“สรรเพชญ” นำคมนาคมหารือ Siemens Mobility แลกเปลี่ยนเทคโนโลยี-AI รองรับรถไฟทางคู่ ยกระดับระบบรางไทย
เข้าหารือกับนายไมเคิล ปีเตอร์ (Michael Peter) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ Siemens Mobility นายมิเชล โอบาเดีย (Michel Obadia) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Siemens Mobility ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและสิงคโปร์ และนายอาร์มิน โรโซชา (Armin Rosocha) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Siemens Mobility ประเทศไทย ระหว่างการเข้าร่วมงาน InnoTrans 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการ Messe Berlin กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
การหารือครอบคลุมความก้าวหน้าการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ของประเทศไทย และแนวทางยกระดับระบบควบคุมการเดินรถและระบบอาณัติสัญญาณของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อรองรับจำนวนขบวนรถที่เพิ่มขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทาง และยกระดับความปลอดภัยในการเดินรถ ในโอกาสนี้ Siemens Mobility ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบอาณัติสัญญาณสมัยใหม่ การเชื่อมโยงข้อมูลจากอุปกรณ์ภาคสนามเข้าสู่ศูนย์ควบคุม การบริหารระบบผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ตลอดจนการใช้ Cloud และ Data Center เพื่อรวบรวมและประมวลผลข้อมูลจากหลายระบบ ช่วยให้สามารถติดตามสถานะ วางแผนการเดินรถ และบริหารจัดการโครงข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การหารือครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองและรับฟังทางเลือกด้านเทคโนโลยีจากผู้ประกอบการระบบรางระดับโลก เพื่อนำข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้รับมาประกอบการศึกษาและวางแนวทางพัฒนาระบบรางของประเทศไทยในอนาคต ให้สอดคล้องกับการขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่และความต้องการของการรถไฟแห่งประเทศไทย
ภายหลังการหารือ นายสรรเพชญ และคณะ ได้เยี่ยมชมบูธ Siemens Mobility ซึ่งนำเสนอการประยุกต์ใช้ AI เชื่อมโยงข้อมูลจากส่วนต่าง ๆ ของระบบรถไฟ ทั้งขบวนรถ ระบบอาณัติสัญญาณ การควบคุมการเดินรถ การซ่อมบำรุง และข้อมูลการเดินทางของผู้โดยสาร เพื่อช่วยวิเคราะห์สถานการณ์และสนับสนุนการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
ด้านการซ่อมบำรุง Siemens Mobility ได้นำเสนอระบบ Railigent X ซึ่งรวบรวมข้อมูลการทำงานและสภาพของอุปกรณ์จากเซนเซอร์และระบบตรวจวัด ก่อนใช้ AI วิเคราะห์ความผิดปกติและแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่าอุปกรณ์ใดมีแนวโน้มเกิดปัญหา ควรเข้าซ่อมเมื่อใด และต้องเตรียมหรือสั่งอะไหล่ชนิดใด ช่วยลดระยะเวลาที่ขบวนรถต้องหยุดให้บริการ เพิ่มความพร้อมใช้งาน และลดต้นทุนการซ่อมบำรุงตลอดอายุการใช้งาน ขณะเดียวกัน AI ยังถูกนำมาใช้สนับสนุนการบริหารการเดินรถและการวางแผนการเดินทาง เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง เช่น ขบวนรถเสียหรือเส้นทางไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ ระบบสามารถนำข้อมูลขบวนรถ ตารางเดินรถ โครงข่าย และรูปแบบการขนส่งอื่นมาวิเคราะห์ เพื่อเสนอแนวทางปรับแผนการเดินรถ จัดเส้นทางทดแทน หรือแนะนำทางเลือกในการเดินทางต่อเนื่องแก่ผู้โดยสาร พร้อมช่วยให้ผู้ควบคุมระบบแจ้งข้อมูลได้รวดเร็วขึ้นและลดผลกระทบจากเหตุขัดข้อง
นอกจากนี้ คณะยังได้ชมการจัดทำระบบ Cloud และ Data Center เพื่อรวบรวมข้อมูลจากหลายระบบไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ข้อมูลด้านการเดินรถ การซ่อมบำรุง และการให้บริการผู้โดยสารสามารถนำมาวิเคราะห์ร่วมกันได้ พร้อมรองรับการขยายระบบ การสำรองข้อมูล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การพัฒนารถไฟทางคู่ต้องดำเนินควบคู่กับการยกระดับระบบอาณัติสัญญาณ การบริหารการเดินรถ และการซ่อมบำรุง เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนไปสามารถรองรับการเดินรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย และคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน
“เทคโนโลยี AI สามารถเข้ามาช่วยได้ตลอดทั้งระบบ ตั้งแต่การป้องกันเหตุขัดข้อง การวางแผนซ่อมและจัดหาอะไหล่ ไปจนถึงการดูแลผู้โดยสารเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด หากสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกส่วนเข้าด้วยกันได้ จะช่วยให้หน่วยงานบริหารสถานการณ์ได้รวดเร็ว ลดผลกระทบต่อการเดินทาง และทำให้ประชาชนได้รับบริการที่ปลอดภัย ตรงเวลา และเชื่อถือได้มากขึ้น” นายสรรเพชญกล่าว


