”นิพนธ์“ลุยยุโรป เปิดตลาดอาหาร ”หมา-แมว“เผยไทยไต่อันดับผู้ผลิตอันดับต้นของโลก

 ”นิพนธ์“ลุยยุโรป เปิดตลาดอาหาร ”หมา-แมว“เผยไทยไต่อันดับผู้ผลิตอันดับต้นของโลก 

——              


“ทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจ ผมจะมีโรงงานเกิดขึ้น 1 โรง เนื่องจากมีเวลาว่างปลอดจากงานการเมือง”

นิพนธ์ บุญญามณี กล่าวกับ #นายหัวไทร

มีโรงงานคอนกรีตอัดแรง โรงงานปลากระป๋อง ตัวแทนจำหน่ายปูนทีพีไอ และขยายจากโรงงานปลากระป๋องเป็นโรงงานอาหารสัตว์ (หมา แมว) รวมถึงบางช่วงเวลาก็ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย

ล่าสุดนิพนธ์บอกว่า เริ่มทำการเกษตรด้วยการปลูกทุเรียน ตอนนี้ปลูกไปแล้วประมาณ 10,000 ต้น ทั้งในสงขลา นครราชสีมา และเชียงราย บางต้นเริ่มให้ผลผลิตแล้ว แต่ยังไม่ขายไว้แจกพรรคพวกก่อน

“ผมไม่คาดหวังว่าทุเรียนต้องกิโลละ 200-300 บาท เอากิโลละ 100 ก็พอแล้ว ต้นหนึ่งมี 50 ลูก ตกลูกละ 200-300 บาท เราต้องเห็นใจผู้บริโภคด้วย” นิพนธ์ กล่าว


ล่าสุดนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กลับมาปรากฏบทบาทในเวทีธุรกิจระหว่างประเทศอีกครั้ง หลังว่างเว้นจากภารกิจการเมืองและการบริหารประเทศ โดยหันมาเดินหน้าธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เต็มตัว พร้อมนำคณะผู้บริหารบริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด จำกัด เดินสายยุโรป ร่วมงาน Interzoo 2026 ที่เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี


ผลิตภัณต์อาหารสัตว์ของนิพนธ์ จะมีตลาดหลักอยู่ญี่ปุ่น และยุโรป เป็นหลัก ซึ่งมอบหมายให้ลูกชายคนเล็กรับผิดชอบดูแล เมื่อเขายังอายุน้อยมาก จึงยังต้องเป็นพี่เลี้ยงดูแลไปก่อน


การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านจาก “นักการเมืองสายบริหาร” ไปสู่บทบาท “นักธุรกิจส่งออก” อย่างชัดเจน ภายหลังส่งไม้ต่อทางการเมืองให้กับลูกชาย คือ สรรเพชญ บุญญามณี ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน


สำหรับภารกิจที่เยอรมนี นายนิพนธ์ในฐานะผู้นำคณะบริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด จำกัด ผู้ผลิตอาหารเปียกสำหรับสุนัขและแมวของไทย ได้นำผลิตภัณฑ์เข้าร่วมจัดแสดงในงาน Interzoo 2026 ซึ่งถือเป็นมหกรรมอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดของโลก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้า Messe Nuremberg เมืองนูเรมเบิร์ก โดยมีผู้ประกอบการกว่า 2,350 บริษัท จาก 70 ประเทศ เข้าร่วมแสดงสินค้า และมีผู้เข้าชมจากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก


ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือ การที่ประเทศไทยมี “Thailand Pavilion” เป็นของตัวเองในงานดังกล่าวเป็นครั้งแรก สะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทย ซึ่งกำลังได้รับการยอมรับในตลาดโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ


นิพนธ์ เคยกล่าวว่า ธุรกิจอาหารคน (ปลากระป๋อง) เริ่มถดถอย เหลือแค่ 30% อีก 70% ผลิตอาหารสัตว์ และพบว่า อาหารสัตว์จะเติบโตทุกปีๆละ 8% จากการที่ครอบครัวึคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยมีลูก จึงมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อน บางครอบครัวมีหมา-แมว ถึง 15-20 ตัว


ปัจจุบัน ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมวอันดับ 2 ของโลก รองจากเยอรมนี ด้วยมูลค่าส่งออกกว่า 2,677 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เติบโตกว่า 29% จากปีก่อนหน้า โดยตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อิตาลี และมาเลเซีย


แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงทั่วโลก ที่ขยายตัวต่อเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งนิยมเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว รวมถึงกระแสใส่ใจสุขภาพสัตว์เลี้ยง ทำให้ความต้องการอาหารสัตว์ระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


มีการประเมินว่า ไทยอาจมีมูลค่าส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงแตะระดับ 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลกในอนาคต หากยังรักษาศักยภาพด้านมาตรฐานการผลิตและการขยายตลาดต่างประเทศได้ต่อเนื่อง


การปรากฏตัวของ “นิพนธ์ บุญญามณี” บนเวทีธุรกิจโลกครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตลาดสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทใหม่ของอดีตนักการเมืองระดับชาติ ที่กำลังเปลี่ยนสนามจาก “การบริหารประเทศ” มาสู่ “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจส่งออก” ในอีกมิติหนึ่งอย่างน่าสนใจ 

 #นายหัวไทร

 #นิพนธ์_บุญญามณี

 #ธุรกิจอาหารสัตว์

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Popular Items