• 2

    2
  • This is slide 3 description. Go to Edit HTML of your blogger blog. Find these sentences. You can replace these sentences with your own words.
  • This is slide 4 description. Go to Edit HTML of your blogger blog. Find these sentences. You can replace these sentences with your own words.
  • This is slide 5 description. Go to Edit HTML of your blogger blog. Find these sentences. You can replace these sentences with your own words.

จำนวนผู้เข้าชม

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2563

นครศรีฯยิ่งใหญ่อลังการ!!รวมจิตศรัทธาฝ่าพายุประกอบพิธีเททองหล่อ“หลวงพ่อเกศแหลม”วัดเขาพระทอง-เตรียมเปิดจองพร้อมกันทั่วประเทศเร็ว ๆ นี้

ยิ่งใหญ่อลังการ!!รวมจิตศรัทธาฝ่าพายุประกอบพิธีเททองหล่อ“หลวงพ่อเกศแหลม”วัดเขาพระทอง-เตรียมเปิดจองพร้อมกันทั่วประเทศเร็ว ๆ นี้


รวมพลังจิตบริสุทธิ์ฝ่าพายุประกอบพิธีเททองหล่อ “หลวงพ่อเกศแหลม”ได้เป็นผลสำเร็จท่ามกลางพายุรุนแรง เชื่อฟ้าสั่งกำหนดฤกษ์พิธีทั้งหมดเปิดจองพร้อมกันทั่วประเทศ-รายได้สร้างโบสถ์วัดเขาพระทองและช่วยเหลือองค์กรสื่อประสบภัยโควิด-19ทั่วประเทศและสมทบทุนสร้างอาคารผู้ป่วย รพ.มหาราช 

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ลานวัดเขาพระทอง หมู่ 1 ต.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมาวัดเขาพระทอง ได้ประกอบพิธีหลอมเททองหล่อพระพุทธรูปโบราณ “พระพุทธสุวรรณวรศรีวิชัย หรือ “หลวงพ่อเกศแหลม” 

     ซึ่งเป็นพระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 500 ปีที่ชาวบ้านขุดพบในถ้ำเขาพระทอง เมื่อ 60 ปี ก่อนแต่ไม่สามารถครอบครองได้จึงมอบให้นายวรศักดิ์ “โกหว่า” อดิเทพวรพันธ์ คหบดีเศรษฐีใจบุญครอบครองแทน จนกระทั้งนายวรศักดิ์ “โกหว่า” มีโครงการจัดหาทุนสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง จึงร่วมกับสมาคมสมาพันธ์นักข่าวแห่งประเทศไทย

      จัดสร้างพระพุทธรูป พระเครื่องเพื่อหาทุนสร้างโบสถ์ และมอบช่วยเหลือองค์กรสื่อมวลชนทั่วประเทศ รวมมั้งสมทบทุนสร้างอาคารผู้ป่วย รพ.มหาราช โดยมอบพระพุทธรูปโบราณองค์ดังกล่าวมาเป็นต้นแบบจัดสร้างจำลองเป็นพระพุทธรูปองค์บูชา และพระเครื่อง โดยมีพระราชปริยัติเวที เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าอาวาสวัดมุมป้อม เป็นประธานสงฆ์ และนายวรศักดิ์ อดิเทพวรพันธ์ หรือ “โกหว่าส้าน”  อดิเทพวรพันธ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส 

พระอารยนันต์ อานันโท รักษาการเจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง นางลัลน์ลลิตฤดี วิเศษศิริ นายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว(ประเทศไทย) นายเดชฤทธิ์ บุญสุภา ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์นักข่าว(ประเทศไทย) นายพิจักษณ์  เพชรสงค์ หรือ “เอี้ยง ปู่ยีนส์” ประธานชมรมรักษ์เพชรสงค์ เซียนพระชื่อดัง อาจารย์อภิชัย การิกาญจน์  ศิลปินจิตกรระดับประเทศ อาจารย์กิตติชัย ตรีรัตน์วิชชา ศิลปิน“นักปั้น” ชื่อดังแห่ง“เมืองโคราช” พ.ต.ท.อาคม จอนนุ้ย สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หรือที่รู้จักกันในนาม

 นายหนังตะลุงอาคม ตะลุงสากล นายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช และนักธุรกิจ พ่อค้าประชาชนหลายร้อยคนร่วมในพิธี

