โฆษณา

จำนวนผู้เข้าชม

วิเคราะห์ เจาะลึก มุมมองการเมือง พบกับนายหัวไทรนักข่าวหัวเห็ด จาก ปลายด้ามขวานชายแดนใต้

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

แห่มอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ “สืบพงษ์ ปราบใหญ่” หลังศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองรอบ 2 กลับมานั่งเก้าอี้อธิการบดีอีกครั้ง ยืนยันตั้งใจ-ทุ่มเทให้กับรามฯ (ชมคลิป)

 แห่มอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ “สืบพงษ์ ปราบใหญ่” หลังศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองรอบ 2 กลับมานั่งเก้าอี้อธิการบดีอีกครั้ง ยืนยันตั้งใจ-ทุ่มเทให้กับรามฯ  (ชมคลิป)

…….




เมื่อเวลา 08.00 น.ผศ.ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกครั้ง ท่ามกลางอาจารย์-เจ้าหน้าที่มอบกุหลาบแดง (วาเลนไทม์) ให้กำลังใจ และอวยพรให้ฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้

การกลับมารับตำแหน่งอธิการบดีอีกครั้งเกิดจากศาลปกครองกลาง สั่งคุ้มครองชั่วคราว อธิการบดี ม.ร.

                                                 ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ กลับมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 หลังจากที่ถูกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ออกคำสั่งให้ถอดถอน เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565  และตามมาด้วยมติเลิกจ้างด้วย ซึ่งถือว่าร้ายแรง ผศ.ดร.สืบพงษ์ก็ดิ้นสู้ในขบวนการยุติธรรมด้วยการฟ้องศาลปกครองกลาง และฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางด้วย และเมื่อวาน (13 ก.พ.ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว จนกว่าศาลจะตัดสินออกมา


ผศ.ดร.สืบพงษ์ กล่าวว่า ในการเริ่มต้นการทำงานโดยส่วนตัวตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามาทำงานในรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทุกคนในมหาวิทยาลัยรู้ดีว่าตนทำงานอุทิศตนให้มหาวิทยาลัยแค่ไหน

“ผมทุ่มเทเวลาให้กับมหาวิทยาลัยมากกว่าครอบครัวด้วยซ้ำ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่เว้นแม้วันเสาร์-อาทิตย์ และตลอดสิบปีที่ผ่านมาก็ไม่มีเรื่องราวอะไรเสื่อมเสีย แต่ตำแหน่งอธิการบดี เป็นตำแหน่งทางการเมือง การที่ผมไม่เห็นด้วยกับผลประโยชน์ หรือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ผมโดนเล่นงาน”


ผศ.ดร.สืบพงษ์ กล่าวอีกว่า ในประเด็นปีญหาต่างๆที่มีการร้องเรียน ถ้าผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ลองเปิดใจให้ความเป็นธรรม ดูเอกสารคำชี้แจงจากหน่วยงานต่างๆ แล้วจะเข้าใจ

เมื่อถามถึงนับจากนี้ไปจะเป็นการบริหารท่ามกลางความขัดแย้งกับสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง จะจัดการอย่างไร ผศ.ดร.สืบพงษ์ กล่าวว่า เราต้องมององค์กร คือตัวมหาวิทยาลัยเป็นหลัก โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา เพราะเรามีโรงเรียนสาธิตด้วย ในสถานการณ์วิกฤตินักศึกษาลดลง ต้องมาพิจารณาการจัดรูปแบบการเรียนการสอบจะเป็นอย่างไร ในแวดวงวิชาการมองเหมือนกันหมด แต่ท่ามกลางวิกฤติอาจจะยาก นักศึกษาลดลง ต้องจัดรูปแบบการเรียนการสอบรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องยากในการพัฒนามหาวิทยาลัย พัฒนาวิชาการ รูปแบบการให้บริการการศึกษา ทำอย่างไรให้นักศึกษาเข้าถึงตัวมหาวิทยาลัยง่ายขึ้น


“การสร้างเรื่อง สร้างเงื่อนไขทางการเมือง ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกับมหาวิทยาลัย กับองค์กร ส่วนอีกฝ่ายจะขับเคลื่อนอย่างไรต่อไป ผมไม่ทราบ ขอทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด และรอผลของคดีอาญา” ผศ.ดร.กล่าว


                                                         ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ จึงขอเรียนเชิญสื่อมวลชนทุกท่าน รับฟังแถลงคำชี้แจงจากอธิการบดี ในวันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารวิทยบริการและบริหาร มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก)

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น