จำนวนผู้เข้าชม

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561

สงขลานายอำเภอรัตภูมินำกำลังทหารและตำรวจเจ้าตรวจสอบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยอ้างชื่ออ้างชื่อว่าเป็น คณะกรรมการ (ชุดพิเศษ)เพื่อร่วมส่งเสริมสนับสนุนขับเคลื่อนประเทศไทย(คพ.สปท.



สงขลานายอำเภอรัตภูมินำกำลังทหารและตำรวจเจ้าตรวจสอบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยอ้างชื่ออ้างชื่อว่าเป็น คณะกรรมการ (ชุดพิเศษ)เพื่อร่วมส่งเสริมสนับสนุนขับเคลื่อนประเทศไทย(คพ.สปท.

 นายอำเภอรัตภูมินำกำลังทหารและตำรวจเจ้าตรวจสอบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยอ้างชื่ออ้างชื่อว่าเป็น คณะกรรมการ (ชุดพิเศษ)เพื่อร่วมส่งเสริมสนับสนุนขับเคลื่อนประเทศไทย(คพ.สปท.) ดำเนินโครงการตามแนวพระราชดำริระดมรับสมัครชาวบ้านเป็นสมาชิกอ้างให้เงินทำกินไร่ละ 2แสน5 หมื่นบาท สอบแกนนำพบพิรุธหลายอย่างอ้างชื่อระดับดอกเตอร์เป็นเจ้าของโครงการโทรศัพท์ไปหาปัดแกนนำเข้าใจผิดไม่ได้จ่ายเงินแต่อย่างใด แต่จะระดมทุนจากชาวบ้านตั้งเป็นสหกรณ์หมู่บ้าน สั่งยุติทันทีรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงหวั่นชาวบ้านถูกหลอก เผยเคยเกิดขึ้นมาแล้วที่อ.ระโนด จ.สงขลา ชาวบ้านถูกหลอกให้สมัครเป็นสมาชิกแต่ไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว




เมื่อเวลา11.00น.วันนี้(18ธ.ค.)กำลังเจ้าหน้าที่3ฝ่ายทั้งฝ่ายปกครองอำเภอรัตภูมิ ทหาร ร.5พัน1 ค่ายเสนาณรงค์ และตำรวจ สภ.รัตภูมิ นำ นางพิมพ์ธาดา จันทร์สุริยะ นายอำเภอรัตภูมิ

ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบบุคคลกลุ่มหนึ่งที่มีการระดมชาวบ้านมาประชุม ณ ที่ทำการกองทุนหมู่บ้าน บ้านคลองยางแดง หมู่4 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา โดยอ้างชื่อว่าเป็น คณะกรรมการ (ชุดพิเศษ)เพื่อร่วมส่งเสริมสนับสนุนขับเคลื่อนประเทศไทย(คพ.สปท.) โดยการชักชวนให้ชาวบ้านเข้าร่วมโครงการ โดยอ้างว่า เป็นโครงการในพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ได้นำมาสานต่อ

เนื่องจากได้รับการแจ้งเบาะแสและร้องเรียนของชาวบ้านว่ามีพฤติกรรมต้องสงสัยและให้กำนันทั้ง5 ตำบลของอ.รัตภูมิ ช่วยกันติดตามมา2 อาทิตย์กระทั่งทราบว่าวันนี้จะมีการระดมชาวบ้านมาสมัครเป็นสมาชิกและประชุมกันที่ ที่ทำการกองทุนหมู่บ้านบ้านคลองยางแดง


ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบพบว่ามีแกนนำทั้งที่เป็นชาวอำเภอรัตภูมิและจากอำเภอใกล้เคียงนั่งหัวโต๊ะ นำโดย นายประภาส ยอดสี และนายวรเมธ สุทธินิมิตร และมีชาวบ้านในพื้นที่ราว50 คนเข้าร่วมประชุม พร้อมกับเตรียมหลักฐานและเอกสารต่างๆมาสมัครเป็นสมาชิก


