พิพัฒน์ ลั่นตั้งเป้ากวาดนราธิวาส ยกจังหวัด ขอ ภูมิใจไทย ดันราคาเกษตร เพิ่มโควตาฮัจญ์ คืนสันติสุขชายแดนใต้


พิพัฒน์ ลั่นตั้งเป้ากวาดนราธิวาส ยกจังหวัด ขอ ภูมิใจไทย ดันราคาเกษตร เพิ่มโควตาฮัจญ์ คืนสันติสุขชายแดนใต้


ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าว นราธิวาสรายงาน Tel.0824154474 






นราธิวาส — นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพื้นที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เดินหน้าหาเสียงอย่างเข้มข้น พร้อมประกาศเป้าหมาย “ปักธงนราธิวาสครบทั้ง 5 เขต” ในการเลือกตั้งปี 2569 ชูนโยบายดันราคาสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ เพิ่มโควตาการเดินทางร่วมพิธีฮัจญ์ และยืนยันพร้อมทำหน้าที่คนกลาง เดินหน้าเจรจาคืนสันติสุขพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อเปิดประตูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

วันที่ 10 ม.ค.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพื้นที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย และนายชลัฐ รัชกิจประการ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนราธิวาส ที่ตลาดตันหยงมัส อำเภอระแงะ เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.นราธิวาส หาเสียง 

โดยมี นายมูฮำหมัด มามะ ผู้สมัครเขต 2, นายแวรุสลัน  มะสาและ ผู้สมัครเขต 3, นายซาการียา สะอิ ผู้สมัครเขต 4 และนายนายมะสกรี สาและ ผู้สมัครเขต 5 เข้าร่วม

นายพิพัฒน์ กล่าวกับประชาชนในพื้นที่ ว่า ก่อนอื่นขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน ตนในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ ให้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด ซึ่งระยะทางการเดินทางในพื้นที่ภาคใต้ถือว่ายาวมาก แต่พวกเราผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 14 จังหวัด มีความมุ่งมั่นที่จะดูแลรับใช้พี่น้องประชาชน


แกนนำภาคใต้ ภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า สิ่งที่พรรคหวังไว้ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เรามี สส.ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว 2 ท่าน ครั้งนี้หวังว่าจะปักธงนราธิวาสให้ครบ 5 เขต แต่ความหวังจะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่พี่น้องประชาชน แต่ก็มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เราน่าจะได้รับความไว้วางใจมากกว่าที่ผ่านมาทั้ง 3เขต 4เขต และ 5เขต พร้อมย้ำว่าขอโอกาสผู้แทนพรรคภูมิใจไทย


นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกอย่างคือนโยบายพรรคภูมิใจไทย เรื่องการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชาวนราธิวาส นี่เป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยใส่ใจ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เราจะเน้นหนักในเรื่องของคำว่า เกษตรกรรมบวกกับการท่องเที่ยว 


โดยในภาคเกษตรกรรมจังหวัดนราธิวาส ถือว่ามีความพร้อม อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และในพื้นที่ระแงะ มีสินเกษตรสำคัญอย่างลองกองตันหยงมัส ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวหอมไม่เหมือนจังหวัดอื่น และขณะนี้ขยายไปพื้นที่อื่นๆ แต่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของพวกเราชาวอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ฉะนั้นเอกลักษณ์ตรงนี้ตนมีการหารือกับเพื่อนในพื้นที่ เพื่อจะแก้ไขปัญหาราคาลองกองให้ได้ราคาจากสวน 50-60 บาทต่อกิโลกรัม โดยเรื่องนี้ตนจะนำไปหารือกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย เพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรให้พี่น้องชาวภาคใต้ในภาพรวมทั้ง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ลองกอง ทุเรียน มังคุด เป็นต้น


