รัฐบาล-ภูมิใจไทย ปรับทัพรับมือกระแสตก

 รัฐบาล-ภูมิใจไทย ปรับทัพรับมือกระแสตก



โพลล์ดิ่ง 10% ปลุกรัฐมนตรีเร่งสร้างผลงาน ก่อนถึงจุดเสี่ยงปรับ ครม.


คะแนนนิยมรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง กำลังกลายเป็น “สัญญาณเตือนภัย” ที่ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะผลสำรวจความนิยมในช่วงไตรมาส 2 ที่สะท้อนคะแนนตกลงเกือบ 10% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า จนแกนนำรัฐบาลต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์ทั้งด้านการทำงานและการสื่อสารอย่างเร่งด่วน


แม้ตัวเลขโพลล์จะเป็นเพียงภาพสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในช่วงเวลาหนึ่ง แต่สำหรับพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำรัฐบาล นี่คือ “ดัชนีวัดความเชื่อมั่น” ที่มีผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว


“อนุทิน” ไขลานรัฐมนตรี เร่งเครื่องทุกกระทรวง


แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยเปิดเผยว่า ภายหลังผลสำรวจหลายสำนักสะท้อนแนวโน้มคะแนนนิยมลดลง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เรียกรัฐมนตรีของพรรคเข้าหารือหลายรอบ เพื่อเร่งรัดการทำงานของทุกกระทรวง


สารหลักที่ส่งถึงรัฐมนตรีมีเพียงไม่กี่คำ แต่หนักแน่น


“ผลงานต้องจับต้องได้ ประชาชนต้องเห็น”


ทุกกระทรวงถูกกำชับให้เร่งเดินหน้าโครงการที่ส่งผลต่อชีวิตประชาชนโดยตรง พร้อมทั้งให้มีการประเมินผลการทำงานเป็นรายปี ไม่ใช่รอให้ครบวาระแล้วค่อยมาสรุปผลงาน


เพราะในโลกการเมือง หากประชาชนไม่รับรู้ ผลงานก็แทบไม่มีความหมาย


เตือนรัฐมนตรี “โลกลืม”


สิ่งที่น่าสนใจคือ ในการประชุมภายใน มีการหยิบยกชื่อรัฐมนตรีบางคนที่ถูกประเมินว่า “เงียบเกินไป” หรือแทบไม่มีบทบาทในสายตาประชาชน


มีรายงานว่า นายอนุทินได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐมนตรีที่ถูกมองว่าเป็น “รัฐมนตรีโลกลืม” ให้เร่งสร้างผลงานและเพิ่มการสื่อสารกับประชาชน


พร้อมย้ำประโยคที่สะท้อนแรงกดดันทางการเมืองว่า


“ระวังจะถึงวันปรับ ครม. แล้วนายกฯ จำไม่ได้ว่ามีรัฐมนตรีคนนี้อยู่”


แม้จะเป็นคำพูดเชิงหยอกล้อ แต่หลายคนในที่ประชุมรับรู้ดีว่า เป็นการส่งสัญญาณให้ทุกคนเร่งพิสูจน์ผลงานก่อนจะสายเกินไป


ยุคนี้…ทำงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องสื่อสารเป็น


อีกโจทย์สำคัญที่พรรคภูมิใจไทยกำลังเร่งแก้ คือปัญหาการสื่อสาร


แกนนำพรรคยอมรับว่า หลายกระทรวงมีผลงานจำนวนมาก แต่กลับไม่สามารถสื่อสารให้ประชาชนรับรู้ได้ ส่งผลให้คะแนนนิยมไม่สะท้อนผลงานที่เกิดขึ้นจริง


จึงมีการกำชับให้รัฐมนตรีทุกคนเพิ่มการประชาสัมพันธ์ ทั้งผ่านสื่อกระแสหลัก สื่อออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย รวมถึงลงพื้นที่ให้ถี่ขึ้น เพื่อให้ประชาชนเห็นผลลัพธ์ของนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม


ปรับทัพ “สื่อน้ำเงิน”


นอกจากปรับการทำงานของรัฐมนตรีแล้ว พรรคยังเดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ด้านการสื่อสารครั้งใหญ่


มีรายงานว่า ทีมสื่อสารของพรรคกำลังปรับโครงสร้างใหม่ โดยเพิ่มบุคลากรที่มีประสบการณ์จากสื่อกระแสหลักเข้ามาช่วยวางยุทธศาสตร์ เพื่อขยายฐานการสื่อสารออกไปนอกกลุ่มผู้สนับสนุนเดิม


เป้าหมายคือ เปลี่ยนจากการสื่อสารเฉพาะกลุ่ม ไปสู่การเข้าถึงประชาชนวงกว้างมากขึ้น


จับตา “เจ้สื่อเหลือง” กรีฑาทัพเข้าช่องหอยม่วง


อีกความเคลื่อนไหวที่ถูกจับตาในแวดวงสื่อและการเมือง คือกระแสข่าวการดึงบุคลากรจาก “สื่อเหลือง” เข้ามาเสริมทีมสื่อสารของเครือข่ายสื่อฝั่ง “น้ำเงิน”


แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับผังและจัดวางบทบาทใหม่ โดยมีชื่อของผู้บริหารสื่อรายหนึ่งถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่า อาจเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการสื่อสารในอนาคต


แม้ทุกอย่างยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า พรรคกำลังให้ความสำคัญกับ “สงครามข่าวสาร” ไม่แพ้การขับเคลื่อนนโยบาย


เกมชี้ชะตา…อยู่ที่ผลงานและความเชื่อมั่น


สำหรับภูมิใจไทย เวลานี้โจทย์ไม่ได้มีเพียงการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล แต่ยังต้องรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนไปพร้อมกัน


เมื่อผลโพลล์เริ่มส่งสัญญาณอันตราย การเร่งเครื่องรัฐมนตรี การประเมินผลงานรายปี การเตือนรัฐมนตรีที่ไร้บทบาท ตลอดจนการปรับทัพสื่อสาร ล้วนเป็นภาพสะท้อนว่าพรรคกำลังเข้าสู่โหมด “กู้ศรัทธา”


เพราะท้ายที่สุด ในสนามการเมือง ผลงานอาจเป็นคำตอบ แต่การทำให้ประชาชนรับรู้ผลงาน คืออีกครึ่งหนึ่งของชัยชนะ

 #นายหัวไทร

 #รัฐบาลปรับทัพ #รับกระแสตก

 #ทำเฒ่าเรื่องเพื่อน

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Popular Items