เขต 4 เดือด! “ภู สิทธิพัฒน์” เปิดศึกการเมืองเก่า ฉะ สส.แจกไม่จบ–ไม่ทำงาน ซัดทุนดำทำสงขลามัวหมอง ประกาศทวงศักดิ์ศรีผู้แทนประชาชน
.
สงขลา – สนามเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดสงขลา เข้าสู่จุดเดือดในช่วงโค้งสุดท้าย เมื่อ นายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม หรือ “ภู” ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยย่อย ณ ตำบลรำแดง เปิดเกมการเมืองเชิงรุก วิพากษ์การทำงานของนักการเมืองแบบเดิมอย่างตรงไปตรงมา พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทที่แท้จริงของ สส. ท่ามกลางเสียงตอบรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างคึกคัญ
. สิทธิพัฒน์ระบุว่า ปัญหาหลักของการเมืองไทย โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ คือการบิดเบือนบทบาทของผู้แทนราษฎร จากผู้ทำหน้าที่ในสภา กลายเป็นผู้แจกจ่ายผลประโยชน์รายบุคคล จนทำให้การตรวจสอบ การตั้งคำถาม และการผลักดันนโยบายเชิงโครงสร้างถูกละเลย “สส.ไม่ใช่มูลนิธิ และไม่ใช่เครื่องมือแจกเงิน หากแต่ต้องเป็นกระบอกเสียงของประชาชนในสภา” สิทธิพัฒน์กล่าวบนเวที
. ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ยังชี้ว่า การลงพื้นที่ตลอดช่วงหาเสียงของตน เป็นการพบปะประชาชนด้วยความสมัครใจ ไม่มีการจัดตั้งหรือหวังผลตอบแทนทางการเมือง พร้อมย้ำว่า การเมืองที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากความจริงใจและการรับฟังปัญหาจากฐานราก ไม่ใช่การสร้างภาพผ่านเวทีหรือสื่อ
. ต่อกรณีเสียงวิพากษ์เรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สิทธิพัฒน์ชี้แจงว่า ได้ให้ความช่วยเหลือในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ทั้งการจัดหาอาหาร การตั้งครัวช่วยเหลือ และการสนับสนุนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยไม่ออกสื่อประชาสัมพันธ์ เพราะไม่เห็นว่าความเดือดร้อนของชาวบ้านควรถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง
. ช่วงที่เวทีปราศรัยทวีความร้อนแรง คือการหยิบยกประเด็นภาพลักษณ์ของเขต 4 สงขลา ที่ถูกสังคมภายนอกจดจำจากข่าวเชิงลบเกี่ยวกับนักการเมืองพัวพันทุนดำและเว็บพนัน สิทธิพัฒน์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า การปล่อยให้พื้นที่ถูกครอบงำด้วยอิทธิพลสีเทา คือการทำลายศักดิ์ศรีของคนสงขลา และเป็นเหตุผลสำคัญที่ตนตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามการเมือง
. นอกจากนี้ ยังได้ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานในสภาของ สส.บางราย โดยชี้ว่า การเข้าประชุมเพียงไม่กี่สิบครั้งตลอดวาระ เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้สำหรับผู้แทนประชาชน พร้อมยกตัวอย่างปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ที่ควรถูกยกระดับเป็นวาระในสภา ผ่านการตั้งกระทู้ถามและการผลักดันนโยบายอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการแสดงบทบาทเชิงสัญลักษณ์
. ช่วงท้ายเวที สิทธิพัฒน์ได้อ้างถึงผลงานในอดีตของ นายวินัย เสนเนียม อดีต สส. เขต 4 ซึ่งมีบทบาทโดดเด่นด้านการตรวจสอบและการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ ถนน ระบบน้ำ และสะพานเอกชัย พัทลุง–ระโนด เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า การทำหน้าที่ในสภาอย่างจริงจังสามารถเปลี่ยนชีวิตประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
. เวทีปราศรัยตำบลรำแดงครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงเวทีหาเสียง หากแต่เป็นสัญญาณการเผชิญหน้าระหว่างการเมืองแบบเดิมกับความพยายามเปิดทางเลือกใหม่ให้กับเขต 4 สงขลา ท่ามกลางคำถามสำคัญที่ถูกโยนกลับไปยังประชาชนว่า จะยอมรับการเมืองเชิงอุปถัมภ์ต่อไป หรือเลือกผู้แทนที่ประกาศชัดว่าจะทำหน้าที่ในสภาอย่างเข้มแข็งและตรวจสอบได้
