ผู้ว่าฯ นราธิวาส นำซ้อมแผนรับมือภัยพิบัติ 3 พื้นที่เสี่ยง ทดสอบระบบบัญชาการ–Cell Broadcast เตรียมพร้อมรับฝนหนัก น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และคลื่นพายุซัดฝั่ง(มีคลิป)
วันที่ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมพระนราภิบาล (ใหญ่) ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 2 อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการฝึกกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด/ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ประจำปี 2569 กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และคลื่นพายุซัดชายฝั่ง ในรูปแบบการฝึกบนโต๊ะ (Table Top Exercise : TTX) และการจำลองสถานการณ์เสมือนจริง
โดยมีนายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ นายกฤษณนันท์ กำไร และนายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าร่วม เพื่อทดสอบความพร้อมของระบบบัญชาการ การสื่อสาร การตัดสินใจ และการระดมทรัพยากรช่วยเหลือประชาชน ก่อนเข้าสู่ช่วงที่จังหวัดมีความเสี่ยงจากฝนตกหนักและอุทกภัย
การฝึกครั้งนี้มุ่งทดสอบการปฏิบัติงานภายใต้ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System : ICS) เชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปจนถึงศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ (Incident Command Post : ICP) โดยกำหนดภารกิจด้านการปฏิบัติการ การอำนวยการ และการสนับสนุน เพื่อให้แต่ละหน่วยงานเข้าใจบทบาทหน้าที่และประสานการทำงานภายใต้โครงสร้างบัญชาการเดียวกัน
สถานการณ์ที่ 1 ดินโคลนถล่ม อำเภอสุคิริน จำลองเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในพื้นที่ตำบลมาโมง ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ภูเขาและลาดเชิงเขา โดยทดสอบการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย การประเมินความปลอดภัย การอพยพประชาชน และการสนับสนุนเครื่องจักรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งแขวงทางหลวง ทางหลวงชนบท และโยธาธิการและผังเมือง เพื่อเปิดเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ
ระหว่างการฝึกได้จำลองปัญหาเส้นทางถูกน้ำท่วมจนเครื่องจักรไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ตามแผน เจ้าหน้าที่จึงต้องประสานปรับเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงทรัพยากร ก่อนรายงานผลการช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่อันตรายได้ทั้งหมดตามสถานการณ์สมมติสถานการณ์ที่ 2 น้ำป่าไหลหลาก อำเภอระแงะ จำลองเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนบริเวณบ้านร่อน หมู่ที่ 2 ตำบลตันหยงมัส โดยกำหนดให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมีกระแสน้ำแรง ส่งผลให้มีประชาชนติดค้างอยู่ภายในบ้าน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องประเมินสถานการณ์ ประสานขอรับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา พร้อมทดสอบการรับคำร้องขอความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” และการจัดกำลังเข้าช่วยเหลือ โดยผลการฝึกจำลองระบุว่าสามารถอพยพประชาชนออกจากพื้นที่อันตรายได้อย่างปลอดภัย
สถานการณ์ที่ 3 คลื่นพายุซัดชายฝั่ง อำเภอเมืองนราธิวาส จำลองเหตุการณ์คลื่นลมแรงบริเวณชายฝั่งหาดบ้านทอน ตำบลโคกเคียน ส่งผลกระทบต่อเรือประมงและมีรายงานผู้สูญหายในทะเลตามโจทย์การฝึก
เจ้าหน้าที่ทดสอบขั้นตอนการประสานศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และหน่วยกู้ภัยทางทะเล เพื่อระดมกำลังค้นหาและช่วยเหลือ โดยคำนึงถึงสภาพคลื่นลมและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ ก่อนสรุปผลจำลองว่าสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยขึ้นฝั่งได้ทั้งหมด
นอกจากการทดสอบการบัญชาการและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว จังหวัดนราธิวาสยังได้ทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ Cell Broadcast ในพื้นที่ตำบลมาโมง อำเภอสุคิริน รวมถึงทดสอบระบบเว็บไซต์รับแจ้งและรายงานสถานการณ์ภัย เพื่อประเมินประสิทธิภาพการส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนความรวดเร็วในการแจ้งเตือนประชาชน
นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2570 จังหวัดนราธิวาส เป็นจังหวัดเเรกของประเทศที่มีการซ้อมนอกแผน ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีเป้าหมายให้การปฏิบัติงานของทุกหน่วยเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการรับมือสถานการณ์ และการช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
ภาพรวมการฝึกครั้งนี้ทำให้เห็นความพร้อมของหน่วยงานทุกระดับ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นหน่วยเผชิญเหตุแรกในพื้นที่ รวมถึงนายอำเภอทั้ง 3 อำเภอที่สามารถแสดงบทบาทการบัญชาการและประสานการสนับสนุนได้ตามขั้นตอน พร้อมทั้งได้รับข้อเสนอแนะจากผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อนำไปปรับปรุงแผนเผชิญเหตุให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสย้ำว่า แม้ขณะนี้สถานการณ์สภาพอากาศยังต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด แต่ทุกหน่วยงานจะต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งเครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องกำเนิดไฟฟ้า วิทยุสื่อสาร เสื้อชูชีพ อุปกรณ์ช่วยชีวิต ตลอดจนศูนย์พักพิงชั่วคราว และระบบแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยซ้ำซาก
ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายภาคประชาชน มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และสำรวจกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็ก เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายหรือเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์จริง
ทั้งนี้ จังหวัดนราธิวาสจะนำข้อสังเกตและผลการประเมินจากการฝึกไปพัฒนาระบบบัญชาการเหตุการณ์และแผนเผชิญเหตุในระดับพื้นที่ พร้อมติดตามสถานการณ์ฝนและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถบูรณาการทำงานและลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้มากที่สุด
สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ขอให้ติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และหากประสบเหตุสาธารณภัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ว่าการรอำเภอ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ภาพข่าว นายอับดุลนัสเซอร์ หะมิ ผอ.กลุ่มงานประสานฯสนง.พัฒนาชุมชนจ.นราธิวาส














