จำนวนผู้เข้าชม

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดนราธิวาส เข้าพบ “ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์” รมช.ศึกษาธิการ ยืนหนังสือเกี่ยวกับสิทธิ โควตาพิเศษเข้าศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐและ กำหนดให้วันเสาทเดือนสิบเป็นวันหยุดราชการในพื้นที่ จซต.เพื่อประโยชน์ของคนไทยพุทธ (ชมคลิป)

 

   สมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดนราธิวาส เข้าพบ “ ดร.กนกวรรณ  วิลาวัลย์”   รมช.ศึกษาธิการ  ยืนหนังสือเกี่ยวกับสิทธิ โควตาพิเศษเข้าศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐและ กำหนดให้วันเสาทเดือนสิบเป็นวันหยุดราชการในพื้นที่  จซต.เพื่อประโยชน์ของคนไทยพุทธ (ชมคลิป)


      ประพันธ์  ฤทธิวงศ์ บก. ปลายด้ามขวาน@ชายแดนใต้/ภาพข่าว





 


     เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม  2563   เวลา  09.30 น.  ที่ทำการสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดนราธิวาส  นายวิจิตร  สกุลแก้ว  ประธานสมาพันธ์จังหวัดนราธิวาส  ได้ประชุมคณะกรรมการสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดนราธิวาส  เพื่อสรุปผลการจัดงานครบรอบ 50 ปี พระพุทธทักษิณ  มิ่งมงคล  เมื่อวันที่  3 ตุลาคม  2563 ที่ผ่านมา 






         ต่อมาวันเดียวกัน ช่วงบ่าย  เวลา 13.30 น.   สมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดนราธิวาส  นำโดยนายวิจิตร  สกุลแก้ว  พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้เข้าพบ  ดร.กนกวรรณ  วิลาวัลย์    รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในโอกาสได้เดินทางไปศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส เพื่อพบปะครูผู้ช่วยที่บรรจุใหม่ในสังกัดของ กศน. จำนวน 80 ราย และเยี่ยมชมติดตามผลความคืบหน้าหอดูดาว  โดยมี  นายสุชาติ ถาวระ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส  ให้การต้อนรับ













         ขณะเดียวกัน ทางสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดนราธิวาส ได้ยืนหนังสือเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของคนไทยพุทธ เรื่อง  ขอความอนุเคราะห์ดำเนินการกำหนดให้ประเพณีทำบุญวันสารทเดือนสิบ ของภาคใต้

ที่ สทพ.นธ. ๐๑ /๔๙                                                              ที่ทำการสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดนราธิวาส

        วัดพรหมนิวาส     อ.เมือง  

        จังหวัดนราธิวาส  ๙๖๐๐๐

                                                              ๘   ตุลาคม  ๒๕๖๓

เรื่อง     ขอความอนุเคราะห์ดำเนินการกำหนดให้ประเพณีทำบุญวันสารทเดือนสิบ ของภาคใต้ เป็นวันหยุดราชการ

           ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

   เรียน   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คุณกนกวรรณ  วิลาวัลย์)

                    ด้วยประชาชนที่นับถือพระพุทธศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ                       ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา) ได้ให้ความตระหนักและถือปฏิบัติในประเพณีวันสารทเดือนสิบ สืบเนื่องมายาวนาน แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตเชิงวัฒนธรรม สอดรับความรู้รักสามัคคีและความกตัญญูกตเวทีของบุคคลในครอบครัวและเครือญาติ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความผูกพันด้านศาสนา เกี่ยวพันไปถึงความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ดังเป็นที่ปรากฏมาโดยลำดับ

                 สมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับสมาพันธ์ไทยพุทธในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเห็นต้องกันในการให้โอกาสพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะภาคราชการและลูกจ้างบริษัท ห้างร้าน เอกชน รัฐวิสาหกิจ ได้เข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญดังกล่าว ได้อย่างสะดวกและพร้อมเพรียงในหมู่ครอบครัว ญาติมิตร จึงเรียนมาเพื่อท่านได้โปรดพิจารณา อนุเคราะห์สนับสนุนให้กำหนดประเพณีทำบุญวันสารทเดือนสิบ ของภาคใต้ เป็นวันหยุดราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของแต่ละปีต่อไป ทั้งนี้ได้ส่งหนังสือดังกล่าวพร้อมรายชื่อประชาชนถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายนิพนธ์  บุญญามณี) นส.ที่ สทพ.นธ.๐๑/๒๙ ลว.๑๐ กันยายน ๒๕๖๓ ถึงรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) นส.ที่ สทพ.นธ.๐๑/๓๐ ลว. ๑๐ กันยายน ๒๕๖๓ ถึงหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล นส.ที่ สทพ.นธ.๐๑/๓๑ ลว.๑๒ กันยายน ๒๕๖๓

                   จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ และขอแสดงความขอบคุณ มา  ณ  โอกาสนี้


ที่ สทพ.นธ. ๐๑ /๕๐                                                              ที่ทำการสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดนราธิวาส

        วัดพรหมนิวาส     อ.เมือง  

        จังหวัดนราธิวาส  ๙๖๐๐๐

                                                              ๘   ตุลาคม  ๒๕๖๓

เรื่อง     การให้โควต้าพิเศษเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยของรัฐ

         

เรียน   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คุณกนกวรรณ  วิลาวัลย์)

 อ้างถึง   หนังสือสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี ที่ ศธ ๐๘๕๖/ว.๒๘๕ ลว. ๑๔ กุมภาพันธ์  ๒๕๖๓

                    ตามหนังสือที่อ้างถึง สมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าว แม้เป็นเรื่องที่มีความเหมาะสมในการพัฒนาและส่งเสริมเด็ก เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ควรที่จะครอบคลุมประชาชนทุกศาสนาอย่างเสมอภาค ยุติธรรมและเท่าเทียม  ซึ่งจะเป็นการสอดคล้องกับแนวทางการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรม ที่มุ่งเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพราะประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกภาคส่วน ทุกศาสนา ล้วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และขาดโอกาสทางการศึกษาที่มีสภาพเช่นเดียวกัน ภาครัฐจึงควรตระหนักและให้การสนับสนุนประชาชนทุกศาสนา อย่างเสมอภาค ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ซึ่งจะเป็นกระบวนการนำไปสู่ความสันติสุขและ                    การพัฒนาคุณภาพประชากรอย่างแท้จริง และสามารถดำรงวิถีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขด้วยความเข้าใจ รู้รักสามัคคีของประชาชนทุกกลุ่มวัย

                    สมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใคร่เรียนขอความอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรี ได้โปรดพิจารณานำเสนอต่อรัฐบาลให้ยกเลิกการจัดโควต้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยเฉพาะบุคคลของศาสนิกหนึ่งศาสนิกใด แต่ควรดำเนินการตามกระบวนการครอบคลุมเยาวชนทุกศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยเหตุและผลดังกล่าวเบื้องต้น เพื่อความผาสุขของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

 

              จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ และขอแสดงความขอบคุณมา  ณ  โอกาสนี้



0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...