โฆษณา

จำนวนผู้เข้าชม

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565

จับตา สภา ม.รามเดินหน้าสรรหานายกฯ สภา!!!!! ภายหลังมีการฟ้องศาลปกครองกลางให้เพิกถอนข้อบังคับดังกล่าว โดยอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ชมคลิป นายสมบูรณ์ สุขสำราญ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงให้สัมภาษณ์ )

 จับตา สภา ม.รามเดินหน้าสรรหานายกฯ สภา!!!!! ภายหลังมีการฟ้องศาลปกครองกลางให้เพิกถอนข้อบังคับดังกล่าว โดยอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ชมคลิป นายสมบูรณ์ สุขสำราญ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงให้สัมภาษณ์ )

 



เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมีนายสมบูรณ์ สุขสำราญ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำหน้าที่ประธานการประชุม เนื่องจากในขณะนี้นายกสภามหาวิทยาลัยยังไม่มี อยู่ระหว่างการสรรหาตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย เนื่องจากนายชีพ จุลมนต์ อดีตประธานศาลฏีกา และนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ขอลาออก

จากการที่ สภาฯ ม.ราม ได้เสนอข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่าด้วยการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัย พ.ศ.2564 ของอดีตประธานสภาคณาจารย์ ที่ไม่ผ่านการประชุมลงมติในที่ประชุมสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยรามคำแหง แบบเร่งรีบและนำเข้าสู่วาระจรเสนอเร่งด่วนแบบมีนัยยะสำคัญ จนเป็นเหตุแห่งการฟ้องศาลปกครองกลางให้เพิกถอนข้อบังคับดังกล่าวที่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายไปแล้วนั้น ณ.ตอนนี้ คดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลปกครองกลาง ยังไม่แล้วเสร็จ

     ในประเด็น ที่มีการฟ้องร้องให้เพิกถอนข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการสรรหานายกสภามหาวิทยา และที่แก้ไขใหม่ ซึ่งศาลปกครองกลางได้ประทับรับฟ้องแล้ว จะดำเนินการได้ไหม

ในประเด็นนี้ นายสมบูรณ์ สุขสำราญ ได้ให้สัมภาษณ์ กล่าวว่า ข้อบังคับที่มีการแก้ไข ได้ผ่านความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยแล้ว เราจะทำอะไรไม่ถูกไม่ต้องไม่ได้หรอก



    และ นายสมบูรณ์ สุขสำราญ ยังกล่าวย้ำอีกว่า การฟ้องร้องต่อศาลปกครองเป็นเรื่องของนานาทัศนะ และไม่มีผลต่อการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัย และไม่ได้ทำให้การสรรหาช้าลง เหมือนการประมูลงาน มันมีระเบียบขั้นตอน ต้องมีการประกาศประมูล เปิดให้ซื้อซอง ยื่นซองประมูล เราจะไปเร่งขั้นตอนไม่ได้ ต้องเดินตามระเบียบ การฟ้องศาลปกครองก็ไม่มีผลอะไร

อีกประเด็นที่เกิดการถกเถียงกันในวงกว้าง คือ ปัญหาการเร่งรีบ ให้เสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย ภายในระยะเวลา 15 วัน นับถัดจากวันประกาศ ปัญหาคือ ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่าด้วยการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัย พ.ศ.2564 ข้อ 7 ในการเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย จากประเด็นดังกล่าว พบว่า แหล่งที่มาของการเสนอชื่อนายกสภามหาวิทยาลัย มาจาก 4 แหล่งด้วยกัน หากมองผิวเผิน เหมือนกับจะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัยรามคำแหงมีส่วนร่วมในภารกิจสำคัญครั้งนี้ 


หากแต่พิจารณาลงลึกไปในรายละเอียดกลับพบว่า การให้เสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย พร้อมด้วยประวัติ ผลงาน และความเหมาะสมอื่นๆ รวมทั้งเหตุผลสนับสนุนว่าเป็นผู้มีความเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งต่อประธานคณะกรรมการสรรหา ภายในระยะเวลา 15 วัน นับถัดจากวันประกาศซึ่งหากทั้ง 4 แหล่ง โดยเฉพาะผู้นำเสนอรายชื่อในแหล่งที่ 3 ประกอบด้วย คณะ สถาบัน สำนัก วิทยาลัย ศูนย์ และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ มีการตั้งข้อสังเกตุว่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะดำเนินการ หรือไม่ เพราะต้องแนบประวัติ ผลงาน และความเหมาะสมอื่นๆ ได้ทันภายในระยะเวลา 15 วัน

 

ซึ่งในประเด็นนี้ นายสมบูรณ์ สุขสำราญ กลับกล่าวว่า การสรรหานายกสภามหาวิทยาลัย ไม่ได้ติดขัดอะไร มันมีขั้นตอนในการสรรหา ที่ถามไปยังหน่วยงานต่างๆ ให้เขาตอบกลับมา กำลังอยู่ในขั้นตอนนี้และกล่าวอีกว่า เราจะทำอะไรไม่ถูกต้องไม่ได้ มันมีระเบียบขั้นตอนในการปฏิบัติ เราจะไปเร่งขั้นตอนไม่ได้

