มนร. จับมือ ศอ.บต. และภาคีเครือข่าย ปั้นนวัตกรรม AI ยกระดับการศึกษาชายแดนใต้ ในกิจกรรม Kick-off พัฒนาสมรรถนะครู-นักเรียนมัธยมฯ นราธิวาส
ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าว นราธิวาสรายงาน Tel.0824154474
มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) ประกาศความพร้อมเป็นแกนกลางทางวิชาการ ผนึกกำลัง ศอ.บต. และภาคีเครือข่ายทางการศึกษา เปิดตัวโครงการวิจัยเชิงรุกนำเทคโนโลยี AI บูรณาการการเรียนการสอน มุ่งเป้าสร้างความฉลาดรู้ด้านการอ่านและการคิดอย่างมีวิจารณญาณให้เยาวชนนราธิวาส พร้อมลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่อย่างยั่งยืน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมนราทัศน์ โรงแรมอิมพีเรียล อ.เมือง จ.นราธิวาส นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick-off บูรณาการความร่วมมือภาคีเครือข่าย เพื่อประเมินศักยภาพและประยุกต์ใช้แพลตฟอร์ม AI ภายใต้โครงการวิจัย “การพัฒนาสมรรถนะครูในการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์และการใช้แพลตฟอร์มนักเรียน เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่านและการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นจังหวัดนราธิวาส” โดยมีนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผศ.ดร. ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ดร.บุญเยี่ยม เหลาสะอาด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง และยกระดับขีดความสามารถในการจัดการภาครัฐ หน่วยบริการจัดการทุนด้าน การพัฒนาพื้นที่ นายสรวิศ ไพบูลย์รัตนากร ผู้อำนวยการแผนงานมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ นายรุชลัญน์ เจ๊ะมิ
ศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส คณะครู อาจารย์ ตลอดจนนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ในยุคศตวรรษที่ 21 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทาย ทั้งด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม ภาษา และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษา โครงการนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้าง “ทักษะการอ่าน” (Reading Literacy) และ “การคิดอย่างมีวิจารณญาณ” (Critical Thinking) ผ่านการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาเป็นเครื่องมือหลัก
นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. เน้นย้ำว่า การนำ AI มาใช้จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคลได้แม่นยำขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัล และช่วยลดช่องว่างทางการศึกษาในระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับกิจกรรม Kick-off ครั้งนี้มีความสำคัญในฐานะจุดเริ่มต้นของการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ คือ
1.สร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และแนวทางการดำเนินโครงการวิจัยระหว่างผู้บริหารระดับสูงและสถานศึกษา
2.สร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งโดยบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานเชิงนโยบายและหน่วยงานต้นสังกัดด้านการศึกษา
3.รับฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่เพื่อนำข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานจริงมาปรับปรุงแผนการดำเนินงานวิจัย
4.สร้างแรงจูงใจเพื่อส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ
เปิด Roadmap การขับเคลื่อน: จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง
โดยกิจกรรมที่น่าสนใจ ตั้งแต่การชี้แจงวัตถุประสงค์โดย ดร.ลุกมาน มะยิ หัวหน้าโครงการวิจัย ไปจนถึงการสาธิตการใช้เทคโนโลยี KapiBarian ในการจัดการเรียนการสอนโดย นายสรวิศ ไพบูลย์รัตนากร ผู้อำนวยการแผนงานมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ “การขับเคลื่อนความฉลาดรู้ด้านการอ่านและการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนในสถานศึกษา โดยมี AI หนุนเสริม” ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริหารสถานศึกษาถึง 69 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วยโรงเรียนในสังกัด สพม., สช., สกร. และโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองนราธิวาสและสุไหงโก-ลก
สำหรับโครงการนี้มุ่งหวังให้เกิด “ผลลัพธ์เชิงระบบ” ที่สามารถพัฒนาเป็นโมเดลต้นแบบการจัดการเรียนรู้ในพื้นที่ชายแดนใต้ และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ที่มีบริบทใกล้เคียงกันในอนาคต เพื่อสร้างโอกาสทางสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน
ทั้งนี้มีการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของภาคีเครือข่าย พร้อมการมอบของที่ระลึกโดย ผศ.ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดี มนร. เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาไทยในจังหวัดนราธิวาสสืบไป














