โฆษณา

จำนวนผู้เข้าชม

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565

คนไทยโดนปล้น! ค่าการกลั่น เพิ่ม 10 เท่า

 คนไทยโดนปล้น! ค่าการกลั่น เพิ่ม 10 เท่า







     ตกใจกับตัวเลขค่าการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า เป็นตัวเลขที่ผ่านการบอกกล่าวของกรณ์ จาติกวณิชย์ หัวหน้าพรรคกล้า ที่ออกมาแฉว่า ตอนนี้คนไทยกำลังโดนปล้นจากค่ากลั่นน้ำมัน

     “จากข้อมูลราคาค่ากลั่นน้ำมันในช่วงเวลาเดียวกันปี 2563 อยู่ที่ 0.88 บาทต่อลิตร , ปี 2564 อยู่ที่ 0.87 บาทต่อลิตร , แต่ปี 2565 กระโดดมาอยู่ที่ 8.56 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นจากเดิม 10 เท่า เท่ากับค่ากลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า

      นายกรณ์ กล่าวอีกว่า การเพิ่มขึ้นของค่าการกลั่น ไปเพิ่มตามราคาตลาดน้ำมันสิงคโปร์ ทั้งที่ต้นทุนไม่ได้เพิ่มขึ้น กลายเป็นภาระประชาชน ภาระกองทุนน้ำมัน แต่ทำไมรัฐปล่อยให้ฟันกำไรได้ขนาดนี้

 

หัวหน้าพรรคกล้า เสนอแนวทางแก้ปัญหาไว้ 3 ข้อ คือ 1.) ควรกำหนดเพดานค่าการกลั่น เพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันการค้ากำไรเกินควร พร้อมกำหนดขึ้นต่ำไม่ให้ถึงกับขาดทุน 2.) เสนอเก็บ ภาษีลาภลอย” (Windfall Tax) เพราะส่วนต่างจากราคาการกลั่นน้ำมัน เป็นราคาลาภลอยให้กับบริษัท ทำให้ได้กำไรจากส่วนต่าง จึงควรเก็บภาษีลาภลอย เพื่อนำกำไรที่เกินมาช่วยเหลือประชาชน นำมาช่วยในกองทุนน้ำมันต่อไป และ 3.) ต้องจริงจังกับมาตรการประหยัดการใช้พลังงาน

 

คำถามคือโรงกลั่นนี้ของใคร ปตท. เป็นเจ้าของโรงกลั่นกว่า 70 % ในประเทศ โดยที่รัฐไม่มีคำอธิบายให้ประชาชน กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ควบคุมราคาสินค้าทำไมไม่ไปดู ส่วนกระทรวงพลังงานก็มีอำนาจโดยตรง อยากฝากบอกรัฐมนตรีว่า รู้ดีเพราะเป็นลูกหม้อ ปตท. มาก่อน ช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลาเกรงใจเพื่อนๆ มันมีวิธีที่จะช่วยเหลือบ้านเมืองและประชาชนได้ทันที ท่านต้องรีบตัดสินใจ ขณะที่กระทรวงการคลัง ก็มีส่วนเหมือนกัน ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายภาษีลาภลอย แต่ก็มีหุ้นในโรงกลั่น ทุกคนควรใช้พลังให้ถูกที่ ในการหาความเป็นธรรมให้กับสังคมไทย ข้อมูลนี้ถ้าพรรคกล้าหาได้ ก็เชื่อว่าคนที่อยู่ในอำนาจก็ต้องคิดได้เหมือนกัน แต่คำถามคือ ทำไมไม่ทำอะไร ปล่อยให้กองทุนน้ำมันติดหนี้จนจะเดี้ยง ไม่มีประสิทธิภาพนายกรณ์ กล่าว

      ถ้าตัวเลขค่าการกลั่นน้ำมันที่เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันโคตรแพง เป็นจริงตามกล่าวอ้างของคุณกรณ์ เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ และภาครัฐ แม้กระทั่งกระทรวงพลังงานก็ไม่พูดไม่จา ไม่บอกไม่กล่าว

      ถ้าลดค่าการกลั่นลงมา ให้เหลือเท่ากับปีที่แล้ว หรือมากกว่าเล็กน้อย ก็เป็นตัวเลขที่พอรับได้ แค่นี้ค่าการกลั่นลิตรละ 10 บาทกว่า จะเป็นลม

      โรงกลั่นน้ำมันเป็นของ ปตท.70 % ส่วนอีก 30 เป็นของบางจาก ข้อเสนอของคุณกรณ์ เป็นข้อเสนอที่น่ารับฟังยิ่ง ในสถานการณ์ที่น้ำมัน 2 ลิตร 100

      มีความเป็นไปได้สูงว่า วันนี้-พรุ่งนี้ราคาน้ำมันดีเซลจะปรับตัวขึ้นอีก 1 บาท จากราคาปัจจุบัน 34 บาทเป็น 35 บาท (ชนเพดาน) ในขณะที่กองทุนน้ำมันติดลบแล้ว 90,000 ล้านบาท และแนวโน้มทะลุแสนล้านแน่นอน

     ก็ไม่ทราบว่า เรื่องราวเหล่านี้ได้เข้าหูของ สุพัฒน์พงศ์ พันธุ์มีเชาร์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีพลังงาน รวมถึงนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บ้างหรือไม่

 #นายหัวไทร #ปล้นค่าการกลั่น





0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น