เริ่มจากการประกอบพิธีพราหมณ์บวงสรวงบอกกล่าวเทพยดา ฟ้าดิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยคณะ”พราหมณ์เล็ก เขาเหมน” ท่ามกลางฝนที่ตกโปรยปรายเล็กน้อย และมีลมพัดกรรโชกอย่างรุนแรง แต่ในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อออกห่างจากวัดเขาพระทองออกไปประมาณ 200 เมตรกลับฝนตกหนัก ลมพัดกรรโชกอย่างรุนแรง และท้องฟ้ามืดครึ้มตลอดเวลา

 และจากการตรวจสอบพบว่าทั่วเกือบทุกอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราชและกระบี่ มีมรสุมฝนตกหนักลมพัดกรรโชกอย่างรุนแรงจนหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังและต้นไม้หักโค่นหลายจุด แต่ในส่วนของการประกอบพิธีหลอมเททองหล่อพระพุทธรูปวัดเขาพระทองสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างมาก 

หลังพิธีพราหมณ์ได้เกิดลมพัดกรรโชกภายในวัดเขาพระทองอย่างรุนแรง จนแผ่นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ด้านหน้าพิธีฉีกขาดหล่นลงมากองกับพื้น เต้นท์ปะรำพิธีและต้นประดู่สั่นไหวอย่างหนัก ในขณะที่ไฟฟ้าดับในพื้นที่ อ.ชะอวด อ.จุฬาภรณ์ จนหลายฝ่ายเกรงว่า จะไม่สามารถประกอบพิธีต่อไปได้ 

โดยเฉพาะประธานในพิธีและผู้เกี่ยวข้องนำแผ่นโลหะที่พระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศเมตตาร่วมอธิฐานจิตจารอักขระเลขยันต์ในแผ่นโลหะและชนวนมวลสาร อาทิ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดยานนาวา ,สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี  (เจ้าคุณธงชัย )วัดไตรมิตรวิทยาราม  ,หลวงปู่บุดดา ปัญญาธโร, พระครูอาภัสร์ธรรมคุณ หรือ“หลวงปู่บุญรอด”สุดยอดเกจิดังภาคอีสาน ครูบาอริยชาติ  อริยจิตโต วัดแสงแก้วโพธิญาณและพระเกจิดังทั่วประเทศอีกหลายรูป

 นับเป็นประวัติศาสตร์การจัดสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลครั้งประวัติยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในเมืองไทย และสามารถนำแผ่นโลหะ ชนวนมวลสารทั้งหมดใส่หล่อรวมกัน ได้ตามฤกษ์เวลาที่ฤกษ์เวลา 13.39 น.ที่กำหนด แต่ไม่สามารถประกอบพิธีเททองหล่อองค์พระ เนื่องจากความร้อนหรืออุณหภูมิต่ำกว่าที่กำหนดทองทองเนื้อสัมฤทธ์ (สำริด) จะต้องมีอุณหภูมิความร้อนไม่น้อยกว่า 1,300 องศา

 หากความร้อนไม่ถึง 1,300 องศา น้ำทองในเบ้าจะหนืดไหลไม่สมำเสมอทำให้องค์พระมีตำหนิไม่สวย ไม่ได้คุณภาพที่ต้องการ จึงต้องใช้เวลาและสุ่มไฟเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น จนกระทั้งเวลา 16.49 น. จึงสามารถเททองหล่อองค์พระได้อย่างมีคุณภาพไม่มีปัญหาและอุปสรรคใด ๆ เพียงแค่จะล่าช้าออกไปกำหนดเดิมกว่า 2 ชั่วโมงเท่านั้น  

นายไพฑูรย์ อินทศิลา กล่าวว่า ไม่น่าเชื่อว่าพิธีหลอมหล่อเททองพระพุทธรูปโบราณจะผ่านพ้นมาได้ทั้ง ๆ ที่เกิดพายุฝนทั่วทั้งจังหวัดอย่างรุนแรงตามที่อุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน แต่ภายในวัดเขาพระทองตลอดทั้งวันฝนกลับไม่ตก แต่ก็มีลมพัดกรรโชกรุนแรงมากและไฟฟ้าดับทั้งอำเภอจนพิธีเททองต้องล่าล้าออกไปกว่า 2 ชม. ตนเชื่อว่าหลวงพ่อองค์ใหญ่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดเขาพระทองได้แสดงอภินิหารและกำหนดฤกษ์เวลาการเททองหลอมหล่อองค์พระพุทธรูปในเวลา 16.39 น.