และยังได้เกิดการถกเถียงกันในรั้วรามฯ ในประเด็นนี้อีก คือ ประกาศคณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เรื่อง การสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็ไม่ได้ระบุขั้นตอน วิธีการที่เป็นสาระสำคัญในทางปฏิบัติถึงการที่จะเสนอชื่อนายกสภามหาวิทยาลัยอย่างโดยละเอียด โดยเฉพาะ หากคณะหรือสำนักใดต้องการเสนอชื่อนายกสภามหาวิทยาลัย ก็จะต้องเร่งรีบจัดประชุมประชาคมชาวคณะ/สำนัก หรือประชุมคณกรรมการคณะ/สำนัก จนได้มติที่ประชุม แล้วจึงนำเสนอคณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อไป ซึ่งถ้าพิจารณาจากระยะเวลาของการดำเนินการ กับ วิธีการปฏิบัติจากการตีความตามความเข้าใจของแต่ละหน่วยงานเอง จะเห็นได้ว่าไม่สามารถปฏิบัติได้ทันเวลาอย่างแน่นอน เพราะทางคณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เร่งรีบดำเนินการระบุระยะเวลาในช่วง 27 พฤษภาคม 2565 ถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2565 นี้เท่านั้น


 ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ตามคำสั่งสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ 68/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า....ให้คณะกรรมการดังกล่าว ดำเนินการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ประธานกรรมการฯได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้ง นั่นก็คือ การสรรหาจะอยู่ในช่วงวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 ถึง 23 สิงหาคม 2565 ยังมีเวลาเหลือเพียงพอที่จะระบุขั้นตอนวิธีการเสนอชื่อนายกสภามหาวิทยาลัยในประกาศคณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงให้มีความชัดเจนสร้างความเข้าใจให้กับหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยให้ตรงกันเสียก่อน

เมื่อถาม นายสมบูรณ์ สุขสำราญ ว่า ในกรอบเวลา 90 วันจะสิ้นสุดวันที่ 23 สิงหา ท่านกล่าวว่า จำไม่ได้

ประกอบกับประกาศคณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อพิจารณาข้อกฎหมายดังกล่าว พบว่า อำนาจในการสรรหาเบ็ดเสร็จจะอยู่ที่คณะกรรมการสรหานายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง พบข้อมูลสภาพที่น่าสนใจ ดังนี้

1.นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ 2.นายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการ 3.ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญชาล ทองประยูร กรรมการ (ลำดับที่ 1-3 จำนวน 3 เสียงเป็นคู่กรณีอธิการบดีในฐานะผู้ถูกฟ้องคดีศาลปกครอง) 4.ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ กรรมการ (ลำดับที่ 4 อธิการบดี เป็นคู่กรณีในฐานะผู้ฟ้องคดีศาลปกครอง) 5.รองศาสตราจารย์ปิยะ ศักดิ์เจริญ กรรมการ (ลำดับที่ 5 ประธานสภาคณาจารย์ เพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่) 6.นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ กรรมการ 7.ศาสตราจารย์ชุติมา สัจจานันท์ กรรมการ(ลำดับที่ 6-7 เป็นบุคคลภายนอกที่สภามหาวิทยาลัยเสียงข้างมากแต่งตั้ง) 8.ว่าที่พันตรีโยธิน ไพรพนานนท์ เลขานุการ และ9.ว่าที่ร้อยตรีศุภชัย ธนาเจริญสกุล ผู้ช่วยเลขานุการ (ลำดับที่ 8-9 



เป็นเจ้าหน้าที่ภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหงไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนลับ) ดังนั้นเมื่อนับเสียงโหวตแล้วจะเห็นว่ามี 7 เสียง เท่านั้น แต่เป็นผู้ที่เป็นกรรมการสภา 3 คน และอีก 2 คนมาจากสภาแต่งตั้งมา รวม 5 เสียงแล้ว เห็นได้ว่าไม่ว่าเสนอใคร แต่ถ้าทางกรรมการสภา เสนอด้วย ก็คงมองภาพออกว่า ไม่ว่าคณะ สถาบัน สำนัก วิทยาลัย ศูนย์ และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ สภาคณาจารย์และอธิการบดีจะเสนอใคร ก็เหมือนไม่ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาคัดเลือก

และในขณะตอนนี้ เกิดกระแสที่ว่า คณะ สถาบัน สำนัก วิทยาลัย ศูนย์ และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ และสภาคณาจารย์ ไม่สามารถปฏิบัติตามวิธีการที่คลุมเครือและอาจเกิดความวุ่นวายในการเสนอชื่อนายกสภามหาวิทยาลัย โดยที่หลายหน่วยงานได้ทำหนังสือถามหาถึงความชัดเจนแนวทางวิธีการปฏิบัติกับประธานคณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่เหมือนกับได้รับคำตอบที่เจตนายังสร้างความคลุมเครืออีกเช่นเคย


เมื่อถามย้ำ นายสมบูรณ์ สุขสำราญ ว่า จะแก้ไขปัญหาความสับสนวุ่นวายในมหาวิทยาลัยอย่างไร นายสมบูรณ์ สุขสำราญ กล่าวว่า
ผมไม่เห็นมันวุ่นวายนะ เรื่องบางเรื่องมันเป็นเรื่องธรรมดา

ส่วนกรณีที่มีอาจารย์ท่านหนึ่งร้องเรียนให้สอบสวนการทำหน้าที่ของประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยรามคำแหง เหมือนยังทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์นั่น มีรายงานแจ้งว่า เรื่องการร้องเรียนให้สอบสวนประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้น ได้นำเข้าที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย เมื่อครั้งการประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมให้ประธานส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยชี้แจงภายใน 15 วัน จากนั้นจึงจะนำเข้าสู่ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกครั้ง

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น