จำนวนผู้เข้าชม

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

45 ชม.ฝ่ายค้านลาก 11 รัฐขึ้นเขียง “นิพนธ์” ซ้อมบทกับกรมที่ดิน ทำการบ้านบุกรุกที่ดิน ร.ฟ.ท.เขากระโดง

 

45 ชม.ฝ่ายค้านลาก 11 รัฐขึ้นเขียง “นิพนธ์” ซ้อมบทกับกรมที่ดิน ทำการบ้านบุกรุกที่ดิน ร.ฟ.ท.เขากระโดง

 


        หลังจากรัฐบาลตอบรับความพร้อมในการรับมือกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 11 รัฐมนตรี และชวน หลีกภัยประธานสภาผู้แทนราษฏร กำหนดวันอภิปรายระหว่าง 19-22 กรกฎาคม 4 วันเต็ม ในขณะที่ฝ่ายค้านต้องการเวลา 5 วัน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกประชุมวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วย วิปฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ตกลงร่วมกันอภิปราย 4 วัน

 

จากนั้นนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้รายละเอียดว่าสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะมีทั้งหมด 4 วัน โดยฝ่ายค้านได้เวลาทั้งหมด 45 ชั่วโมง ส่วนอีก 18 ชั่วโมงเป็นของครม. ส.ส.รัฐบาล และประธานที่ประชุม โดยการประชุมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. ถึงวันที่ 22 ก.ค. เริ่มตั้งแต่เวลา 08.30-00.30 น.ของทุกวัน ยกเว้นวันอภิปรายสรุปซึ่งจะให้จบประมาณเวลา 23.30 น. หรือไม่เกิน 00.00 น. และจะลงมติในวันที่ 23 ก.ค. เวลา 10.00 น.

     “เราพอใจแม้จะไม่ได้วันอภิปราย 5 วัน แต่เราก็ได้ชั่วโมงตามที่เราต้องการคือ 45 ชั่วโมง”

       “นิพนธ์” เป็น 1 ใน 11 รัฐมนตรีที่ถูกลากขึ้นเขียง แต่เจ้าตัวมั่นใจในการชี้แจง เพราะไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร ไม่มีประเด็นการทุจริตคอรัปชั่น แต่ก็ไม่ประมาท ได้ตั้งธงไว้ 4 ประเด็นที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกขึ้นมาอภิปราย

-เรื่องฮั้วประมูลงาน อบจ.สงขลา สมัยเป็นนายกฯอบจ.สงขลา ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะเคยอภิปราย และชี้แจงมาครั้งหนึ่งแล้ว ยิ่งมาถึงวันนี้ยิ่งง่ายขึ้น เพราะบุคคล และนิติบุคคลที่ร่วมฮั้วประมูลถูกดำเนินคดีหมดแล้ว ถูกออกหมายจับทุกคน คดีอาญาใน ปปช.ก็ไม่น่ากลัว เพราะ ปปช.เองก็ยังส่งเจ้าหน้าที่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลและนิติบุคคลที่ร่วมฮั้วประมูลเช่นกัน แม้ ปปช.จะบอกว่าเป็นคนละเรื่องกัน แต่เป็นเพียงความเห็นของ ปปช.ต้องรอศาลตัดสิน

-เรื่องนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าจะนะ ก็เป็นประเด็นที่เคยอภิปราย และชี้แจงไปหมดแล้ว ยิ่งอภิปรายซ้ำยิ่งดี จะได้อธิบายให้ประชาชน สังคมเข้าใจว่า มหาดไทยไม่เกี่ยวกับโครงการนี้ เจ้าของโครงการคือ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งนิพนธ์ก็ไม่ได้กำกับดูแล ศอ.บต.ด้วย ส่วนการลงทุนก็เป็นเรื่องของเอกชน ส่วข้อครหาเรื่องการกว้านซื้อที่ดิน ก็เป็นเรื่องของบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นสิทธิ์ที่เขาจะกว้านซื้อ เมื่อเห็นช่องทางของการทำกำไร เพียงแต่บริษัทที่ไปกว้านซื้อที่ดินมีความใกล้ชิดกับนิพนธ์เท่านั้น แต่ไม่มีความเกี่ยวพันอะไรกันถามว่านิพนธ์เห็นด้วยไหมกับนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าจะนะ เท่าที่ประมวลดู นิพนธ์เห็นด้วย เพราะจะเกิดการลงทุนในพื้นที่นับแสนล้าน เกิดการหมุนเวียนของเงิน เกิดการจ้างงานนับแสนตำแหน่ง จะสร้างความเป็นอยู่ ความอยู่ดีกินดีให้เกิดขึ้น ส่วนข้อกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องผลกระทบอาชีพประมง กระทบต่อวิถีชุมชน เป็นเรื่องของส่วนราชที่เกี่ยวข้องจะต้องไปคุยกับบริษัทที่ลงทุน

-เรื่องการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินของตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” 2000 กว่าไร่ ก็เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติของกรมที่ดิน เป็นอำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดิน ไม่ได้มีการกลั่นแกล้ง เลือกปฏิบัติ เป็นการใช้อำนาจตามคำพิพากษาของศาล ไม่ทำก็จะโดนข้อหาละเว้นตาม ม.157

-เรื่องที่อาจจะต้องใช้เวลาในการอธิบาย ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม และโยงมาถึงกรมที่ดินในการดำเนินการ ทั้งการรถไฟแห่งประเทศ เจ้าของที่ดิน กับกรมที่ดินในการดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ เพราะศาลฎีกาตัดสินเป็นที่สุดแล้วว่า เอกสารสิทธิ์ได้มาโดยมิชอบ แต่ยังมีความล่าช้าในการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์

       นิพนธ์ เตรียมพร้อมชี้แจงเรื่องนี้ เชิญเจ้าหน้าที่กรมที่ดินมาชี้แจง มาอธิบายแล้วว่า ขั้นตอนดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ติดขัดปัญหาตรงไหน เท่าที่ทราบยังมีปัญหาเรื่องยังไม่มีใครจากการรถไฟแห่งประเทศไทย มาชี้แนวเขต เพื่อยืนยันพื้นที่ และบางประเด็นยังอยู่ในชั้นศาลปกครอง

      เรื่องการบุกรุกที่ดินการรถไฟฯ เขากระโดงน่าจะเป็นประเด็นหลักในการอภิปรายต่อศักดิ์สยาม และนิพนธ์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งสองรัฐมนตรีที่จะต้องช่วยกันอธิบาย แต่ถึงที่สุดแล้ว เชื่อว่าอธิบายได้ เพราะได้อธิบายกันมาหลายครั้งแล้ว และจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

       นิพนธ์เองก็ต้องไม่ประมาท ลองพิจารณาดูว่า มีแผลอื่นอีกไหม คนอื่นอาจจะไม่เห็น แต่ฝ่ายค้านอาจจะเห็น และนิพนธ์เองก็ต้องเห็น แม้ไม่มีประเด็นทุจริต แต่เอื้อประโยชน์ให้คนอื่น พวกพ้อง มีหรือไม่

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น