ่งมีศักยภาพในการเป็นผู้เล่นทางเศรษฐกิจระดับโลกในอุตสาหกรรมต่างๆของตน



ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นและการมีส่วนร่วมใน

กลุ่มบูรณาการความสำคัญของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมถึงการยอมรับความเชื่อมโยงและการเชื่อมต่อระหว่างธุรกิจในอาเซียนซึ่งเป็นเจ้าของและดำเนินการ


ตระหนักถึงวิสาหกิจที่ก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างมหาศาลในประชาคมอาเซียน


เจ้าของธุรกิจยอดเยี่ยมที่ได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างมีวินัยสำคัญผ่านทางผู้นำการวางตำแหน่งทางการตลาดและผลการดำเนินงานของ บริษัท


Young Entrepreneur



เจ้าของธุรกิจที่โดดเด่นที่ประสบความสำเร็จอย่างมีสำคัญผ่านทางผู้นำการวางตำแหน่งทางการตลาดและผลการดำเนินงานของ บริษัท



รูปแบบธุรกิจที่โดดเด่นซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมอย่างยั่งยืนผ่านการดำเนินธุรกิจหลักของ บริษัท


BEST AWARDS ASEAN BRAND 2019


เป็นรางวัลสำหรับผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับการเติบโตและความเป็นเลิศในขณะที่มีส่วนสำคัญในการสร้างผลดีต่อประชาคมอาเซียนและสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ ผ่านความสำเร็จและชัยชนะ



👉โครงการนี้ได้ผู้ประกอบการธุรกิจและสินค้าไทยในทุกด้าน  โดยมุ่งเน้นการเปิดตลาดใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดการค้าโลก ดังนั้นผู้ประกอบการรายเล็กที่กำลังต้องการที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาต่อยอดสินค้าและบริการของตัวเองก็สามารถมีส่วนร่วมได้


การมอบรางวัลยอดเยี่ยมให้แก่องค์กรธุรกิจ เพื่อเชิดชูเกียรติ และเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่องค์กรธุรกิจที่มีความโดดเด่นในการพัฒนาหรือปรับปรุงประสิทธิภาพ คุณภาพมาตราฐานขององค์กรและธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรีบจากประชาคม หรือผู้ใช้บริการในระดับประเทศแล้ว ยังเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติด้วยโดยเฉพาะในเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน 

จึงได้รับรางวัลการคัดเลือกและการให้คะแนน ทั้งในด้านกระบวนการผลิต การตลาด ความคิดสร้างสรรค์

และนวัตกรรม ”



สนใจร่วมผลงานและประวัติ เพื่อเข้าร่วมคัดเลือก 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม


👑Contact Info👑


ดร.ทัศนีย์ ยานพาณิชย์

ตำแหน่ง: ที่ปรึกษาและคณะกรรมการพิเศษ

สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่ง ประเทศไทย(สว.นท)


Line: https://line.me/ti/p/x39l9JGSpC


E-mail: pattresia69@gmail.com


📲:09-17-16-1555

 

เรายินดีให้คำปรึกษาและให้ข้อมูลเพิ่มเติม

วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564

รองผู้บังคับชุดควบคุมชายแดนลุยตรวจเข้มชายแดนไทยมาเลย์ย้ำป้องกันหลบหนีเข้าเมือง หลังมาเลย์ประกาศผลักดันวันที่ 21 เมษายนนี้

 

รองผู้บังคับชุดควบคุมชายแดนลุยตรวจเข้มชายแดนไทยมาเลย์ย้ำป้องกันหลบหนีเข้าเมือง หลังมาเลย์ประกาศผลักดันวันที่ 21 เมษายนนี้




ยะลา-รองผู้บังคับชุดควบคุมป้องกันชายแดน ลงพื้นที่ชายแดนไทย มาเลเซีย ด้านอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เน้นย้ำเฝ้าระวังกลุ่มผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ในช่วงโควิด -19 ที่ยังระบาดหนัก พร้อมคาดโทษดำเนินการขั้นเด็ดขาดหากมีกำลังพล หรือเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการผิดกฎหมายทุกชนิด หลังทางการมาเลเซียประกาศผลักดันวันที่ 21 เมษายนนี้



เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2564 เวลาประมาณ 15.00 น.ที่บริเวณหลักเขตชายแดนไทยมาเลเซีย ที่ 53/6 A ต.ธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา พันเอก เรวัตร เซ่งเข็ม รองผู้บังคับชุดควบคุมป้องกันชายแดน ลงตรวจพื้นที่แนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้านพรมแดนไทย มาเลเซียด้าน อ.เบตง จ.ยะลา



 เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ชป.จรยุทธ์  ร้อยป้องกันชายแดนที่ 4  ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในการลาดตระเวน และซุ่มเฝ้าตรวจการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และไม่ผ่านจุดคัดกรองโควิด 19 โดยมี ร.อ.เอกชัย ชัยสาลี  ผู้บังคับกองร้อย ป้องกันชายแดนที่ 4  พร้อมกำลัง ตำรวจตระเวนชายแดนที่445   เบตง  และ ชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ .4405  และ ชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ .4406 ร่วมให้การต้อนรับ



พันเอก เรวัตร เซ่งเข็ม รองผู้บังคับชุดควบคุมป้องกันชายแดน กล่าวว่า ปัจจุบันแรงงานต่างด้าวที่ตกค้างหรือหลบซ่อนอยู่ในมาเลเซียได้ถูกการผลักดันออกจากประเทศจำนวนมาก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด- 19 อย่างต่อเนื่อง และมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ



 นอกจากนี้ พลโท เกรียงไกร  ศรีรักษ์  แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการเพื่อให้มีการเตรียมพร้อมในการรองรับคนไทยที่จะเดินกลับเข้าประเทศ หลังทางการมาเลเซียขีดเส้นผลักดันชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศโดยผิดกฎหมาย ต้องเดินทางออกจากประเทศก่อนวันที่ 21 เม.ย.64 นี้ 



หลังจากที่ได้มีการผ่อนผันมาแล้วหลายครั้ง อันเนื่องมาจากผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด - 19 ในประเทศมาเลเซีย โดยเน้นย้ำในการรับคนไทยทุกคนจะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันนำเชื้อโควิด- 19 เข้ามาระบาดในประเทศ

อย่างไรก็ดี ขอฝากถึงประชาชนในพื้นที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันสร้างความตระหนักให้รู้ถึงมาตรการและความจำเป็นในการเฝ้าระวังป้องกันโรคโควิด - 19 โดยเฉพาะผู้ที่กำลังจะเข้ากลับมายังประเทศไทยขอให้แจ้งผ่านมายังเจ้าหน้าที่ เพื่อจะได้อำนวยความสะดวก ช่วยเหลือ และนำเข้าสู่กระบวนการคัดกรองโรคตามที่ สบค. กำหนด




 ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อความปลอดภัยของทุกคน และขอยืนยันไม่ว่าจะเดินทางเข้ามาผ่านช่องทางใดเจ้าหน้าที่พร้อมรับและดูแล แต่ต้องมีการคัดกรองโรคอย่างเข้มข้น และหากพี่น้องประชาชนพบเห็นผู้ที่แอบลักลอบเข้ามายังหมู่บ้าน ชุมชนของตนโดยไม่ผ่านการคัดกรองโรค ก็ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยทันที เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเชื้อจากต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่ พันเอก เรวัตร เซ่งเข็ม รองผู้บังคับชุดควบคุมป้องกันชายแดน  กล่าวทิ้งท้าย

ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย อ.เบตง จ.ยะลา    โทร.064-126-5593 080-036-2786

เบตง ผู้บังคับชุดป้องกันชายแดน กำชับกำลังพลป้องกันชายแดนพร้อมรับคนไทยถูกทางการมาเลเซียผลักดันสกัดช่องทางธรรมชาติหวั่นเชื้อแพร่ในพื้นที่

     เบตง  ผู้บังคับชุดป้องกันชายแดน กำชับกำลังพลป้องกันชายแดนพร้อมรับคนไทยถูกทางการมาเลเซียผลักดันสกัดช่องทางธรรมชาติหวั่นเชื้อแพร่ในพื้นที่




