เส้นทาง “สส.กมลศักดิ์”ก่อนถูกลอบสังหาร

 

เส้นทาง “สส.กมลศักดิ์”ก่อนถูกลอบสังหาร

…….




กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ถูกลอบยิงหลังเข็มนาฬิกา ดีดผ่านวันที่ 19 มีนาคม ย่างเข้าสู่วันที่ 20 มี.ค.บริเวณหน้าบ้านพักใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

กมลศักดิ์ดวงไม่ถึงคาด เมื่อเสียงปืนชุดแรกดังขึ้น เขาหมอบลงกับพื้นรถด้วยสัญชาตญาณในการป้องกันกันตัว กับข่าวร้ายก่อนหน้าเมื่อสองปีก่อน “เก็บกมลศักดิ์”ทั้งด้วยเหตุผลทางการเมืองในพื้นที่ และปัญหาความมั่นคง


กมลศักดิ์ ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สมัยสองในนามพรรคประชาชาติ จริงๆเขาเคยพูดเปรยๆกับคนใกล้ชิดว่าจะวางมือ เพราะการทำงานการเมืองในนราธิวาสมันอันตรายถึงชีวิต แต่สำหรับการเลือกตั้งปี 69 กมลศักดิ์ต้องลงสมัครอีกครั้ง เพื่อรักษาฐานเสียงประชาชาติในสถานการณ์ขาลง และกมลศักดิ์ก็ไม่พลาด เดินเข้าสภาอีกสมัย ท่ามกลางการต่อสู้ดุเดือด เข้มข้น กับกลุ่มผู้มีอิทธิพล

กมลศักดิ์เดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อร่วมรัฐพิธีเปิดประชุม และร่วมโหวตเลือกประธานสภา และนายกรัฐมนตรี เมื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จแล้ว เขายังมีภารกิจในสภาต่อ แต่ตั้งใจจะกลับนราธิวาส แต่รอบค่ำไม่มีไฟส์บินไปลงนราธิวาส เขาจึงตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่สภาจองตั๋วให้ไปลงหาดใหญ่เที่ยวบินสุดท้าย

สัญญาณถูกส่งไปยังมือสังหารเป้าหมายออกเดินทางลงสนามบินหาดใหญ่ กมลศักดิ์ลงสนามบินหาดใหญ่ตำรวจติดตาม พร้อมคนขับรถบึ่งอัลผาดออกไปรับ กมลศักดิ์แวะทานข้าวที่จะนะ และแวะละหมาดที่เทพา ก่อนออกเดินทางเข้านราธิวาสบนเส้นทางสายเปลี่ยว

ก่อนถึงบ้านเพียงไม่กี่ร้อยเมตร เสียงมัจจุราชแผดดังขึ้นราวห่าฝน เสียงปืนชุดแรกสงบลง กลุ่มคนร้ายซึ่งอยู่ในรถ 4 ประตูสีขาว ถอยรถมา

กระหน่ำยิงอีกชุด กระสุนไม่ได้ถากเข้าใส่ร่างกมลศักดิ์ที่นอนหมอบอยู่กับพื้น แต่ไปโดยตำรวจติดตามและคนขับรถ

กล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่า รถสีประตูสีขาวที่ใช้ก่อเหตุวิ่งหลบหนีไปผ่านหน้าค่ายทหารแห่งหนึ่งที่ดูแลความสงบในพื้นที่ และภาพก็หลุดหายไปจากกล้องวงจรปิด


วันที่ 20 มีนาคม คือวันออกบวชจากการถือศีลอด 1 เดือนของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ซึ่งปกติ 1 สัปดาห์จะถูกสั่งให้คุมเข้มไม่ให้กลุ่มขบวนการก่อเหตุร้ายขึ้น แต่น่าแปลกใจรถยนต์นั่ง 4 ประตูสีขาวคันก่อเหตุหลุดรอดด่านตรวจทั้งตำรวจและทหารเข้ามาก่อเหตุการณ์ร้ายได้อย่างไร


หลังเกิดเหตุร้ายขึ้นกับกมลศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และผู้บังคับการตำรวจภูธรนราธิวาสรีบรุดมายังบ้านของกมลศักดิ์ ท่ามกลางมวลชนนับพันที่ทราบข่าวรุดมาให้กำลังใจ แต่นักสังเกตการณ์ จับสัญญาณได้ว่า ในจำนวนมวลชนนับพันนั้น มีกลุ่มคนในขบวนการมาร่วมให้กำลังใจอยู่ด้วยหลายคน แ


นักสังเกตการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะใช่การกระทำของกลุ่มขบวนการ 

