เลือกหมอศัลยกรรมมือดีไว้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนชาวบางกะปิ เป็นเครื่องมือผ่าตัดสังคม
รอ.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “หมออุ้ย” เป็นหนึ่งในสี่ความหวังของพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะกลับมาแจ้งเกิดในสนามเมืองหลวง
หมออุ้ยลงสมัคร ส.ส. เขตบางกะปิ-วังทองหลาง (เฉพาะแขวงเจ้าคุณสิงห์ เขต 14) ในนาม พรรคประชาธิปัตย์
เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่หมออุ้ยควรจะได้รับเลือกเป็น สส.เขตนี้ เพราะเป็นถิ่นที่คนใต้เข้ามาพักอาศัยอยู่จำนวนมาก บางคนปักหลักอยู่ตั้งแต่เข้ามาเรียนรามคำแหง จบแล้วก็ตั้งหลักปักฐานอยู่ในย่านบางกะปิ วังทองหลวง บึงกุ่ม สะพานสูง
หมออุ้ย เป็นคนใต้ เกิดที่ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ปี 2566 เคยลงสมัครรับเลือกตั้งที่บ้านเกิดในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่ด้วยความยังอ่อนด้อยประสบการณ์ทางการ และหาเสียงแบบสุจริต ไม่ซื้อเสียง เดินพบปะประชาชนเป็นหลัก จึงพ่ายให้กับอวยพรศรี เชาวลิตร จากพรรคประชาธิปัตย์
แต่หัวใจมันรุ่มร้อนกับกลิ่นไอทางการเมือง เมื่อปีกลองเชิดขึ้น “หมออุ้ย”จึงไม่พลาด เดินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ ในยุค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นหัวหน้าพรรค แต่กว่าจะผ่านด่านกรรมการสรรหามาได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย
“มีคนเสนอตัวลงสมัครเขตนี้มาถึง 8 คน ต้องสอบสัมภาษณ์ ต้องแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหากว่าจะผ่านมาได้
ถ้าพูดถึง รอ.ดร.นพ. พิชาญศักดิ์ บุญมาศ แค่คำนำหน้าก็พอจะรู้แล้วว่า เป็นคนไฝ่เรียน เขาจบแพทย์ศาสตร์ สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง เปิดคลีนิคศัลยกรรมเป็นของตนเองอยู่บางแสน ชลบุรี และยังเป็นที่ปรึกษาอีกหลายคลีนิค
แพทยศาสตร์บัณฑิตจาก วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้ามหาวิทยาลัยมหิดล การฝึกอบรมรองศัลยแพทย์ทั่วไปที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือประกาศนียบัตรด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งจาก ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ข้อมูลเหล่านี้ชี้ว่า “หมออุ้ย” เป็นแพทย์ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดตกแต่งและศัลยกรรมความงามในระดับไม่ธรรมดา
ในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้เขายังยึดมั่นการเมืองสุจริตตามแนวทางพรรคประชาธิปัตย์ เดินพบปะขอคะแนนเสียงจากชาวบางกะปิ วังทองหลาง จากคนผิวขาวเนียน จนหน้าดำหมดแล้ว
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ก็ไปเดินช่วยหาเสียงมาแล้ว เพราะเป็นเขตแห่งความหวังของพรรคประชาธิปัตย์ในสนามเมืองหลวง แม้จะยากแต่ไม่เกินความพยายามยิ่งในยุค “มาร์คฟรีเว่อร์”โอกาสของหมออุ้ยก็ยังมีอยู่
กล่าวสำหรับระดับพื้นที่ “หมออุ้ย”มีตัวช่วยมากมาย โดยเฉพาะ “ประเสริฐ ทองนุ่น” อันเป็นตัวช่วยที่ทรงพลัง เพราะประเสริฐ คืออดีตผู้อำนวยการเขตบางกะปิ อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ อดีตนายกสมาคมชาวพัทลุง อันเป็นลมใต้ปีกอย่างดีให้หมออุ้ย
