ศึก 4เส้า ชิง สส.เขต2 นครศรี"หมอผึ้ง"

 ศึก 4 เส้า ชิง สส.เขต 2 นครศรี “หมอผึ้ง”เต็งจ๋า “ธรรมนัสยาว เดินหน้าลุยยาวฐานพรรค

เราลองมา “แกะ แซะ ศึกเลือกตั้ง” เขต 2 นครศรีธรรมราช แบบอ่านเกมกันยาวหน่อย เพราะสนามนี้ไม่ใช่แค่แข่งกันที่ตัวผู้สมัคร แต่เป็นศึกศักดิ์ศรีของพรรคด้วย อันเป็นเขตที่สู้กันหลายพรรค แต่จะขอโฟกัสแค่ 4 พรรค


1) ภาพรวมสนามเขต 2


ตอนนี้กระดานคะแนนวางตัวชัดเจนจากโพลล์


ลำดับกระแส

1.หมอผึ้ง นันทวัน วิเชียร (ภูมิใจไทย)

2.อ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ (ประชาธิปัตย์)

3.กำนันยาว เจริญ ชิณวงศ์ (กล้าธรรม)

      4.นนท์ นนทธิวรรต์ นนธภักดิ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ


ถ้ามองผิวเผิน เหมือนสนามสี่เส้า แต่ในทางยุทธศาสตร์จริง ๆ คือเป็นการสู้กันระหว่าง

ภูมิใจไทย vs ประชาธิปัตย์ และ กล้าธรรม คือ “ตัวแปรพลิกเกม”


2) หมอผึ้ง เต็งหนึ่ง เพราะอะไร


หมอผึ้งไม่ได้แรงแค่ชื่อ แต่แรงเพราะ โครงสร้าง

-แบรนด์ ภูมิใจไทย ในภาคใต้เริ่ม “ไม่ใช่คนนอก” อีกต่อไป เป็นพรรคที่เริ่มเข้ามาตั้งหลักปักฐานในภาคใต้ ภายใต้การนำของ “โก้เกี๊ยะ-พิพัฒน์ รัชกิจประการ”

-หมอ + ผู้หญิง + เข้าถึง ภาพลักษณ์ทำงานพื้นที่ = ได้คะแนนกลุ่มครอบครัว ผู้สูงอายุ

-เครื่องมือพรรคพร้อม ทั้งนโยบาย ทั้งงบประมาณ ทั้งทีมงาน ที่เคยใช้พลังเอาชนะนายกฯอบจ.จากบ้านใหญ่มาแล้ว


พูดง่าย ๆ คือ หมอผึ้งยืนอยู่บน “หลังช้าง” ไม่ต้องวิ่งเร็วมาก แต่ไปได้ไกล


3) ประชาธิปัตย์ ยังไม่ตาย แต่ไม่เหมือนเดิม


อ.เชาวน์วัศ ได้เปรียบเรื่องภาพลักษณ์สุขุม แต่จุดอ่อนคือ

-ฐาน ปชป. เขต 2 หดตัวตามกาลเวลา

-คนรุ่นใหม่ไม่อินแบรนด์เดิม

-เครื่องจักรพรรคไม่ดุดันเหมือนยุคเฟื่องฟู

      -การดันเชาวน์วัศ ที่อายุมากแล้ว จึงไม่ตอบโจทย์พรรคในยุคฟื้นฟู ยังสะท้อนระบบอุปถัมภ์ภายในพรรคอยู่


ปชป. วันนี้คือ “เสือแก่” เขี้ยวยังมี แต่แรงกัดไม่เหมือนก่อน 


4) กล้าธรรม เมื่อ “เขต 7 สะดุด” เกมจึงเปลี่ยน


ปัญหาคุณสมบัติของ บิ๊กโอ ก้องเกียรติ์ เขต 7

ทำให้พรรคกล้าธรรมเจอสถานการณ์อันตราย

-ถ้าเสีย สส.หนึ่งเดียวเท่ากับพรรคเสี่ยงหลุดเรดาร์การเมืองในนครศรีฯได้

-ฐานเสียงต้องถูก “ยึดพื้นที่” ให้เร็วที่สุด ดังนั้น เขต 2 จึงกลายเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของพรรค ไม่ใช่แค่เขตเลือกตั้งหนึ่งเขต