ยะลา -ผู้บังคับชุดป้องกันชายแดน กำชับกำลังพลป้องกันชายแดนที่ 4 พร้อมรับคนไทยถูกทางการมาเลเซียผลักดันกำชับขุดจรยุทธ์สกัดการหลบหนีทางช่องทางธรรมชาติที่ไม่ผ่านการคัดกรองหวั่นเชื้อแพร่ในพื้นที่ หลังจากคนไทยถูกทางการมาเลเซียผลักดันเดินทางกลับเป็นวันสุดท้าย ผ่านด่านพรมแดนเบตง จำนวน 49 คน โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้มีการคัดกรองอย่างละเอียดทุกคน



เมื่อวันที่ 21เม.ย.64 บรรยากาศที่ด่านพรมแดนเบตง  อำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยในวันนี้มีแรงงานไทยที่ไปทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียกรณีวีซ่าหมดอายุและลักลอบอยู่แบบผิดกฎหมาย ซึ่งทางการมาเลเซียได้ผลักดันกลับเป็นวันสุดท้ายต่างทยอยเดินทางกลับผ่านทางด่านพรมแดนเบตงจำนวน49 คน ที่ทางการมาเลเซียผลักดันกลับมาจากมาตรการป้องกันโควิด-19 ของมาเลเซีย 




โดยมีเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขอำเภอและกรมควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจิตอาสาพระราชทาน สภ.เบตง ทหารชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445  คัดกรองคนไทยกลุ่มนี้อย่างละเอียดทุกคน  รวมทั้ง ตรวจรถบรรทุกสินค้า    ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 



โดยมีการวัดไข้ วัดอุณหภูมิร่าง หากมีอุณหภูมิสูงกว่า 37 องศา ทางเจ้าหน้าที่ ก็จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทันที และได้แยกแรงงานไทยแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาศัยอยู่ใน 5 จังหวัด ภาคใต้ ทั้งสตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ให้ทางจังหวัดนั้นมารับตัวกลับไปกักตัวตามภูมิลำเนาของตนเองที่อาศัยอยู่ 



โดยในส่วนของ อ.เบตงให้กักตัวอยู่ที่ศูนย์ กักตัวอำเภอเบตง เป็นเวลา 14 วัน หากรายใดมีอาการผิดปกติก็จะถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลทันทีและทำการตรวจหาเชื้อเพาะเชื้อโควิด – 19 นอกจากนี้ทางอำเภอเบตงได้เตรียมชุดปฏิบัติการ รวมทั้งสถานที่ Local Quarantine ในการรองรับผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซีย เพิ่มขี้นด้วย อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นว่ามีบุคคลต่างด้าว หลบหนีเข้ามากก็ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ อสม. ประจำหมู่บ้านเข้าตรวจสอบ ในเบื้องต้น 



ขณะที่ พันเอก อายุพันธ์ กรรณสูต ผู้บังคับชุดป้องกันชายแดน  เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ชป.จรยุทธ์ โดยได้เน้นย้ำในการเฝ้าตรวจควบคุมบุคคลหลบหนีข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามแนวชายแดน  ตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่า COVID-19 และได้สั่งการเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวัง และสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย – มาเลเซียรวมทั้ง เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวน อย่างเข้มข้นทุกตารางนิ้ว สกัดกั้นทุกช่องทางตลอดแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย และชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ตามแนวชายแดน พร้อมทั้งเข้มงวดควบคุมพื้นที่ 


 โดยมีตำรวจตระเวนชายแดนชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4405 และ 4406 บูรณาการคนและเครื่องมือร่วมกันในการบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด รวมทั้งการเสริมกำลังตามแนวชายแดน  โดยเฉพาะช่องทางที่มีชุมชนหรือหมู่บ้านอาศัยอยู่ใกล้แนวชายแดนโดยให้มี การจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และการจัดตั้งแหล่งข่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมทั้งชี้แจง สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า COVID -19




 รวมทั้งขอความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนในพื้นที่ เป็นหูเป็นตา ช่วยกันสกัดกั้นการกระทำผิดตามแนวชายแดน ตัดต้นตอของขบวนการ ก่อนเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายเฝ้าระวังป้องกันตนเอง ให้มีความปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า COVID-19 ด้วย พันเอก อายุพันธ์ กรรณสูต ผู้บังคับชุดป้องกันชายแดน  กล่าว

ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย อ.เบตง จ.ยะลา

โทร.064-126-5593 – 080-036-2786


วันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564

เบตง หนุ่มใหญ่ วัย 43 ขับรถยนต์กระบะแหกโค้ง ลงเนินเขาพลาดตกเหวดับ

 

เบตง  หนุ่มใหญ่ วัย  43 ขับรถยนต์กระบะแหกโค้ง ลงเนินเขาพลาดตกเหวดับ





เมื่อเวลา 11.10 น.วันที่ 19 เม.ย.64  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ร.ต.ท.หญิง สุชิรา ยะโก๊ะ  ร้อยเวร  สภ.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะตกเหวค้างกับต้นทุเรียน บริเวณทางขึ้นสวนทุเรียน บ้าน ปิยะมิตร 1 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา  จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหน่วยกู้ชีพกู้ภัยสว่างเบตงและหน่วยกู้ภัยมุสลิมเบตง กำลังช่วยกันงัดร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกรถยนต์กระบะทับติดกับต้นทุเรียน โดยมีความลึกจากถนนลงไปประมาณ 20 เมตร




ทราบชื่อผู้เสียชีวิตภายหลัง นายสมภพ วงษ์พิจิตร   อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 8  ต.โพนทอง  อ.เสนานิคม               จ.อำนาจเจริญ เป็นคนขับรถยนต์และเจ้าของรถคันดังกล่าว ซึ่งได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ




จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสมภพ  ได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ  ดีแม๊ค แค็ป สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน  บจ 1819 อำนาจเจริญ  เพื่อมุ่งหน้าไปที่ ตัวอำเภอเบตง และได้ขับรถมาด้วยความเร็วขณะลงเนินเขา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางโค้งลงเนินเขา  รถเกิดเสียหลักลื่นไถลตกลงไปในเหวลึกกว่า 20 เมตร ไปติดค้างอยู่กับต้นทุเรียนหากไม่ติดกับต้นทุเรียนอาจทำให้รถตกลงไปด้านล่างได้ซึ่งมีความลึกกว่า 70 เมตร






อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะนำศพส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลเบตง  ก่อนที่จะติดต่อญาติให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป พร้อมกับสืบสวนสาเหตุอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย อ.เบตง จ.ยะลา

โทร.064-126-5593 – 080-036-2786

 

 

ยะลา แรงงานไทยติดค้างในมาเลเซียที่อยู่แบบผิดกฎหมายทยอยเดินทางกลับประเทศก่อนทางการขีดเส้นตายวันที่21 เม.ย.นี้

 

ยะลา  แรงงานไทยติดค้างในมาเลเซียที่อยู่แบบผิดกฎหมายทยอยเดินทางกลับประเทศก่อนทางการขีดเส้นตายวันที่21 เม.ย.นี้




ยะลา – แรงงานไทยและคนไทยที่ติดค้างในประเทศมาเลเซียที่วีซ่าขาดหรืออยู่แบบผิดกฎหมายจำนวน30 คนทยอยเดินทางกลับประเทศทางด่านพรมแดนเบตง อ.เบตง จ.ยะลา โดยจะเปิดรับคนไทย 2 กลุ่มนี้  2 วันตั้งแต่วันที่19เม.ย.และวันที่ 21เม..64 โดยจะมีการคัดกรองโควิดชั้นสูงสุดและผู้ที่เดินทางเข้ามาจะต้องกักตัว14วัน หลังจากที่มาเลเซียขีดเส้นตายให้ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศเกินระยะเวลาที่กำหนดต้องเดินทางออกจากประเทศมาเลเซียให้หมดภายในวันที่ 21 เมษายนนี้จากมาตรการป้องกันโควิด-19 ของประเทศมาเลเซีย




เมื่อเวลา 08.00น.วันที่ 19 เม.ย.64 ที่ด่านพรมแดนเบตง  อ.เบตง จ.ยะลา  ภายหลังเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศเปิดประตูด่านพรมแดนเพื่อเปิดรับกลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียและวีซ่าขาดหรืออยู่เกินระยะเวลาที่กำหนดรวมถึงกรณีอาศัยแบบผิดกฏหมาย ทยอยเดินทางกลับประเทศไทยอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นวันแรกที่คนไทยกลุ่มนี้จำนวน 30 คน




