“เขย่าฐานฝ่ายปกครองไทย! รัฐบาลเดินหน้า ดัน‘เชียงใหม่มหานคร-ภูเก็ตมหานคร’ เป็น อปท.พิเศษ เลือกตั้งผู้ว่าฯเลือกตั้ง ชิงรายได้ภาษี 50% ปั้นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก” ……

 “เขย่าฐานฝ่ายปกครองไทย! รัฐบาลเดินหน้า ดัน‘เชียงใหม่มหานคร-ภูเก็ตมหานคร’ เป็น อปท.พิเศษ เลือกตั้งผู้ว่าฯเลือกตั้ง ชิงรายได้ภาษี 50% ปั้นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก”

……      


เกมใหญ่กระจายอำนาจ หรือจุดเริ่มต้นเปลี่ยนโฉมใหม่การปกครองไทย เมื่อทำเนียบรัฐบาลเดินหน้าศึกษาการยกฐานะจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดภูเก็ต เป็น “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ” ภายใต้ชื่อ “เชียงใหม่มหานคร” และ “ภูเก็ตมหานคร” หลังนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบการศึกษา โดยหยิบข้อเสนอของคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น วุฒิสภา มาพิจารณาอย่างเป็นรูปธรรม


ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายข้าราชการประจำ ฝ่ายการเมืองมาประชุม เพื่อพิจารณาแนวทางจัดทำร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป


หากแนวคิดนี้เกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่มีการจัดตั้งกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา เพราะเป็นครั้งแรกที่มีแนวคิดยกระดับทั้งจังหวัดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ


เปลี่ยนผู้ว่าฯ จากข้าราชการ เป็น “ผู้ว่าฯจากการเลือกตั้ง”


หัวใจสำคัญของข้อเสนอ คือ ระดับบนมีการจัดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการเชียงใหม่มหานคร และ ผู้ว่าราชการภูเก็ตมหานคร ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน พร้อมสภามหานครที่มาจากการเลือกตั้งทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ


ขณะที่ระดับล่างยังคงมีเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลเหมือนเดิม แต่จะเพิ่ม “สภาพลเมือง” ซึ่งมาจากตัวแทนภาคประชาชนและกลุ่มอาชีพต่าง ๆ เพื่อร่วมกำหนดนโยบาย ตรวจสอบ และติดตามการบริหารงาน


กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ เปลี่ยนโครงสร้างจากระบบราชการส่วนภูมิภาค มาเป็นการบริหารแบบ “เจ้าของพื้นที่บริหารพื้นที่เอง“


ข้อเสนอระบุว่า เชียงใหม่มหานครและภูเก็ตมหานคร จะมีอำนาจดูแลกิจการสาธารณะเกือบทุกเรื่อง ทั้งการวางผังเมือง การคมนาคม การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม การพัฒนาเศรษฐกิจ และบริการประชาชน


ยกเว้นเพียง 4 เรื่องที่ยังเป็นอำนาจของรัฐบาลกลาง ได้แก่

-การป้องกันประเทศ

-การคลังและระบบเงินตรา

-กระบวนการยุติธรรม

-การต่างประเทศ


การหยิบยกข้อเสนอแนะของวุฒิสภาขึ้นมาพิจารณาสะท้อนแนวคิดการกระจายอำนาจในระดับที่กว้างกว่าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วไปเคยได้รับมา


ประเด็นใหญ่ที่สุด คือ “รายได้”สิ่งที่น่าจับตาที่สุด ไม่ใช่ตำแหน่งผู้ว่าฯ แต่คือ “อำนาจทางการคลัง” ข้อเสนอให้แบ่งรายได้ภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บในพื้นที่ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืนให้เชียงใหม่มหานครและภูเก็ตมหานคร 50%


พร้อมเปิดทางจัดเก็บรายได้ใหม่ เช่น ค่าธรรมเนียมสนามบิน ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ค่าธรรมเนียมบริการด้านการท่องเที่ยว


นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องอุดหนุนงบประมาณไม่น้อยกว่างบที่ส่วนราชการในพื้นที่เคยได้รับ


หากทำได้จริง งบประมาณของทั้งสองจังหวัดจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีอิสระในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าปัจจุบัน


ไม่ใช่แค่เชียงใหม่และภูเก็ต แม้ข้อเสนอจะเริ่มต้นที่สองจังหวัด แต่ข้อเสนอเชิงนโยบายยังระบุให้ศึกษาจังหวัดอื่นที่มีศักยภาพ เพื่อยกระดับเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษทั้งจังหวัดในอนาคต


นั่นหมายความว่า หากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ อาจเป็นต้นแบบให้เมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ เดินตาม


จุดท้าทายอยู่ที่ “มหาดไทย”แม้นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งาน แต่โจทย์สำคัญคือ การถ่ายโอนอำนาจจากราชการส่วนภูมิภาค

เพราะหากเกิด“มหานคร” ขึ้นจริง บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะข้าราชการประจำ รวมถึงหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาคจำนวนมาก จะต้องปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพราะสองจังหวัดนี้จะไม่มีราชการส่วนภูมิภาคอีกต่อไป


จึงไม่ใช่เพียงการออกกฎหมายใหม่ แต่เป็นการปรับโครงสร้างอำนาจของระบบราชการไทยทั้งระบบ


การผลักดัน “เชียงใหม่มหานคร” และ “ภูเก็ตมหานคร” สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังขยับเข้าสู่การปฏิรูปการกระจายอำนาจอย่างจริงจัง หลังแนวคิดนี้ถูกพูดถึงมาหลายทศวรรษแต่ไม่เคยปรากฏการเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม


หากกฎหมายผ่าน ทั้งสองจังหวัดจะมีอำนาจบริหาร งบประมาณ และการจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด พร้อมมีผู้บริหารที่ประชาชนเลือกโดยตรง ซึ่งอาจทำให้การพัฒนาเมืองมีความคล่องตัวและตอบสนองต่อบริบทของพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก


อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโมเดลนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนชื่อเป็น “มหานคร” เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับการถ่ายโอนอำนาจ งบประมาณ และบุคลากรจากส่วนกลางอย่างแท้จริง หากการกระจายอำนาจทำได้เพียงครึ่งทาง ก็อาจทำให้ “มหานคร” เป็นเพียงชื่อใหม่ที่ยังติดอยู่กับข้อจำกัดเดิม


จึงน่าจับตาว่า การศึกษาของรัฐบาลครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองครั้งประวัติศาสตร์หรือไม่ หรือจะเป็นอีกหนึ่งข้อเสนอที่หยุดอยู่เพียงบนโต๊ะศึกษาเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา เพราะการปฏิรูปครั้งนี้คือการเขย่าบัลลังก์อำนาจมหาดไทย


 #นายหัวไทร

 #ยกฐานะภูเก็ตเชียงใหญ่

 #เขย่าฐานอำนาจมหาดไทย

 #ทำเฒ่าเรื่องเพื่อน

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Popular Items