นอกจากนี้ เราจะมีโครงการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ บนพื้นที่ 2 หมื่นไร่ เพื่อสร้างนิคมดาต้าเซ็นเตอร์ และนิคมฮาลาลในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อทำให้ราคาโคในพื้นที่ภาคใต้ดีขึ้น พร้อมกับจะมีโครงการให้ใช้พื้นที่รกร้างนำมาเลี้ยงวัว และนำมูลสัตว์มาทำคู่กับโรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อเป็นการช่วยลดรายจ่ายด้านพลังงานประชาชนในพื้นที่อีกด้วย นอกจากนี้นโยบายของพรรคภูมิใจไทย จะมีการสร้างแลนด์บริดจ์ อีกด้วย


ส่วนการแก้ปัญหาที่ดินรกร้าง หรือที่ดินที่เข้าไปครอบครองแต่ยังไม่ได้เอกสารสิทธิ์ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตัวแทนของพี่น้องชาวนราธิวาส จะเข้าไปต่อสู้ในสภาต่อ หากได้รับเลือกไปในสภาอีกครั้งรวมถึงจะให้การศึกษาอย่างทั่วถึงแก่เยาวชนในพื้นที่


นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงการเดินทางไปร่วมทำพิธีฮัจญ์ ของพี่น้องชาวมุสลิม ว่า จากการหารือกับ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ เรื่องนี้ถือเป็นความจำเป็นของชาวภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลจะต้องทำ โดยควรจะมีโควตาเพิ่มให้ชาวมุสลิมจากไทยไปร่วมพิธีฮัจญ์เพิ่มจากปีละ 12,000 คน ซึ่งนี่จากที่ได้ติดตามมาเรื่อยๆ ทราบว่าซาอุดิอาระเบียอาจจะให้โควตาเพิ่มกับชาวมุสลิมจากไทย และจะต้องทำให้การเดินทางไปร่วมพิธีดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายที่ลดลง


นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2547 ส่วนหนึ่งมาจากความไม่เท่าเทียม ฉะนั้นเราควรจะมีสิทธิพิเศษอะไรนอกเหนือจากที่รัฐบาลดำเนินการ เพื่อให้ความสงบร่มเย็นก่อนปี 2547 นั้นกลับมา ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้แทนภูมิใจไทยที่จะเข้าไปต่อสู้ในสภาเพื่อเรียกร้องแทนประชาชนในพื้นที่ และตนพร้อมที่จะเป็นคนกลางเพื่อนำไปสู่การเจรจาทั้งในและต่างประเทศ นำไปสู่การพัฒนาในพื้นที่ เพราะปัญหาที่ผ่านมาในอดีตหลายๆภูมิภาคก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการพูดคุยเจรจา เพราะเมื่อมึความสงบสิ่งที่จะตามมา จะทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอยากเดินทางมาพื้นที่ 6 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา


“ผมนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ พร้อมที่จะเป็นคนกลางให้กับเพื่อนๆ ได้มีเวทีสำหรับการพูดคุยทั้งในประเทศและต่างประเทศ” นายพิพัฒน์ ระบุ


จากนั้น นายพิพัฒน์ พร้อมผู้สมัคร สส.นราธิวาส ของพรรคภูมิใจไทย เดินพบปะพูดคุยรับฟังเสียงสะท้อนจาก ประชาชนในพื้นที่ ก่อนที่จะไปกับนายฟัครุดดีน บอตอ อดีต สว.นราธิวาส และผู้บริหารโรงเรียนดารุสสาลามอำเภอระแงะ 


ช่วงท้าย นายพิพัฒน์ พร้อมผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทย จังหวัดนราธิวาส ได้เดินพบปะพูดคุย นโนบายการทวงโอกาส 30 ปีที่หายไป โครงการ“ไทยใต้ไม่จน” พร้อม รับฟังปัญหาและข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่ ก่อนเดินทางพบ นายฟัครุดดีน บอตอ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนราธิวาส และผู้บริหารโรงเรียนดารุสสาลาม อำเภอระแงะ เพื่อหารือแนวทางพัฒนาการศึกษาในพื้นที่

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Popular Items