-ที่บ้านของกมลศักดิ์มีคนในกลุ่มขบวนการไปให้กำลังใจด้วยหลายคน

-การเลือกใช้ยานพาหนะเหมือนของเจ้าหน้าที่บางหน่วยในพื้นที่ไม่น่าจะเป็นทางเลือก

-การเล็งปืนมาจากบนรถ กับเป้าหมายเคลื่อนที่กลุ่มขบวนการถ้าก่อเหตุต้องลงมาจากรถ

-การถอยรถไปยิงซ้ำ ก็ไม่น่าจะใช่ ถ้าเป็นกลุ่มขบวนการ ก่อเหตุแล้วจะต้องรีบหลบหนี 

-ถ้าเป็นกลุ่มขบวนการไม่น่าก่อเหตุใกล้ด่านตรวจที่ถี่ยิบ ทั้งด่านตำรวจและด่านทหาร


ถามว่า มีใครรู้บ้างว่ากมลศักดิ์เดินทางกลับบ้านด้วยเที่ยวบินนั้น และบินไปลงสนามหาดใหญ่ด้วย

-กมลศักดิ์รู้แน่ๆคนหนึ่งละ

-เจ้าหน้าที่สภาคนจองตั๋วให้กมลศักดิ์

-ตำรวจติดตาม และคนขับรถ

-และอาจจะมีคนอื่นบ้าง เช่น เลขาฯผู้ช่วย เป็นต้น

กลุ่มคนเหล่านี้ล้วนใกล้ชิดและรู้จักกับกมลศักดิ์ จึงมีคำถามว่า ใครส่งสัญญาณการเดินทางของกมลศักดิ์ให้คนร้ายแกะรอย และลงมือลอบสังหาร และด้วยเหตุจูงใจอะไร

กมลศักดิ์บอกกับบีบีซีไทยว่า ไม่ทราบว่าเหตุใดเขาตกเป็นเป้าโดนทำร้าย และไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าตนเองถูกหมายปองชีวิต ซึ่งตนเองก็ใช้ชีวิตตามปกติ

"ไม่ทราบว่า [ถูกทำร้าย] เรื่องอะไร ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ" เขากล่าว และบอกว่าต่อไปนี้คงใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังมากขึ้น "เพราะไม่รู้ว่าใครคิดร้ายกับเรา"

วิถีการเมืองไทยในสามจังหวัดชายแดนใต้ ยังตกอยู่ในวังวลของเกมที่โหดร้าย

“สส.กมลศักดิ์”เปิดใจ ไม่มีลางบอกเหตุคนคิดร้าย สลดใจเอ็ม 16 ถล่ม 27 นัด

…….

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ถูกลอบยิงหลังเข็มนาฬิกา ดีดผ่านวันที่ 19 มีนาคม ย่างเข้าสู่วันที่ 20 มี.ค.บริเวณหน้าบ้านพักใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เปิดเผยล่าสุดกับ #นายหัวไทรว่า เหตุร้ายครั้งนี้ลูกน้องบาดเจ็บสองคน ตำรวจติดตามอาการสาหัส ยังนอนอยู่ห้องไอซียู ถูกยิงเข้ามาเบ้าตา และจมูก ส่วนอีกคนซึ่งเป็นคนขับรถอาการดีขึ้นแล้ว

“เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก เมื่อได้ยินเสียงปืนสัญชาตญาณรับรู้ได้ ผมก็นอนหมอบลงกับพื้นรถ จึงไม่โดนกระสุนของคนร้าย”

กมลศักดิ์ บอกว่า เป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายมาก มีการใช้อาวุธสงคราม เข้าใจว่ามีจากปืนเอ็ม 16 สองกระบอก เก็บปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุได้ถึง 27 นัด

“ผมไม่มีลางบอกเหตุอะไรเลยว่าจะเกิดเหตุร้ายแบบนี้ขึ้นกับคนที่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร มีการใช้อาวุธสงคราม”

กมลศักดิ์ บอกว่า ผมคงจะยังไม่สงสัยไปยังใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนะ ให้ตำรวจเขาทำหน้าที่ไปก่อน ตำรวจก็เข้ามาสอบปากคำและเก็บหลักฐานไปหมดแล้ว รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่หน้าบ้าน ก็ได้เส้นทางรถไประยะหนึ่ง ก่อนที่จะหายไปจากระยะของกล้องวงจรปิด


กมลศักดิ์ ยังบอกอีกว่า ตั้งแต่คืนแรกที่เกิดเหตุเมื่อชาวบ้านรู้ก็มาให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก แม้กระทั้งวันนี้ก็มีชาวบ้านมากันเต็มบ้าน โดยมีตำรวจ มาคอยดูแลรักษาความปลอยภัย ทหารก็มาลาดตระเวนอยู่

“ต่อไปนี้ผมก็คงต้องใช้ชีวิตระแวดระวังมากขึ้น จากเดิมเราก็ใช้ชีวิตธรรมดา เพราะคิดว่าไม่มีศัตรูอะไร แต่วันนี้เรารู้แล้วว่ามีคนคิดไม่ดี คิดร้ายกับเราอยู่ จะด้วยสาเหตุทางการเมือง หรือบทบาทในฐานะทนายความสิทธิมนุษยชนก็ตาม”

กมลศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Popular Items