โฆษณา

จำนวนผู้เข้าชม

วิเคราะห์ เจาะลึก มุมมองการเมือง พบกับนายหัวไทรนักข่าวหัวเห็ด จาก ปลายด้ามขวานชายแดนใต้

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

“นิพนธ์” เดือด ซัด “นิพิฏฐ์ “ อดีตคนประชาธิปัตย์บิดเบือนข้อมูล หวังใช้ทุกโอกาส สร้างความเสียหายให้คน และ พรรคประชาธิปัตย์ แจงละเอียดยิบทุกขั้นตอนความเป็นมา

 “นิพนธ์” เดือด ซัด “นิพิฏฐ์ “ อดีตคนประชาธิปัตย์บิดเบือนข้อมูล หวังใช้ทุกโอกาส สร้างความเสียหายให้คน และ พรรคประชาธิปัตย์ แจงละเอียดยิบทุกขั้นตอนความเป็นมา

 


นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึง กรณีที่มีการพาดพิงถึงตนของนายนิพิฎฐ์อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในประเด็นเรื่องการขายที่ดินให้ต่างชาติ โดยนายนิพนธ์ กล่าวว่า ผมรู้สึกแปลกใจถึงท่าทีของนายนิพิฎฐ์ที่จะใช้ทุกโอกาสในการทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่เห็นดีเห็นงามเมื่อคราวที่เจ้าของพรรคที่นายนิพิฎฐ์สังกัดอยู่ไปตำหนิ ส.ส. และ พรรคประชาธิปัตย์ที่ ภูเก็ต และลามมาถึงเรื่องปัจจุบันนี้อีก ซึ่งข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบเป็นรายประเด็นว่า

 

1. ความเป็นมาเรื่องนี้เริ่มจากเมื่อปี2542 มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเพิ่มมาตรา96 ทวิ ขึ้นใหม่ โดยอนุญาตให้คนต่างด้าวซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกิน 1 ไร่ หากนำเงินมาลงทุนไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท และต้องดำรงการลงทุนไม่ต่ำกว่า 3 ปี ทั้งนี้ เพราะปี 2540 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ประเทศต้องการเงินตราต่างประเทศ

 

2. ต่อมาปี 2545 ครม.เห็นชอบกฎกระทรวงออกตามความใน ม.96ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน วางแนวปฏิบัติกรณีคนต่างด้าวนำเงินมาลงทุน 40 ล้านบาทขึ้นไป จะขอซื้อที่ดินเพื่ออยู่อาศัยได้ไม่เกิน 1 ไร่ และต้องดำรงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี

 

3. นับแต่ปี 2545 ถึงปัจจุบันมีคนต่างด้าวใช้สิทธิตามกฎกระทรวงฉบับปี 2545 ไป 11 ราย ปัจจุบันขายต่อ 1 ราย และ 1 ราย แปลงสัญชาติเป็นไทยไปแล้ว คงเหลือ 8 ราย

 

4. เมื่อปี 2563 เกิดวิกฤติโควิด-19 เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 และตามมาด้วยสงครามรัสเซีย-ยูเครน ต่อมาในปี 2564 ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย โดยกำหนดรายละเอียดดังนี้

 

4.1 กำหนดประเภทการตรวจลงตรา (วีซ่า) สำหรับผู้พำนักระยะยาว (Long-term resident visa: LTR) : มอบกระทรวงมหาดไทยพิจารณาให้วีซ่าเป็นพิเศษแก่คนต่างด้าว 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้มีความมั่งคั่งสูง /ผู้เกษียณอายุ /ผู้ที่ต้องการทำงานจากไทย /ผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ

 

4.2 ให้สิทธิประโยชน์ด้านอสังหาริมทรัพย์ : มอบหมายให้กรมที่ดินศึกษาในรายละเอียดแล้วนำเสนอให้ที่ประชุม ศบศ. พิจารณา

 

4.3 ให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี : มอบหมายกรมสรรพากรเตรียมร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่ผู้ถือวีซ่า LTR

 

4.4 การปฏิบัติพิธีการศุลกากรของติดตัวผู้โดยสาร :  มอบหมายกรมศุลกากร อำนวยความสะดวกการเดินทางพิเศษสำหรับผู้ถือวีซ่าประเภท LTR เป็นการเฉพาะ เทียบเคียงกับสถานะการเดินทางทางการทูต

 

4.5 จัดตั้งศูนย์บริการผู้พำนักระยะยาว (LTR-Service center) : มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นหน่วยงานหลัก

5. ปี 2565 กรมที่ดินเสนอร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่มีหลักการคล้ายกับกฎกระทรวงปี 2545 เดิม ที่ให้ต่างด้าวเฉพาะกลุ่มผู้ได้รับ LTR Visa เท่านั้น ที่นำเงินมาลงทุน 40 ล้านบาท สามารถซื้อที่ดินเพื่ออยู่อาศัยได้ไม่เกิน 1 ไร่ และต้องดำรงการลงทุนนั้นไว้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี (ลดระยะเวลาการดำรงการลงทุนจาก 5 ปี เหลือเพียง 3 ปี แต่ยังคงเป็นระยะเวลาภายในกรอบของ มาตรา 96 ทวิ ป.ที่ดิน) เพราะของเดิมไม่ดึงดูดคนมาลงทุน ซึ่ง ครม.เห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงฉบับนี้เมื่ออังคารที่ผ่านมา

 

6. ต่อไปกรมที่ดินต้องนำร่างกฎกระทรวงนี้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามกฎกระทรวงกำหนดร่างกฎที่ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบ พ.ศ. 2565 (มีผลใช้บังคับ 8 ต.ค. 2565) ที่ออกตาม พ.ร.บ. หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 เสียก่อนที่จะดำเนินการประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

 

นายนิพนธ์ กล่าวต่อไปว่านายนิพิฏฐ์เปลี่ยนไปเยอะจากที่เคยรู้จัก นึกไม่ถึงว่าจะกล้าบิดเบือนข้อมูลถึงขนาดนี้ ในส่วนของการตัดสินใจจะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของท่านนายกฯ ที่จะดำเนินการซึ่งโดยส่วนตัวมั่นใจว่าท่านนายกฯและทีมทีมที่ปรึกษาของท่านน่าจะมีเหตุผลและข้อมูลครอบคลุมทุกด้านอยู่แล้ว ซึ่งตนก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด อย่าใช้เรื่องนี้ทำลายคนและพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยให้โอกาสได้เป็นรัฐมนตรี

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น