ผู้ว่าฯ นราธิวาส แจงปมจับสุนัขจรจัดรือเสาะ เผยชาวบ้านร้องเดือดร้อนถูกกัด-อุบัติเหตุซ้ำซาก เร่งประสานย้าย 30 ชีวิตสู่ศูนย์พักพิงมาตรฐานสุไหงโก-ลก ยันทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตาม
กฎมาย(มีคลิป)
ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าว นราธิวาสรายงาน
ผู้ว่าฯ นราธิวาส แจงปมร้อนจับสุนัขจรจัดกว่า 30 ตัวในพื้นที่รือเสาะ หลังองค์กรพิทักษ์สัตว์ตั้งข้อกังขาไร้ศูนย์พักพิงถาวร เผยต้นเหตุจากชาวบ้านร้องเรียนสุนัขกัดคน วิ่งตัดหน้ารถจนเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก ล่าสุดประสานเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เตรียมรับสุนัขไปดูแลในศูนย์พักพิงที่ได้มาตรฐาน พร้อมให้ปศุสัตว์เข้าควบคุมดูแล ทำหมัน ฉีดวัคซีน และรักษาจนแข็งแรงก่อนเคลื่อนย้าย ย้ำการแก้ปัญหาต้องคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยของประชาชนและสวัสดิภาพสัตว์
จากกรณีเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เทศบาลตำบลรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส ปศุสัตว์อำเภอรือเสาะ และด่านกักกันสัตว์สุไหงโก-ลก ลงพื้นที่ใช้ปืนยิงยาสลบจับสุนัขจรจัดในชุมชนมากกว่า 10 ตัว ก่อนนำไปกักไว้ในกรงของเทศบาล โดยระบุว่ามีเป้าหมายเพื่อจัดระเบียบพื้นที่และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มคนรักสัตว์และภาคประชาชน โดยเฉพาะข้อกังวลเรื่องปลายทางของสุนัขที่ถูกจับไป ซึ่งมีทั้งแม่สุนัขลูกอ่อนและลูกสุนัขขนาดเล็ก รวมถึงความพร้อมของสถานที่กักพัก เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตว่าเทศบาลตำบลรือเสาะยังไม่มีศูนย์พักพิงสุนัขถาวรที่ได้มาตรฐาน
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์เดอะโฮปสงขลา ได้รับการประสานจากประชาชนในพื้นที่ให้เข้าร่วมตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสตรวจสอบการดำเนินงานของเทศบาลตำบลรือเสาะและหน่วยงานปศุสัตว์ โดยเสนอให้ใช้แนวทางจัดการสุนัขชุมชนด้วยวิธีจับทำหมัน ฉีดวัคซีน และคืนถิ่นเดิม (CNVR) ควบคู่กับการดูแลสวัสดิภาพสัตว์อย่างเหมาะสม แทนการกักขังโดยขาดความพร้อมด้านสถานที่และการดูแล
ล่าสุด นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า จุดเริ่มต้นมาจากความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้ร้องเรียนต่อเทศบาลตำบลรือเสาะเกี่ยวกับปัญหาสุนัขจรจัด ทั้งกรณีสุนัขกัดชาวบ้าน วิ่งตัดหน้ารถจักรยานยนต์จนเกิดอุบัติเหตุ และมีผู้ประสบเหตุได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต โดยปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งในพื้นที่
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสกล่าวว่า เทศบาลตำบลรือเสาะได้ทำหนังสือประสานมายังจังหวัด เพื่อขอให้ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยดำเนินการจับสุนัขจรจัด เนื่องจากเทศบาลไม่มีสัตวแพทย์สำหรับควบคุมการใช้ยาในการปฏิบัติงาน โดยขณะนี้สามารถจับสุนัขได้ประมาณ 30 ตัว และนำไปพักไว้ในกรงของเทศบาล พร้อมจัดให้อาหารวันละ 2 มื้อ
ทั้งนี้ จังหวัดได้ประสานไปยังนายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะและนายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายสุนัขไปยังศูนย์พักพิงสัตว์ของเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งมีสถานที่สำหรับรองรับสุนัขตามมาตรฐาน โดยจะดำเนินการหลังจากสุนัขได้รับการดูแลรักษาจนมีสุขภาพแข็งแรงและพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้าย
นายบุญช่วยกล่าวเพิ่มเติมว่า รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานและข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการในพื้นที่ จะต้องให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาสเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าการดำเนินการเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสขอความร่วมมือประชาชนที่เลี้ยงสุนัขในเขตเทศบาลตำบลรือเสาะ ให้ดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างรับผิดชอบ โดยควรใส่ปลอกคอและเลี้ยงไว้ภายในบริเวณบ้าน ไม่ปล่อยให้ออกมาเพ่นพ่านในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นและนำไปสู่อุบัติเหตุได้
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสยังระบุด้วยว่า จังหวัดได้บรรจุแนวทางการจัดทำศูนย์พักพิงสุนัขที่ได้มาตรฐานไว้ในแผนพัฒนาจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยเห็นว่าการจัดการสุนัขจรจัดเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนควบคู่กับการดูแลสัตว์อย่างเหมาะสม
ด้านนายจักรพงษ์ ขานโบ ปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส ชี้แจงว่า สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าไปช่วยเหลือตามหนังสือร้องขอของเทศบาลตำบลรือเสาะ เนื่องจากเทศบาลไม่มีสัตวแพทย์สำหรับควบคุมการใช้ยาในการจับสุนัข โดยการปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และเจ้าหน้าที่เทศบาล
สำหรับขั้นตอนหลังจากจับสุนัขได้แล้ว จะมีการดูแลรักษาสุขภาพ ทำหมัน และฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามความเหมาะสม ก่อนติดตามอาการจนสุนัขฟื้นตัวและมีสุขภาพแข็งแรง จากนั้นจึงจะเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงที่ได้มาตรฐานในพื้นที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประสานงานไว้แล้ว
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตาของประชาชนและองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือความพร้อมและมาตรฐานของสถานที่รองรับสุนัข การดูแลแม่สุนัขลูกอ่อนและลูกสุนัข การดำเนินการด้านสุขภาพสัตว์ ตลอดจนความชัดเจนของขั้นตอนปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดสามารถลดความเดือดร้อนของประชาชนได้ โดยไม่ละเลยหลักสวัสดิภาพสัตว์