5) กำนันยาว ทำไม รอ.ธรรมนัส สั่ง “ลุยเต็มที”


กำนันยาวมีคุณสมบัติที่พรรคอื่นไม่มี

-ฐานมวลชนแน่นระดับตำบล-หมู่บ้านจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน และกำนันมาก่อน

-ระบบหัวคะแนนแบบ “สั่งได้-ขยับจริง”

-เป็นนักเลือกตั้งสายภาคสนามแท้ ไม่ใช่นักวิชาการ


การที่ รอ.ธรรมนัส ลงมาคุมเอง เท่ากับส่งสัญญาณว่า เขต 2 คือ “ศึกชี้เป็นชี้ตาย” ของกล้าธรรม


ไม่ชนะ ก็ต้อง “ได้คะแนนเป็นกอบเป็นกำ” เพื่อรักษาฐานระยะยาว


6) เขต 4 คือแรงสะเทือนเสริม


กรณี ยุทธการ รัตนมาศ ย้ายจาก ปชป. มาซบกล้าธรรม แต่ ปชป. ส่ง แม่ต้อย กนกพร เดชเดโช ลงชน ทั้งๆที่เคยทำงานร่วมกันสมัยอยู่ อบจ.แต่การเมืองไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร


ผลคือ

-ปชป. ต้อง “ทุ่มทรัพยากร” ลงเขต 4 เต็มพิกัด

-สมาธิพรรคกล้าธรรมถูกแบ่ง

-เขต 2 ยุทธการอาจไม่ได้รับแรงหนุนเต็มสูบเท่าที่ควร


นี่แหละคือช่องว่างที่กล้าธรรมหวังใช้


7) คำถามใหญ่: กล้าธรรมดันกำนันยาว สู้หมอผึ้งได้ไหม


คำตอบแบบไม่อ้อมค้อม

ชนะยาก แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ ถ้าพรรคกล้าธรรม หวังรักษาฐานไว้ให้ได้ 1 ที่นั่ง (เท่าทุน)


เงื่อนไขที่พรรคกล้าธรรม “ต้องทำให้ได้”

1.ดึงคะแนน ปชป. ฐานเดิม ให้แตกออกเป็นสองฝั่ง

2.ทำให้การเลือกตั้งกลายเป็น“ศึกบ้านต่อบ้าน ไม่ใช่ศึกแบรนด์พรรค”

3.อัดภาคสนามหนักกว่าทุกพรรค ตั้งแต่ต้นจนวันสุดท้าย


ถ้าคะแนนหมอผึ้งไม่ทิ้งห่างเกินไป

และ ปชป. ถูกบีบจากสองด้าน กำนันยาวมีโอกาสเบียดขึ้นเป็นตัวแปรตัดสินเกม


8) สรุปภาพใหญ่

-ภูมิใจไทย นำ เพราะโครงสร้าง +กระแส

-ประชาธิปัตย์ ยังมีชื่อ แต่ต้องสู้ศึกหลายด้าน

-กล้าธรรม เดิมพันทั้งพรรคไว้ที่เขต 2


สำหรับเขต 2 นครศรีฯก็ไม่ควรมองข้าม “นนท์ นนทิวรรต์ นนธภักดิ์”ผู้สมัครจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ขลุกอยู่กับพื้นที่มาโดยตลอด โดยเฉพาะโซนปากพนัง


เขตนี้จึงไม่ใช่แค่เลือก สส.แต่คำถามว่า

“กล้าธรรม จะอยู่บนแผนที่การเมืองนครศรีฯต่อไป หรือไม่”มากกว่า

 #นายหัวไทร 

 #ทำเฒ่าเรื่องเพื่อน

 #การเมืองนครศรี





ใหม่กว่า เก่ากว่า

Popular Items