ไม่ใช่ตามที่กำหนดเดิมใน 13.39 น. โดยพระพุทธรูป พระเครื่องรุ่นนี้เทพยดา ฟ้าดิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดเขาพระทองรับรู้รับทราบถึงเจตนาของการจัดสร้างเป็นอย่างดีทางเบื้องบนจึงเป็นผู้กำหนดฤกษ์เวลาที่ถูกต้องเหมาะสม เพราะเมื่อถึงช่วงเวลาที่เบื้องบนกำหนดทุกอย่างดำเนินการผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาและอุปสรรคใด ๆ จึงควรจะตั้งชื่อพระเครื่องหรือวัตถุมงคลรุ่นนี้ว่า “รุ่นฟ้าสั่ง” หรือ “รุ่นฟ้าลิขิต” น่าจะเหมาะสม

พระอารยนันต์ อานันโท รักษาการเจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง กล่าวว่า ในปัจจุบันวัดเขาพระทองยังไม่มีโบสถ์ และได้รับความเมตตาจาก นายวรศักดิ์ อดิเทพวรพันธ์ หรือ “โกหว่า”คหบดีใจบุญ ร่วมกับสมาคมนักข่าวหลายสมาคมฯ อาทิมูลนิธิช่างภาพสื่อมวลชน สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย สมาคมผุ้สื่อข่าวค้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) และฯลฯ 

กำหนดจัดสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง และพระประธานในโบสถ์ สำหรับพระประธานในโบสถ์ที่จะจัดสร้างโดยจำลองพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่มีคนขุดพบเมื่อ 60 ปีก่อนแต่ไม่สามารถครอบครองไว้ได้ จึงมอบให้นายวรศักดิ์ หรือโกหว่า” ครอบครองแทนมานานกว่า 60 ปี  มาสร้างจำลองเป็นพระประธานในโบสถ์

 พร้อมสร้างเป็นพระพุทธรูปบูชาขนาด 3,5,7,9 นิ้ว พร้อมพระเครื่องแบบลอยองค์และเหรียญสำหรับห้อยคอหรือพกพาติดตัว หลังจากพิธีเททองหล่อองค์พระ ทางวัดจะเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศร่วมกนทำบุญสมทบทุนสร้างโบสถ์และพระประธานในโบสถ์ โดยการสั่งจองพระบูชา พระเครื่องรุ่นนี้ผ่านทางธนาคารออมสิน ซึ่งจะแจ้งให้ทราบทางสื่อสารมวลชนอย่างเป็นทางกมารภายใน 3-4 วันนี้ และมีกำหนดประกอบพิธีพุทธา-เทวาภิเษกในวันที่ 13 ก.ย. 2563 

สำหรับรายได้จากการสร้างพระพุทธรูป “พระพุทธสุวรรณวรศรีวิชัย หรือ “หลวงพ่อเกศแหลม” และพระเครื่องอื่น ๆ อีก 2-3 รายการ ในโครงการนี้นั้นจะมอบให้วัดเขาพระทองสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง มอบช่วยเหลือองค์กรสื่อมวลชนทั่วประเทศและสมทบทุนก่อสร้างอาคารผู้ป่วย รพ.มหาราช จ.นครศรีธรรมราช

ขอบคุณ ฐานิศร์  
สมิตานนท์(ฝ่าย ประชาสัมพันธ์ สมาคมช่างภาพ ข่าวสื่อมวลชน แห่งประเทศไทย)

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

(ชมคลิป) รายการคืนคุณให้แผ่นดิน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก"หญ้าแฝกพืชมหัศจรรย์ของในหลวง “ "หญ้าแฝกพืชมหัศจรรย์ของในหลวง “

(ชมคลิป) รายการคืนคุณให้แผ่นดิน   สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก"หญ้าแฝกพืชมหัศจรรย์ของในหลวง “  "หญ้าแฝกพืชมหัศจรรย์ของในหลวง “

"หญ้าแฝกพืชมหัศจรรย์ของในหลวง “



พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตระหนัก
ถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ทรงศึกษา และพระราชทาน แนวทางแก้ไขปัญหาโดยใช้หญ้าแฝก ซึ่งเป็นพืชที่มีคุณสมบัติ ในการช่วยป้องกัน การชะล้าง และพังทลายของหน้าดิน และอนุรักษ์ความชุ่มชื้นใต้ดินไว้ อีกทั้งยังเป็นพืชบ้านของไทย ที่เกษตรกรสามารถปลูก และขยายพันธุ์ได้โดยง่ายประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าวิธีอื่นๆ
สนองพระราชปณิธาน

