จำนวนผู้เข้าชม

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

นายอำเภอเบตงกำชับเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนเบตงป้องกันลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายนำเชื้อโควิดสายพันธุ์อินเดีย

 นายอำเภอเบตงกำชับเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนเบตงป้องกันลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายนำเชื้อโควิดสายพันธุ์อินเดีย




ยะลา - นายอำเภอเบตงกำชับเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเบตง เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเบตง ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเบตง ตำรวจท่องเที่ยว ทหารชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4 เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า



 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเบตง ให้เพิ่มความเข้ม เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าทางรั้วชายแดนไทย – มาเลเซีย ทางช่องทางธรรมชาติ โดยกำชับการตรวจสแกนควบคุมโรคคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย โดยทุกคนต้องผ่านการตรวจสแกนอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์อินเดียอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้มีการหลุดลอด




เมื่อวันที่ 10 พ.ค.64 ที่ด่านพรมแดนอำเภอเบตง จ.ยะลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง เดินทางไปตรวจเยี่ยม เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเบตง เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเบตง ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเบตง ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445  ตำรวจท่องเที่ยว  ทหารชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4  เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าและ



เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเบตง ได้กำชับการปฏิบัติเพื่อป้องกันการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว มาตามเส้นทางธรรมชาติ  ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีมีข่าวการลักลอบแรงงานไทยจากมาเลเซียเข้าประเทศผิดกฎหมายและมีความเสี่ยงต่อการ แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) จึงได้มากำชับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติเพื่อป้องกันการหลุดลอดและลักลอบเข้ามาของแรงงานไทยในมาเลเซีย



นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา กล่าวว่า อำเภอเบตง เป็นด่านพรมแดนไทย – มาเลเซียที่มีการผ่านแดนของคนไทยและแรงงานไทยที่ได้แจ้งการเดินทางไว้กับกงสุลไทยไว้ก่อนแล้ว โดยคนไทยในมาเลเซียที่จะเดินทางกลับเข้าประเทศไทยได้มีการจำกัดจำนวนรวมทุกด่าน 300 คนต่อวัน ที่จุดผ่านแดน 4 แห่งคือ 1.สะเดา 2.สุไหงโก-ลก 3.วังประจัน และ 4.เบตง 



โดยผู้เดินทางนำพาหนะเข้าประเทศไทยไม่ได้ ซึ่งผู้เดินทางชาวไทยจะต้องแสดงเอกสารในการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย ต้องมีหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศ ที่สถานทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ ออกให้ ผู้เดินทางต้องลงนามยินยอมรับเงื่อนไขการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วันในสถานที่กักตัวที่ทางราชการกำหนด และ ใบรับรองแพทย์ ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง 



โดยในใบรับรองแพทย์ต้องระบุข้อความ “Fit to Travel” และมีอายุไม่เกิน 72 ชม. นายอำเภอเบตง กล่าวอีกว่า ในส่วนพื้นที่ชั้นในได้สั่งกำชับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครในพื้นที่ออกตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน หากพบเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายให้ดำเนินคดีทันทีรวมทั้งผู้ให้พักเพิงด้วย 



นอกจากนี้ทางอำเภอได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการโรงงาน สถานประกอบการ นายจ้างไม่ให้ รับแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเข้าทำงานหรือเข้าพักเด็ดขาด เพราะหากมีการนำเชื้อโควิดสายพันธุ์อินเดียเข้ามาในพื้นที่จะเป็นอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่ จึงขอความร่วมมือช่วยเป็นหูเป็นตาอีกทางหนึ่งนายอำเภอเบตง กล่าว

ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย อ.เบตง จ.ยะลา

โทร.064-126-5593 – 080-036-2786


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น