ทางนายอำเภอรัตภูมิ จึงขอให้ยุติการประชุมเอาไว้ก่อนพร้อมกับเรียกแกนนำมาสอบถามที่มาที่ไปของโครงการนี้ว่าเป็นโครงการอะไรมีจริงหรือไม่รวมทั้งขั้นตอนวิธีการต่างๆของการดำเนินโครงการ


ซึ่งทางแกนนำอ้างว่าเป็นโครงการช่วยเหลือเกษตรกร โดยผู้สมัครเป็นสมาชิกจะได้รับเงินช่วยเหลือนำไปประกอบอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง คนละ 250,000 บาทต่อไร่ หรือคนไหนไม่มีที่ดินก็ให้นำเงินนี้ไปซื้อที่ดินทำกิน


โดยหลักฐานที่ใช้สมัครมีสำเนาบัตรประชาชนถ่ายภาพสี รูปถ่ายใส่สูตร 2 นิ้ว และต้องลงลายมือชื่อพร้อมลายนิ้วมือ รวมทั้งจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการประจำหมู่บ้านหมู่บ้านละ15 คน เพื่อทำหน้าที่ระดมสมาชิกในหมู่บ้าน และใบแต่งตั้งคณะกรรมการประจำหมู่บ้านต้องติดอากรสแตมป์60บาท และอ้างชื่อด็อกเตอร์อภิชาติ ชำนาญ ชาวจ.นครราชสีมา เป็นประธานโครงการนี้และเป็นผู้อนุมัติใบสมัคร


แต่หลังที่นายอำเภอรัตภูมิ ได้ติดต่อโทรศัพท์ไปยังดอกเตอร์อภิชาติ ชำนาญ ที่ถูกอ้างชื่อ แต่กลับได้รับการปฏิเสธว่าเป็นการเข้าใจผิดของสมาชิกเพราะไม่มีการจ่ายเงิน 2 แสน5 หมื่นบาทให้กับสมาชิก หรือให้ติดอากรแสตมป์60บาทในหนังสือแต่งตั้งคณะทำงานแต่อย่างใด และอธิบายรายละเอียดว่าจะเรียกประชุมคณะทำงานทุกจังหวัดและทุกอำเภอเพื่อทำความเข้าใจอีกครั้งในเร็วๆนี้พร้อมกับจะแถลงข่าวรายละเอียดให้ทราบพร้อมกันทั่วประเทศ


และยังบอกถึงรายละเอียดโครงการว่าเมื่อรณรงค์ให้ประชาชนสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการแล้ว จะมีการระดมทุนจากประชาชนผู้สมัครเพื่อนำเงินไปบริหารในรูปแบบของสหกรณ์หมู่บ้าน เพื่อบริหารจัดการโครงการในระดับหมู่บ้านต่อไป


นางพิมพ์ธาดา จันทร์สุริยะ นายอำเภอรัตภูมิ  กล่าวว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ให้แกนนำยุติการระดมชาวบ้านให้สมัครเป็นสมาชิกเอาไว้ก่อน เพื่อที่จะสืบสวนข้อเท็จจริงของรายละเอียดเรื่องนี้อีกครั้งว่าจริงหรือไม่ เพราะมีข้อสงสัยหลายอย่างเกี่ยวกับเอกสาร ที่อาจนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นกับผู้ครอบครองและอาจสร้างความเสียหายให้ประเจ้าของเอกสารได้ในภายหลัง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโครงการในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาแล้วที่อ.ระโนด จ.สงขลา มีรูปแบบเดียวกันซึ่งจะให้ชาวบ้านสมัครค่าสมาชิกตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันแต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรคืนมาแม้แต่บาทเดียว

ขอบคุณภาพ/ข่าว มณีรัตน์ แก้ววิเชียร ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...