โดยทางการทั้งสองประเทศจะเปิดให้เดินทางกลับประเทศ 2 วันคือ วันที่ 19 และวันที่ 21 เมษายน โดยเฉพาะวันนี้มีคนไทยเดินทางกลับจำนวน30 คน ผ่านพรมแดนเบตง ซึ่งมาจากที่ประเทศมาเลเซียจะทำการประกาศขีดเส้นตายให้ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศที่มีอายุเกินระยะเวลาที่กำหนดต้องเดินทางออกจากประเทศมาเลเซียให้หมดภายในวันที่ 21 เมษายนนี้



 ซึ่งเป็นมาตรการที่มีผลพวงมาจากการระบาดของโควิด-19 ในมาเลเซีย อย่างต่อเนื่องและก่อนหน้านี้ได้มีการผ่อนผันมาหลายครั้งและให้คนแจ้งความจำนงค์เดินทางกลับประเทศไทยก่อนที่จะทำการผลักดันคนไทยกลับประเทศภายในวันที่ 21 เมษายนนี้



สำหรับกลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศมาเลเซียทุกคนจะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองโควิด-19 จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่มาเลเซีย ส่วนกรณีกลุ่มเสี่ยงเป็นไข้จะถูกคัดแยกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลทันทีซึ่งมีรถพยาบาลฉุกเฉินมาเตรียมพร้อมที่ด่าน  ส่วนอาการปกติก็จะส่งไปกักตัวที่ศูนย์กักกัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่รัฐจัดให้

สำหรับคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียอย่างถูกต้อง  นอกเหนือจากกลุ่ม 2 นี้ ยังคงสามารถลงทะเบียนเดินทางกลับประเทศทางด่านพรมแดนเบตงได้สัปดาห์ละ3 วัน คือ วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์

ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย อ.เบตง จ.ยะลา

โทร.064-126-5593 080-036-2786

 

 

วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2564

ข่าวสารจากภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ (ภธช.)โครงการอบรมฟรีหลักสูตรผู้นำคุณธรรม และธรรมาภิบาลสู่ภาคปฏิบัติ

 

ข่าวสารจากภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ (ภธช.)โครงการอบรมฟรีหลักสูตรผู้นำคุณธรรม
และธรรมาภิบาลสู่ภาคปฏิบัติ




ข่าวสารจากภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ (ภธช.)

โครงการสร้างผู้นำคุณธรรมและธรรมาภิบาลสู่ภาคปฏิบัติ
เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานและป้องกัน
การทุจริตคอรัปชั่น ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ 
ภาคเอกชนและภาคประชาชน จำนวน 76 จังหวัด
ประจำปีงบประมาณ 2564
 
ผู้นำคุณธรรมนำความรู้และธรรมาภิบาลสู่ภาคปฏิบัติ

โครงการอบรมฟรีหลักสูตรผู้นำคุณธรรม
และธรรมาภิบาลสู่ภาคปฏิบัติ

ประชาสัมพันธ์สมาชิกรุ่นที่ 9
ผ่านระบบลิงค์การประชุมออนไลน์
เข้าอบรมออนไลน์ 23-25 เมษายน 2564 

เวลา .19.00-20.00 น. 




ส่งเอกสารการสมัครทางไลน์กลุ่ม

อบรมรุ่นที่ 9 ตารายการดังนี้คะ
1.กรอกใบสมัครติดรูปถ่าย
2.สำเนาบัตร ปชช./บัตรข้าราชการ 
3.รูปถ่ายภาพนิ่ง ติดบัตรสมาชิก
4.สลีฟโอนเงินค่าบัตร+ค่าส่งไปรษณีย์ 150 บาท

👉ท่านพลเอก จรัล กุลละวณิชย์ 
ประธานภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ 
👉พลเอก ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ 
เลขาธิการภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ
👉ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ธเนศพล อินทร์จันทร์
ประธานฝ่ายวิชาการภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ
👉ดร.เชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ์
ผู้ประสานภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ
👉ดร.ปทุมรัตน์ สีธูป เลขานุการ ฝ่ายวิชาการ



สนใจติดต่อสอบถาม
ผศ.ดร.ธเนศพล 081-5354795, 
ดร.ปทุมรัตน์ 065-914905

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ 
ภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ (ภธช.)
ดร.ทัศนีย์ ยานพาณิชย์