สุดยอดยุทธศาสตร์การเมืองนายกฯชาย วางเกมสองขา
หากมองการขยับตัวของตระกูล “ขาวทอง” ในสนามการเมืองสงขลาเวลานี้ แบบผิวเผินอาจดูเหมือนความบังเอิญ แต่ 2 เดือนของการสงบนิ่ง เป็นการ “แกล้งตาย” แต่ในเชิงลึกคือการตั้งสติ มีสมาชิกในการขบคิดและตัดวาง “ขาวทอง ”เมื่อเรียงหมากทั้งหมดเข้าด้วยกัน ภาพที่ปรากฏกลับคล้ายยุทธศาสตร์ที่ถูกคิดมาแล้วหลายชั้นในแบบฉบับเซียนการเมือง
เริ่มจาก เดชอิศม์ ขาวทอง ที่ตัดสินใจอำลาพรรคประชาธิปัตย์ ไปซบพรรคกล้าธรรม ทั้งๆที่ในพื้นที่รับรู้กันว่า นายกฯชาย มีปัญหากันกับ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.เขต 4 สงขลา การย้ายพรรคของอดีตขุนพลประชาธิปัตย์รายนี้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีเสื้อ แต่เป็นการ “เปิดขาใหม่” ให้เครือข่ายขาวทองมีพื้นที่ยืนในอีกฟากของสมรภูมิแห่งอำนาจ
ขณะที่ตัว นายกฯชาย และ สุภาพร กำเนิดผล (น้ำหอม) เลือกถอยออกจากแนวรบ ไม่ลงสมัครทั้งคู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าอิทธิพลจะหายไป ตรงกันข้าม การไม่ลงสนามเอง กลับทำให้ขยับหมากได้อิสระกว่าเดิม และลดแรงปะทะโดยตรงจากคู่แข่ง
หมากสำคัญอีกตัวคือการคง ศักดิ์สิทธิ ขาวทอง (สิงโต) ไว้กับพรรคประชาธิปัตย์ ราวกับการ “ปักธง” ไว้ในบ้านเดิม ส่งสัญญาณชัดว่า ขาวทองยังไม่ได้ตัดขาดจากพรรคเก่าอย่างสิ้นเชิง นี่เองที่ทำให้ประชาธิปัตย์อยู่ในสถานะลำบากใจ จะวิจารณ์หรือโจมตีก็ต้องคิดหนัก เพราะยังมีสายเลือดขาวทองยืนอยู่ใต้ชายคาพรรค
ขณะเดียวกัน ฝั่งพรรคกล้าธรรมก็ถูกเสริมกำลังด้วยการส่ง บารมี ขาวทอง (มังกร) ลงเขต 6 แทนสุภาพร กำเนิดผล เป็นการส่งคนในตระกูลลงชน “โบ๊ต อนุกูล พฤษภานุศักดิ์”ในนามพรรคใหม่ โดยมีเครือข่ายเดิมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกฯอบต.คอยหนุนหลังแบบไม่ต้องออกหน้า
ยังไม่หมดแค่นั้น ในเขต 5 สงขลา เสือ–วงศ์วชระ ขาวทอง ลูกชายอีกคน ถูกวางตัวลงสมัครแทนนายกฯชาย ราวกับการส่ง “ตัวแทนทางสายเลือด” ลงสนาม ขณะที่เจ้าของยุทธศาสตร์นั่งดูเกมจากขอบกระดาน ง่ายๆคือนั่งตีขิม
ผลลัพธ์ของการวางหมากลักษณะนี้ คือประชาธิปัตย์ไม่กล้าเปิดศึกกับขาวทองเต็มรูปแบบ ภูมิใจไทยก็ไม่แตะต้อง เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และยังต้องเผื่ออนาคตทางการเมืองร่วมกัน กล้าธรรมได้ฐานและเครือข่ายทันที โดยไม่ต้องลงทุนสร้างใหม่ทั้งหมด
สุดท้าย นายกฯชายจึงอยู่ในจุดที่ได้เปรียบที่สุด นั่ง “เฝ้าถ้ำ” รอจังหวะเหมาะ หากกระแสและสมการการเมืองเปิดทาง ก็พร้อมกลับสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี โดยไม่ต้องฝ่าฝุ่นควันสนามเลือกตั้งด้วยตัวเอง ส่วนภรรยาก็ไม่ต้องแบกรับภาระการหาเสียงหนักเช่นอดีต
ในทางการเมือง ไม่มีใครออกมายอมรับตรง ๆ ว่านี่คือแผนที่วางไว้ทั้งหมด แต่เมื่อพิจารณาจากการจัดวางคน การเลือกพรรค และจังหวะเวลา ต้องยอมรับว่า มัน “สอดคล้องกันมากเกินกว่าจะเรียกว่าบังเอิญ”
จะเรียกว่า สุดยอดยุทธศาสตร์ หรือ การเอาตัวรอดอย่างชาญฉลาด ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละฝ่าย แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เกมสองขานี้ ทำให้นายกฯชายและตระกูลขาวทอง ยังยืนอยู่กลางกระดานการเมืองสงขลาอย่างมั่นคง โดยแทบไม่ต้องออกแรงเอง
#นายหัวไทร
#ทำเฒ่าเรื่องเพื่อน
#นายกชาย #การเมืองสงขลา