 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อจะสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการฟื้นฟูดิน น้ำ และป่าไม้ ให้กลับคืนมาอุดมสมบูรณ์ และฟื้นฟูระบบนิเวศ ให้กลับสู่สภาวะสมดุลทางธรรมชาติดังเดิม


     หญ้าแฝก เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวตระกูลหญ้า สามารถเจริญเติบโตได้เกือบทุกสภาพพื้นที่ในเขตร้อนตั้งแต่ที่ราบจนถึงภูเขาสูง ทั้งในพื้นที่ดินที่มีความสมบูรณ์ต่ำ หรือ ในสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่แตกต่างกัน

     ลักษณะเด่นของหญ้าแฝก ระบบรากยาว
 หยั่งลึกลงไปในดินเป็นแนวดิ่ง ป้องกันการพังทลายของดินช่วยกักเก็บน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นในดิน ระบบรากสามารถดูดซับและกรองของเสียไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำ
 ช่วยบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติและยังดูดซึมธาตุอาหารพืชในดิน ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ในระบบนิเวศ


 หญ้าแฝกเป็นกอหนาแน่น
ไม่แผ่ขยายรบกวนพืชอื่น สามารถปลูกติดต่อกันเป็นแนวยาวเหมือนรั้ว หรือ "กำแพงธรรมชาติที่มีชีวิต" ซึ่งจะช่วยกักเก็บตะกอนดินที่ถูกน้ำพัดพามาให้ติดอยู่กับแถวหญ้าแฝก รวมทั้งชะลอความเร็วของน้ำ ทำให้น้ำซึมลงใต้ดินได้มากขึ้น
     มีการแตกหน่อและใบใหม่อยู่เสมอ
ไม่ต้องดูแลมาก แข็งแรง และทนต่อการย่อยสลายเมื่อนำไปคลุมดินเพื่อรักษาความชื้นในแปลงผัก หรือ รอบต้นไม้จึงมีอายุการใช้งานนาน


     ขยายพันธุ์โดยการแตกหน่อได้ตลอดปี
 เมล็ดมีเปอร์เซ็นต์การงอกต่ำและลำต้นเจริญ อยู่ต่ำกว่าผิวดินช่วยให้อยู่รอดได้ในสภาพต่างๆ
     นำไปใช้ประโยชน์ด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำได้ง่าย ไม่ซับซ้อนลงทุนน้อย ผู้ปลูกสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเอง


ชนิดหญ้าแฝกในประเทศไทย 
หญ้าแฝกมีกระจายทั่วโลกประมาณ 12 ชนิด และพบในประเทศไทย  2 ชนิด คือ หญ้าแฝกลุ่ม และ หญ้าแฝกดอน

      รายการคืนคุณให้แผ่นดินวันศุกร์นี้ ขอประมวลภาพเรื่องราวหญ้าแฝกพืชมหัศจรรย์ของในหลวงและกิจกรรมการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2563

ณ ศูนย์การเรียนรู้การปลูกหญ้าแฝก กองพลทหารราบที่ ๙ จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับเกียรติจากท่าน
     พลโท ธรรมนูฐ วิถี         แม่ทัพภาคที่ ๑   ประธานพิธีกิจกรรมปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ 
ฯ และรายการคืนคุณให้แผ่นดินได้รับเกียรติสัมภาษณ์

 ท่านพลตรี ฐกัด หลอดศิริ  ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๙
ประธานผู้ริเริ่มโครงการศูนย์การเรียนรู้การปลูกหญ้าแฝก กองพลทหารราบที่ ๙  สัมภาษณ์วัตถุประสงค์ในการเปิดศูนย์การเรียนรู้หญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ ฯ 
กองพลทหารราบที่ ๙

มารับชมภาพและเรื่องราวในรายการคืนคุณให้แผ่นดิน ออกอากาศวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2563 เวลา 13.40 - 14.00 น.สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

คุณสุรีย์พร ดวงทอง  คุณภูวฤทธิ์ พุ่มพวง
พิธีกรดำเนินรายการคืนคุณให้แผ่นดิน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

CR.. ศิริพร จงศิริ
ผู้อำนวยการใหญ่ผลิตรายการคืนคุณให้แผ่นดิน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