“หมออุ้ย” มีบทบาทในการสื่อสารนโยบายและรับฟังปัญหาของคนในพื้นที่บางกะปิ-วังทองหลาง เพื่อเชื่อมโยงกับแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ในการพัฒนาและแก้ปัญหาท้องถิ่น
“นโยบายหลัก” ของพรรคประชาธิปัตย์ (ซึ่งเป็นกรอบนโยบายที่ รอ.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ (หมออุ้ย) ไปหาเสียงตามทิศทางของพรรคในเขตบางกะปิ) ที่ประกาศใช้ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 (8 กุมภาพันธ์ 2569)
ภาพรวมแนวคิดใหญ่ของพรรคพรรคประชาธิปัตย์ใช้คอนเซ็ปต์หาเสียงว่า “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” โดยตั้งเป้าช่วยแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และปากท้องของประชาชนอย่างเป็นระบบ ผ่าน 4 เสาหลักและ 27 นโยบายหลัก ที่ครอบคลุมสังคม เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
แกนหลัก 4 เรื่องสำคัญ
1. เศรษฐกิจและรายได้ประชาชน
-ลดภาระภาษีรายได้: รายได้ส่วนแรก 40,000 บาทแรกไม่เสียภาษี เพื่อช่วยแรงงานและครัวเรือนรายได้น้อย-ปานกลาง
-ประกันรายได้แรงงานและเกษตรกร ด้วยการจ่ายเงินประกันรายได้ล่วงหน้าไม่ต้องรอเก็บเกี่ยว ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงให้ภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ 🌾
-เพิ่มสวัสดิการสำหรับผู้พิการ: เช่น เพิ่มรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้พิการอายุต่างๆ เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
2. ระบบคมนาคมและบริการสาธารณะ
-เชื่อมระบบขนส่งมวลชนในเมือง รถไฟฟ้าและรถเมล์ที่ทุกคนสามารถใช้ได้ในราคาไม่เกิน 30 บาท เพื่อลดค่าครองชีพและแก้ปัญหาจราจรติดขัดในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ
3. สวัสดิการสังคมแบบ “ตลอดช่วงวัย”
นโยบายตรงนี้เน้นการดูแลตั้งแต่แรกเกิดจนวัยสูงอายุ เพื่อลดภาระครอบครัว
-เงินอุดหนุนมารดาและเด็ก เดือนละ 5,000 บาท ในปีแรกหลังคลอด
-เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุถ้วนหน้า เพิ่มให้ 1,000 บาท/เดือน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับผู้สูงวัย
-สวัสดิการปรับปรุงบ้านสำหรับผู้สูงอายุ: งบฯ ช่วยซ่อมบ้านให้เหมาะกับการอยู่อาศัยของผู้สูงวัย
4. การศึกษาและพัฒนาทักษะ
-มุ่งพัฒนาการศึกษาให้ทันยุคสมัยและตอบโจทย์ชีวิตจริง
-ขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างยืดหยุ่น เช่น สนับสนุนการเรียนแบบ เรียนข้ามสถาบัน, ระบบ Credit Bank และ Skill Wallet เพื่อให้คนไทยมีทักษะตรงตลาดแรงงาน
ทิศทางนโยบายด้านอื่นๆ ที่พรรคสนับสนุน นอกจาก 4 แกนใหญ่ข้างต้นแล้ว พรรคยังมีแนวทางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น
-ขยายสวัสดิการทุกช่วงวัย และปรับบริการสาธารณสุขให้เข้าถึงง่ายขึ้น (โดยเฉพาะการขยายศูนย์ฟื้นฟูและบริการทันตกรรมสำหรับผู้สูงวัย)
-การพัฒนานโยบายปราบคอร์รัปชัน และเน้นความโปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคพูดถึงในกรอบการเลือกตั้งด้วย
เรามีหมอศัลยกรรมมือดี ไว้เสริมความงาม จะมีหมอสักคนไว้ผ่าตัดสังคมไม่ดีกว่าหรือ
#นายหัวไทร
#ทำเฒ่าเรื่องเพื่อน
#พรรคประชาธิปัตย์
#หมออุ้ย





