จำนวนผู้เข้าชม

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561

สงขลา// นทท. ชาวสิงคโปร์ร้องตำรวจท่องเที่ยวลืมกระเป๋าในรถแกร็ปคาร์เงินหายไปสองหมื่นกว่าบาทพร้อมโทรศัพท์มือถือ เรียกคนขับแกร็ปคาร์มาสอบสวนยืนยัน


สงขลา// นทท. ชาวสิงคโปร์ร้องตำรวจท่องเที่ยวลืมกระเป๋าในรถแกร็ปคาร์เงินหายไปสองหมื่นกว่าบาทพร้อมโทรศัพท์มือถือ เรียกคนขับแกร็ปคาร์มาสอบสวนยืนยัน


เมื่อวันที่ 10ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา ที่สถานตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ ได้มีครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ซึ่งนำโดย นายSHAI FUDDIN BIN ROSLAN ชาวสิงคโปร์เข้าขอความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่โดยบอกว่าโทรศัพท์มือถือและเงินสดประมาณ 23,000 บาทไทยได้หายไปจากกระเป๋าเมื่อคืนนี้

หลังจากที่ได้เรียกใช้บริการรถแกร็ปคาร์ให้ไปรับจากตลาดอาเซี่ยนเทรด หรือตลาดเปิดท้ายขายของย่านสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่ และพามาส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านวัดปากน้ำ ถนนแสงสี อ.หาดใหญ่ แต่ได้ลืมกระเป๋าเป้เอาไว้ในรถคันนี้ จึงได้ประสานไปยังศูนย์บริการแกร๊ปคาร์และต่อมาเมื่อช่วงเที่ยงคืน

 นายหัตถชัย บุญสนอง อายุ 33 ปีคนขับรถแกร๊ปคาร์คันนี้ซึ่งเป็นรถเก๋งหมายเลขทะเบียน  ขน 4772 สงขลา ได้นำกระเป๋าเป้ใบนี้มาคืนให้ที่โรงแรมและขับออกไป แต่หลังจากที่เปิดกระเป๋าดูก็พบว่าเงินสดพร้อมโทรศัพท์ได้หายไป ในวันนี้จึงได้เข้าแจ้งความและขอความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่



และทางตำรวจได้เรียกตัวนายหัตถชัย คนขับรถแกร๊ปมาสอบสวนซึ่งให้การว่าทีแรกก็ไม่ทราบว่านักท่องเที่ยวรายนี้ลืมกระเป๋าเอาไว้ในรถแต่ได้รับแจ้งศูนย์แกร็ปจึงรีบนำไปคืนให้ทันทีที่โรงแรมโดยไม่ได้เปิดดูว่าในกระเป๋าใบนี้มีทรัพย์สินอะไรอยู่หรือไม่ และเมื่อคืนให้เจ้าของไปแล้วก็ขับรถกลับบ้านตามปกติทันที

 กระทั่งมีตำรวจติดต่อให้มาพบและยืนยันว่าไม่ได้ขโมยเงินและโทรศัพท์มือถือไป
อย่างไรก็ตามทางตำรวจได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพราะจากการสอบถามนักท่องเที่ยวรายนี้ก็ไม่แน่ใจว่าเก็บเงินสดและโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋าใบนี้หรือไม่ก่อนที่จะออกไปเที่ยว 

หรืออาจจะทำตกหรือไม่ก็อาจจะถูกล้วงกระเป๋าขณะเดินเที่ยว และไม่ได้ติดใจหรือจะเอาเรื่องกับแกร๊ปคาร์เพียงแต่ต้องการลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปเคล็มกับบริษัทประกันที่ประเทศสิงคโปร์ และเตรียมเดินทางต่อไปเที่ยวที่กรุงเทพฯในวันพรุ่งนี้เพราะมากันเป็นครอบครัวใหญ่รวม7 คน

ด้านคนขับรถแกร็ปคาร์คันนี้ตำรวจได้ทำบันทึกประวัติเอาไว้เป็นหลักฐานเท่านั้นเพื่อให้สามารถเรียกตัวมาสอบสวนในภายหลัง  เพราะกรณีนี้ยังไม่สามารถเอาผิดในข้อหาใช้รถผิดประเภทได้ เพราะต้องมีพยานและหลักฐานที่ชัดเจนหรือไม่ก็เป็นการจับซึ่งหน้าพร้อมของกลางทั้งคนขับ ผู้โดยสาร ค่าจ้าง

ขอบคุณภาพ/ข่าว มณีรัตน์ แก้ววิเชียร ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...