(ชมคลิป)ประธานชมรมข้าราชการมุสลิมจังหวัดนราธิวาส บริจาคเนื้อกรุบาน ข้าวสาร ให้กับเด็กกำพร้า เพื่อเฉลิมฉลองวันฮารีรายออีดิ้ลอัฎฮา ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1441

(ชมคลิป) ประธานชมรมข้าราชการมุสลิมจังหวัดนราธิวาส บริจาคเนื้อกรุบาน ข้าวสาร ให้กับเด็กกำพร้า เพื่อเฉลิมฉลองวันฮารีรายออีดิ้ลอัฎฮา ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1441




(31 กรกฎาคม2563) วันตรุษอีดิ๊ลอัฎฮาเป็นคำภาษาอาหรับ มาจากคำว่า อีด แปลว่า รื่นเริง เฉลิมฉลอง และ อัฎฮา แปลว่า เชือดสัตว์พลีทาน ดังนั้น วันตรุษอีดี้ิ๊ลอัฎฮา จึงหมายถึง วันเฉลิมฉลองการ เชือดสัตว์เพื่อพลีทาน (กรุบาน) วันฮารีรายออีดิลอัฎฮา 

หรือรายอฮัจย์นี้ จะมีขึ้นหลังจากวันฮารีรายออีดิ้ลฟิตรี(รายอปอซอหลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอน) ไป 2 เดือน 10 วัน ซึ่งจะตรงกับช่วงเวลาที่มุสลิมทั่วโลกเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ หรือการทำพิธีแสวงบุญ ณ นครเมกกะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย

ด้านนายอับดุลนัสเซอร์ หะมิ พัฒนาการอำเภอรือเสาะ เป็นประธานชมรมข้าราชการมุสลิมจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ชมรมข้าราชการมุสลิมจังหวัดนราธิวาส ได้จัดกิจกรรมการทำกรุบานจากเงินบริจาคจากข้าราชการที่อยู่ในจังหวัดนราธิวาส จังหวัดสุราษฎร์ธานี และประเทศญี่ปุ่น

 เพื่อเชือดเนื้อวัวให้กับเด็กกำพร้าและคนยากจนที่มัสยิดกำปงบารู เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จำนวน 7 ตัว แจกจ่ายเนื้อวัวและข้าวสารให้กับเด็กกำพร้า จำนวน 100 คน เพื่อส่งเสริมให้คนดีมีน้ำใจรู้จักแบ่งปัน และขออภัยต่อกันในสิ่งที่ได้ล่วงละเมิด ต่อมาบรรดาชาวไทยมุสลิมด้วยกัน

นอกจากนั้นจะมีการบริจาคทานกับเด็ก คนชรา หรือผู้ยากไร้ พร้อมทั้งออกไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง โดยวันนี้มุสลิมทั้งหญิง ชายและเด็กๆ ต่างสวมใส่เสื้อผ้าใหม่เพื่อต้อนรับวันตรุษอีดิลอัฎฮา 

และมีการเชือดสัตว์พลีทาน หรือการทำกุรบาน ซึ่งในปีนี้วันฮารีรายออีดี้ลอัฎฮา ตรงกับวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2563 ซึ่งเป็นวันสำคัญประจำสัปดาห์ อีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

สตูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำทุกภาคส่วน ร่วมทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2563

สตูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำทุกภาคส่วน ร่วมทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2563

 

  เมื่อวันที 

 

เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีนางอัญญาณี เพ็งจันทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล นายศักระ กปิลกาญจน์ นายศักดา วิทยาศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ พุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธีจำนวนมาก ณ บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสตูล อ.เมือง จ.สตูล



โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ถวายความเคารพ ถวายเครื่องราชสักการะ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมนำส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนร่วมตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 69 รูป


จากนั้นเวลา 08.30 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และนางอัญญาณี เพ็งจันทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร จังหวัดสตูล และประชาชนจิตอาสาลงนามถวายพระพรชัยมงคล เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามลำดับ 




จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณการเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินของจังหวัดสตูล และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีจอมราชา แสดงออกถึงความจงรักภักดี ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศาลากลางจังหวัดสตูล



นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล


หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดพัทลุง จัดโครงการบริหารจัดการเกษตรและอุตสาหกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม


หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดพัทลุง จัดโครงการบริหารจัดการเกษตรและอุตสาหกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม



หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดพัทลุง จัดโครงการบริหารจัดการเกษตรและอุตสาหกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม กิจกรรมการฝึกอบรมสร้างเครือข่ายอาสาสมัครอนุรักษ์ทรัพยากรประมง หลักสูตร"ผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่" พื้นที่อำเภอหัวไทรและอำเภอปากพนัง

     

   นายจิรวิช จุลบุษปะ หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดพัทลุง มอบหมายให้ นายวิชัย จันสังสา ช่างเครื่องเรือ ช 3 พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยฯ รวม 5 นาย เป็นวิทยากรบรรยายร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช,สำนักงานประมงอำเภอหัวไทรและสำนักงานประมงอำเภอปากพนัง


 โครงการบริหารจัดการเกษตรและอุตสาหกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม กิจกรรมการฝึกอบรมสร้างเครือข่ายอาสาสมัครอนุรักษ์ทรัพยากรประมง หลักสูตร"ผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่" พื้นที่อำเภอหัวไทรและอำเภอปากพนัง จำนวน 30 ราย ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอหัวไทร โดยบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 และฉบับแก้ไข พ.ศ.2560 


และออกปฏิบัติงานร่วมกับประมงอำเภอหัวไทร,ผู้นำชุมชน,ประมงอาสา ประชาสัมพันธ์มาตรการด้านการประมง เรื่อง กำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน และกำหนดเครื่องมือ วิธีการทำการประมง เงื่อนไขในการทำการประมง พ.ศ.๒๕๖๓ ซึ่งในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในช่วงระหว่างวันที่ 2 มิถุนายน 31 สิงหาคม 2563


สตูล กอ.รมน.จังหวัดสตูลสนธิกำลังตรวจสอบพื้นที่ป่าชายเลนตามแผน “เพิ่มและฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน” ท้องที่ จ.สตูล

สตูล กอ.รมน.จังหวัดสตูลสนธิกำลังตรวจสอบพื้นที่ป่าชายเลนตามแผน “เพิ่มและฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน” ท้องที่ จ.สตูล




     เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2563 เวลา กอ.รมน.จังหวัดสตูลได้ร่วมกับ ชปข.(ลับ) 203 ศปก.ทภ.4, ชุดปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าชายฝั่งและป่าชายเลน, ศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน จ.สตูล , ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 24 - 27 , จนท.ปทส.กก.6 ปป., นป.สอ.รฝ.452, สภ.ทุ่งหว้า, ฝ่ายปกครอง อ.ทุ่งหว้า, สนง.ทสจ.สตูล,หน่วยปัองกันและรักษาป่าที่ สต.2 (ทุ่งหว้า), และ ตชด.436 สนธิกำลังตรวจสอบพื้นที่ป่าชายเลนตามแผน “เพิ่มและฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน” ท้องที่ จ.สตูล ประจำปีงบประมาณ 63 

บริเวณท้องที่บ้านวังตง หมู่ 4 ต.นาทอน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล ซึ้งเป็นพื้นที่จำแนกเขตการให้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 22 ส.ค.43, ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 17 ต.ค.43 และเป็นพื้นที่ป่าตาม พรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2548 ผลการตรวจสอบพบ “เป็นพื้นที่ป่าชายเลนถูกปรับพื้นที่และเข้าทำประโยชน์ เป็นบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลูกพืชผลอาสินต้นปาล์มน้ำมัน และแผ้วถางพื้นที่ป่าชายเลน จำนวน เนื้อที่ รวมทั้งสิ้น 60 ไร่ 1 งาน 48 ตารางวา (60.37ไร่) ไม่พบตัวผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุ

 ในการนี้ คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้ว การเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยมิได้มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เป็นการบุกรุกเข้าครอบครองเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่จำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน อันเป็นพื้นที่ทางราชการสงวนอนุรักษ์ไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลน

 และเป็นพื้นที่ป่าตาม พรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2548 จึงมีความเห็นว่า “ผู้ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นการเข้าครอบครองทำประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฏหมาย จึงได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ ตรวจสอบ จำนวน 60 ไร่ 1 งาน 48 ตารางวา (60.37 ไร่) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ฐานความผิด “ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า

 หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถ่อครองหรือครองครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อันเป็นความผิดตาม พรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2485 และแก้ไขเพิ่มเติม ความมาตรา 54, 55 และ มาตรา 72 ทวิ” โดยได้มอบเรื่องราวให้ นายนิพนธ์. เต็มแก้ว ผอ.ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมกรป่าชายเลนที่ 26 (ทุ่งหว้า) รับไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งหว้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...